Site icon Thumbsup

Facebook วางแผนส่งโฆษณาตามพฤติกรรมการช้อปปิ้งแบบออฟไลน์ในสหรัฐฯ

targeted-advertising

ในอนาคต ยักษ์ใหญ่เครือข่ายสังคม Facebook จะสามารถส่งโฆษณามายังกลุ่มเป้าหมายโดยอิงจากพฤติกรรมการซื้อสินค้าออฟไลน์ในร้านค้าทั่วไปได้ อานิสงส์จากการร่วมมือเป็นพันธมิตรกับบริษัทวิจัยตลาดที่เพิ่งมีการประกาศชื่อเมื่อวันพุธที่ 27 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาตามเวลาสหรัฐฯ

รายงานระบุว่า Facebook ได้ลงชื่อในสัญญาข้อตกลงระหว่างบริษัทวิเคราะห์ข้อมูลหรือ data mining หลายราย ได้แก่ Datalogix, Acxiom และ Epsilon เพื่อนำบันทึกข้อมูลผลสำรวจการจับจ่ายซื้อสินค้าของผู้บริโภคตามร้านทั่วไปมาประยุกต์กับบริการของ Facebook ที่ใช้ชื่อว่า Custom Audiences ซึ่งจะทำให้ Facebook สามารถส่งโฆษณาถึงผู้ใช้โดยอิงข้อมูลการซื้อสินค้าแบบออฟไลน์ได้

นอกจากนั้นรายงานระบุด้วยว่า Facebook เริ่มร่วมมือกับแบรนด์กลุ่มแรกเพื่อนำข้อมูลการซื้อสินค้าออฟไลน์ของผู้บริโภคมาทำการตลาดบน Facebook แล้ว โดยยังมีเฉพาะแบรนด์สัญชาติอเมริกันในขณะนี้

สำหรับ Custom Audiences นั้นเป็นบริการที่ Facebook เปิดตัวเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา บริการนี้จะทำให้นักโฆษณาสามารถระบุตัวตนของผู้ใช้ Facebook ด้วยการใช้ Facebook ID, เบอร์โทรศัพท์ หรืออีเมลแอดเดรสของแต่ละคน ผลคือนักการตลาดจะสามารถจับคู่ข้อมูลเหล่านี้กับข้อมูลสมาชิกที่แบรนด์หรือร้านค้ามีอยู่ ซึ่งทั้งหมดนี้ไม่ผิดข้อจำกัดทางกฎหมายเพราะ Facebook ยืนยันว่าจะไม่มีการเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้ Facebook แก่นักการตลาด โดยผู้ใช้ Facebook มีสิทธิ์ปิดโฆษณาที่ไม่สนใจได้ตามปกติ

ทั้งหมดนี้ Facebook อธิบายว่าความร่วมมือที่เกิดขึ้นจะทำให้นักการตลาดสามารถกำหนดกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการได้ตามประเภทสินค้า เช่น กลุ่มผู้ดื่มโซดา หรือกลุ่มผู้สนใจรถยนต์ ซึ่งแบรนด์น้อยหรือใหญ่จะสามารถกำหนดกลุ่มผู้บริโภคที่ต้องการได้ตามโปรดักต์เซกเมนต์ที่ชัดเจน

ขณะเดียวกัน ดีลนี้ยังทำให้นักการตลาดสามารถข้ามขั้นตอนการระบุตัวตนเพื่อเข้าถึงกลุ่มตลาดซึ่งมีความยุ่งยากไปได้ ตัวอย่างเช่นผู้ค้ารถที่ต้องการเสนอดีลที่ถูกใจผู้มองหารถใหม่แต่ละคน จะไม่ต้องร่วมมือกับบริษัทเก็บข้อมูลผู้บริโภคเพื่อให้ได้ที่อยู่หรืออีเมลสำหรับจัดส่งใบปลิวโฆษณาอีกต่อไป แต่จะสามารถแสดงโฆษณาบน Facebook แก่ผู้ที่เข้าข่ายสนใจมองหารถใหม่ได้ทันที

หากดีลนี้ประสบความสำเร็จ วงการโฆษณาจะเกิดการเปลี่ยนแปลงทั่วโลกแน่นอน บนสถิติผู้ใช้ Facebook ที่มีจำนวนมากกว่า 1 พันล้านคนทั่วโลกในขณะนี้

ที่มา: Mashable