Site icon Thumbsup

Facebook-YouTube-Twitter คว้าท็อป 3 โซเชียลมีเดียน่าลงโฆษณาที่สุด

social-media-advertising

ผลสำรวจทิศทางการลงโฆษณาบนโซเชียลมีเดียชิ้นล่าสุดชี้ว่า 3 โซเชียลมีเดียที่นักการตลาดมองว่า”น่าลงโฆษณาที่สุด” ได้แก่ Facebook, YouTube และ Twitter ตามลำดับ โดยในปี 2017 หรืออีก 4 ปีข้างหน้า คาดว่าเม็ดเงินการลงโฆษณาผ่านโซเชียลมีเดียทั่วโลกจะทำสถิติสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ โดยคิดเป็นสัดส่วนถึง 19.5% ของมูลค่าการลงทุนด้านการตลาดทั้งหมด

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา การใช้งานโซเชียลมีเดียเป็นกระแสมาแรงจนทำให้เหล่านักการตลาดและนักธุรกิจให้ความสนใจลงโฆษณาบนโซเชียลมีเดียเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เพราะการทำโฆษณาผ่านโซเชียลมีเดีย (Social Media Advertising) เป็นช่องทางในการสื่อสารที่เชื่อว่าสามารถเชื่อมโยงเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้โดยตรง โดยเฉพาะในแง่การเพิ่มการรับรู้ในแบรนด์ รวมถึงการเพิ่มจำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์ และยอดขายสินค้า

เว็บไซต์ Go-Gulf.com ประเมินว่าในปีนี้ (2013) รายได้ที่มาจากการทำโฆษณาบนโซเชียลมีเดียมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นเป็น 1.02 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ มากกว่าปี 2012 ที่ผ่านมาราว 252 ล้านเหรียญสหรัฐ และในปีหน้า (2014) เชื่อว่าการทำโฆษณาบนโซเชียลมีเดียยังคงเป็นที่นิยมและได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากกลุ่มนักการตลาดและนักธุรกิจ จนสามารถทำรายได้รวมกันทั่วโลกเพิ่มสูงขึ้นจนแตะสถิติที่ 1.19 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ

หากเจาะลึกลงไปในแวดวงการโฆษณาผ่านโซเชียลมีเดียทั่วโลก จะพบว่าทวีปอเมริกาเหนือเป็นทวีปที่มีการลงทุนในการทำโฆษณาผ่านโซเชียลมีเดียสูงที่สุดอยู่ในเวลานี้ โดยครองส่วนแบ่งในการลงทุนเพื่อโฆษณาผ่านโซเชียลมีเดียสูงที่สุดมาเป็นอันดับ 1 (48.8%) รองลงมาเป็นยุโรปตะวันตก (23.2%) เอเชีย (22.9%) รวมไปถึงยุโรปตะวันออก (2.8%) ละตินอเมริกา (2.7%) รั้งท้ายด้วยตะวันออกกลางและแอฟริกา (0.4%)

สำหรับปีนี้ (2013) การสำรวจพบว่านักการตลาดและนักโฆษณากว่า 64% ต่างวางแผนเพิ่มเงินลงทุนในการโฆษณาผ่านโซเชียลมีเดียเพิ่มขึ้น โดยส่วนใหญ่เน้นลงทุนที่โซเชียลมีเดียยอดนิยมอย่าง Facebook มาเป็นอันดับ 1 (57%) ตามมาด้วย Youtube ซึ่งมีสัดส่วนเท่ากับ Twitter ที่ 13% รองลงมาเป็น Pinterest (2%) และโซเชียลมีเดียอื่นๆ (15%)

นอกจากนี้ Go-Gulf.com ยังได้จัดอันดับบริษัทที่ประสบความสำเร็จและได้รับความนิยมจากการทำโฆษณาผ่านโซเชียลมีเดียมานำเสนอด้วยเช่นกัน โดยอันดับ 1 ได้แก่ บริษัทผู้ใช้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐฯอย่าง AT&T รองลงมาเป็น Microsoft Windows, JustFab, Disney, IAC, StateFarm รวมไปถึง Amazon.com, WeightWatchers, Universal Technical Institute และ Netflix ตามลำดับ

ที่มา: Visual.ly