ในวันที่โลกดิจิทัลไม่ใช่แค่ทางเลือก แต่เป็นสมรภูมิหลักที่ทุกธุรกิจต้องกระโจนเข้ามาแข่งขัน การสร้าง “ความเชื่อมั่น” หรือ Digital Trust ได้กลายเป็นสกุลเงินที่สำคัญที่สุด ไม่ว่าคุณจะเป็นแบรนด์ยักษ์ใหญ่, SME ที่กำลังเติบโต, หรือแม้แต่ผู้บริโภคที่คลิกซื้อของทุกวัน ทุกการกระทำล้วนตั้งอยู่บนพื้นฐานของความไว้วางใจทั้งสิ้น
ล่าสุด สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) หรือ ETDA ซึ่งเปรียบเสมือนผู้กำกับดูแลและผู้เล่นคนสำคัญในการวางโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของไทย ได้จัดงานใหญ่ “15 ปี ETDA CO-CREATING A FUTURE OF DIGITAL TRUST” เพื่อฉลองการเดินทางที่ผ่านมาพร้อมกับฉายภาพอนาคตที่ท้าทายยิ่งกว่าเดิมในปี 2569
ในฐานะคนในวงการ นี่ไม่ใช่แค่การแถลงข่าวประจำปี แต่คือการส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่า ทิศทางของเศรษฐกิจดิจิทัลไทยกำลังจะถูกยกระดับ โดยมี ‘ความเชื่อมั่น’ เป็นหัวใจสำคัญ ท่ามกลางสมรภูมิที่นับวันจะยิ่งซับซ้อนและดุเดือดขึ้น

มองย้อนปี 2568 วางรากฐานแกร่ง ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลง
ก่อนจะมองไปข้างหน้า การทำความเข้าใจสิ่งที่ ETDA ได้ทำสำเร็จในปี 2568 ที่ผ่านมานั้นสำคัญมาก เพราะมันคือจิ๊กซอว์ที่ประกอบกันเป็นภาพใหญ่ในปัจจุบัน ในบทบาท ‘Co-Creation Regulator & Facilitator’ หรือผู้กำกับดูแลที่ร่วมสร้างสรรค์และส่งเสริม ETDA ไม่ได้แค่ออกกฎ แต่ทำงานควบคู่ไปกับการสร้าง Ecosystem ที่แข็งแกร่ง
- Digital ID โครงสร้างพื้นฐานที่เริ่มเห็นผล: เราได้เห็นการผลักดัน Digital ID ให้กลายเป็นเรื่องใกล้ตัวมากขึ้น จากตัวเลขผู้ใช้งานที่พุ่งสูงถึง 151.1 ล้านบัญชี และการเชื่อมต่อ e-Service ภาครัฐกว่า 1,315 บริการ นี่คือเบื้องหลังที่ทำให้การทำธุรกรรมออนไลน์ต่างๆ เช่น การเสียภาษี, ย้ายทะเบียนบ้าน, หรือเช็กสิทธิ์รักษาพยาบาล กลายเป็นเรื่องง่ายและปลอดภัยมากขึ้น ในมุมของธุรกิจ นี่คือการลดกำแพงและสร้างประสบการณ์ที่ไร้รอยต่อให้กับลูกค้า ซึ่งเป็นหัวใจของการทำธุรกิจยุคใหม่
- กฎหมาย DPS เกราะป้องกันในโลกแพลตฟอร์ม: การมาของกฎหมายกำกับดูแลบริการแพลตฟอร์มดิจิทัล (DPS) คือหมุดหมายสำคัญที่สร้างความเชื่อมั่นให้ทั้งผู้ใช้และผู้ประกอบการ การมีแพลตฟอร์มเข้ามาแจ้งข้อมูลแล้วถึง 1,925 แพลตฟอร์ม (ณ 8 ก.ย. 68) และการออกประกาศควบคุมกลุ่ม Online Marketplace และ Ride Sharing ที่ชัดเจนขึ้น เป็นการสร้างสนามแข่งขันที่เท่าเทียมและปลอดภัย เรื่องนี้สอดคล้องกับภาพการแข่งขันของแบรนด์แฟชั่นไทยบน Shopee ที่เราเคยนำเสนอไป ความสำเร็จของแบรนด์เหล่านั้นส่วนหนึ่งก็มาจากความไว้วางใจที่ผู้บริโภคมีต่อแพลตฟอร์มนั่นเอง
- AI Governance เตรียมความพร้อมสู่อนาคต: ETDA ไม่ได้มองแค่ปัจจุบัน แต่เตรียมพร้อมสำหรับคลื่นลูกใหญ่อย่าง AI ผ่านศูนย์ AIGC (AI Governance Center) การพัฒนาแนวปฏิบัติกว่า 12 เรื่อง และการให้คำปรึกษาองค์กรต่างๆ กว่า 20 แห่ง คือการวางรากฐานให้ไทยใช้ AI อย่างมีธรรมาภิบาลและมีจริยธรรม การที่ไทยได้รับเลือกให้เป็นเจ้าภาพ UNESCO Global Forum on AI Ethics 2025 ถือเป็นเครื่องยืนยันศักยภาพและความพร้อมของประเทศในเวทีโลก
- ติดอาวุธ SME และคนไทย: โครงการอย่าง SME Growth ที่สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 639 ล้านบาท หรือการสร้างโค้ชดิจิทัลชุมชน (ELDC) และพลเมืองดิจิทัล (EDC) ที่เข้าถึงคนไทยนับแสน คือการทำงานในระดับฐานราก เพื่อให้แน่ใจว่าการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง และทุกคนสามารถคว้าโอกาสจากมันได้
ก้าวสู่ปี 2569 กับ 3 โจทย์ใหญ่สุดท้าทาย ปักธง #คนไทยชีวิตดีเมื่อมีดิจิทัล
สำหรับวิสัยทัศน์ในปี 2569 ETDA ได้ชูธง ‘ก้าวสู่อนาคต ด้วยดิจิทัลที่ทุกคนเชื่อมั่นได้’ ซึ่งถูกตีโจทย์ออกมาเป็น 3 ภารกิจหลักที่เข้มข้นและท้าทายกว่าเดิม เพื่อไปให้ถึงเป้าหมายใหญ่ของประเทศในปี 2570 คือการมีสัดส่วนเศรษฐกิจดิจิทัลต่อ GDP ที่ 30% และติดอันดับ 30 ประเทศแรกที่มีขีดความสามารถทางการแข่งขันทางดิจิทัล
- เสริมแกร่ง Digital Infrastructure and Ecosystem: เมื่อเบื้องหลังต้องไร้รอยต่อ
โครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่งคือหัวใจของทุกสิ่ง ในปีหน้าเราจะได้เห็นการยกระดับใน 4 เรื่องสำคัญ:
- Digital ID: จะถูกขยายผลไปสู่ภาคเอกชนมากขึ้น เช่น กลุ่มท่องเที่ยวและแพลตฟอร์มดิจิทัล รวมถึงการใช้งานในกลุ่มนิติบุคคลและคนต่างด้าว พร้อมผลักดันให้เกิด กระเป๋าเอกสารดิจิทัล (Document Wallet) ที่จะเปลี่ยนวิถีการยืนยันตัวตนและการทำธุรกรรมไปตลอดกาล
- e-Document: สร้างความเชื่อมั่นให้เอกสารอิเล็กทรอนิกส์ทั้งของรัฐและเอกชน ผ่านการตรวจรับรองที่ได้มาตรฐาน
- AI & Data Sharing: วางกลไกการแบ่งปันข้อมูลอย่างมีธรรมาภิบาล เพื่อปลดล็อกการสร้างบริการใหม่ ๆ โดยนำร่องในกลุ่ม Healthcare และ Finance
- Cloud: สนับสนุนให้ภาครัฐย้ายระบบขึ้นสู่คลาวด์ตามนโยบาย Cloud First เพื่อความทันสมัยและคล่องตัว
- เร่งเครื่อง AI: ปั้นไทยสู่ศูนย์กลางภูมิภาค
AI คืออนาคตที่มาถึงแล้ว และ ETDA กำลังเร่งเครื่องเต็มสูบเพื่อให้ไทยเป็นมากกว่าผู้ใช้งาน:
- AI Governance & Regional Hub: ผลักดันการจัดตั้ง ศูนย์ปฏิบัติการด้านธรรมาภิบาล AI แห่งภูมิภาค (AIGPC) อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้ไทยกลายเป็นผู้นำและผู้กำหนดมาตรฐานในระดับภูมิภาค
- AI for SMEs & Communities: นี่คือภารกิจที่น่าจับตามากที่สุดสำหรับคนทำธุรกิจ คือการนำ AI ไปติดสปีดให้ SME ใน 4 ภูมิภาค ตั้งเป้าไม่น้อยกว่า 1,000 ราย และสร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจในพื้นที่ไม่น้อยกว่า 500 ล้านบาท
- AI Literacy & Protection: สร้างภูมิคุ้มกันให้คนไทยรู้เท่าทัน AI ผ่านเครือข่าย EDC Trainers ครอบคลุมทั่วประเทศ เพื่อให้ทุกคนใช้ประโยชน์จาก AI ได้อย่างปลอดภัยและลดความเสี่ยงจากการถูกหลอกลวง
- ขยายกลไกร่วมกำกับ Digital Platform: สร้างความมั่นใจในทุกคลิก
ในยุคที่ทุกคนคือผู้ใช้งานดิจิทัล แต่ไม่ใช่ทุกคนที่น่าเชื่อถือ การกำกับดูแลแพลตฟอร์มจึงต้องเข้มข้นขึ้น:
- ขยายการกำกับดูแล: ศึกษาความเสี่ยงและผลกระทบของบริการแพลตฟอร์มประเภทใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นตลอดเวลา เพื่อสร้างมาตรฐานการกำกับดูแลตนเอง (Self-Regulation) ที่เหมาะสม
- สร้างแรงจูงใจ: ใช้กลไกเชิงบวก เช่น การออกเครื่องหมายรับรอง ให้กับแพลตฟอร์มที่ปฏิบัติตามกฎหมาย DPS เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภค
- ยกระดับ 1212 ETDA: ผนวกศูนย์ช่วยเหลือและจัดการปัญหาออนไลน์ 1212 ETDA ให้เป็นกลไกกลางที่ทรงพลังขึ้น ขยายความร่วมมือทั้งในและต่างประเทศ เพื่อจัดการปัญหาตั้งแต่เรื่องร้องเรียนไปจนถึงการ Take Down เนื้อหาที่เป็นภัย
Thumbsup มองว่า การประกาศวิสัยทัศน์ของ ETDA ในครั้งนี้ เป็นเหมือนการประกาศกร้าวว่า ประเทศไทยพร้อมแล้วที่จะเดินหน้าสู่เศรษฐกิจดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ โดยมี “Digital Trust” เป็นเข็มทิศนำทาง สิ่งที่เราในฐานะคนทำงานในอุตสาหกรรมเห็นได้ชัดคือ ภารกิจของ ETDA นั้นสอดรับและเป็นคำตอบของความท้าทายที่ภาคธุรกิจกำลังเผชิญอยู่โดยตรง
ท้ายที่สุดแล้ว โครงสร้างพื้นฐานอย่าง Digital ID, e-Document และ Cloud อาจดูเป็นเรื่องไกลตัว แต่สิ่งเหล่านี้คือ “ท่อส่งน้ำ” ที่จะทำให้ทุกกิจกรรมทางเศรษฐกิจดิจิทัลไหลลื่น ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพสูงสุด การวางรากฐานเหล่านี้ให้มั่นคง คือการรับประกันว่าอนาคตดิจิทัลของไทยจะไม่ใช่แค่การเติบโตที่ฉาบฉวย แต่เป็นการเติบโตที่ยั่งยืนและกระจายโอกาสไปสู่ทุกคนได้อย่างแท้จริง



