ในโลกการท่องเที่ยวปี 2026 เราไม่ได้คุยกันเรื่อง “การจองผ่านแอปฯ” อีกต่อไป แต่เรากำลังก้าวเข้าสู่ยุคที่การตัดสินใจเดินทางทั้งหมดถูกกวาดต้อนด้วยอัลกอริทึมของ Generative AI (GenAI) อย่างสมบูรณ์ ข้อมูลล่าสุดจาก SiteMinder’s Changing Traveller Report 2026 ที่สำรวจนักเดินทางกว่าหมื่นคนทั่วโลก ยืนยันชัดเจนว่า 80% ของนักเดินทางเลือกใช้ GenAI ในการวางแผนและจองทริป ซึ่งตัวเลขนี้กระโดดเพิ่มขึ้นจากปีก่อนถึง 4 เท่า!
นี่คือสัญญาณเตือนภัย (Wake-up Call) ครั้งใหญ่สำหรับธุรกิจท่องเที่ยวไทย ว่า “โลกใบเก่า” ที่เน้นการทำ SEO หรือการซื้อ Ads แบบเดิมๆ กำลังถูกท้าทายด้วย “โลกใบใหม่” ที่ AI คือผู้ชี้นำความต้องการของผู้บริโภค
GenAI: จากผู้ช่วยส่วนตัว สู่ ‘Concierge’ ดิจิทัลตลอด 24 ชั่วโมง
หากย้อนกลับไปเมื่อไม่กี่ปีก่อน การวางแผนเที่ยวอาจหมายถึงการเปิดแท็บเบราว์เซอร์นับสิบเพื่อเปรียบเทียบราคา อ่านรีวิวใน Pantip หรือ TripAdvisor และคำนวณงบประมาณใน Excel แต่ในปี 2026 GenAI ได้ทำหน้าที่เป็น “Super Concierge” ที่จัดการความวุ่นวายเหล่านั้นให้จบในคำสั่งเดียว (Prompt)
ความเก่งกาจของ GenAI ในยุคนี้ไม่ใช่แค่การตอบคำถาม แต่คือการ “Hyper-Personalization” หรือการออกแบบการเดินทางที่ลงลึกถึงระดับ DNA ของแต่ละบุคคล ตั้งแต่การค้นหาร้านอาหารลับที่คนท้องถิ่นเท่านั้นที่รู้ ไปจนถึงการจัดตารางเดินทางที่คำนวณเวลาการเคลื่อนที่และสภาพอากาศแบบเรียลไทม์ สิ่งนี้ทำให้นักเดินทางลดเวลาในการหาข้อมูลจากหลายวันเหลือเพียงไม่กี่วินาที

5 แรงกดดันที่ธุรกิจท่องเที่ยวต้องเผชิญ เมื่อ AI กลายเป็นหน้าด่าน
เมื่ออำนาจการตัดสินใจย้ายไปอยู่ในมือของ AI ธุรกิจท่องเที่ยวทั้งโรงแรม ทัวร์ และร้านอาหาร จึงต้องเผชิญกับ “แรงเสียดทาน” ใหม่ๆ ที่ไม่เคยมีมาก่อน:
- สนามรบที่โปร่งใสจนน่ากลัว: GenAI สามารถดึงราคาจากทุกแหล่งมาเปรียบเทียบความคุ้มค่าได้ในเสี้ยววินาที การตั้งราคาแบบไร้กลยุทธ์จะถูกคัดออกทันที
- พลังของการรีวิวที่ถูกขยายผล (The Magnifying Effect): ในอดีต รีวิวแย่ๆ อาจจมหายไปในหน้าหลังๆ แต่ GenAI สามารถขุดรีวิวเล็กๆ ที่พูดถึงจุดอ่อนของบริการมาสรุปเป็นใจความสำคัญให้นักเดินทางฟัง ส่งผลต่อความเชื่อมั่นได้ทันที
- ความคาดหวังระดับ ‘สูงสุด’: เมื่อนักเดินทางได้รับแผนการจองที่แม่นยำจาก AI พวกเขาจะคาดหวังว่าการบริการในสถานที่จริงต้องไร้ที่ติและตรงปก 100%
- ความเสี่ยงจาก AI Hallucination: หากข้อมูลธุรกิจของคุณในโลกออนไลน์ไม่ชัดเจน AI อาจ “เดา” หรือตีความผิด ซึ่งนำไปสู่การร้องเรียนที่ธุรกิจไม่ได้ก่อ
- ความเหลื่อมล้ำทางดิจิทัล: ธุรกิจที่ไม่ปรับปรุง Data Structure ให้ AI เข้าถึงได้ จะหายไปจากระบบการค้นหาของนักเดินทางยุคใหม่เสมือนว่าไม่มีตัวตนอยู่จริง
การปฏิวัติของ OTA: จาก “Platform” สู่ “AI Ecosystem”
ในสมรภูมินี้ ผู้เล่นรายใหญ่อย่าง OTA (Online Travel Agents) คือกลุ่มที่ขยับตัวแรงที่สุด เราเริ่มเห็นการเปลี่ยนผ่านจาก “การแข่งราคา” ไปสู่การแข่งกันที่ “AI Efficiency”
- Trip.com: ด้วยการเปิดตัว TripGenie และ Trip.Planner พวกเขาไม่ได้แค่ขายตั๋วเครื่องบิน แต่ขาย “ความสะดวก” AI ของพวกเขาสามารถแนะนำทริปและอัปเดตแผนการเดินทางแบบเรียลไทม์ตามสถานการณ์หน้างาน (Dynamic Itinerary)
- Agoda: มุ่งหน้าสู่การเป็น Personal Travel Assistant อย่างเต็มตัว โดยเน้นการใช้ AI แก้ไข Pain Points ระหว่างการเดินทาง เช่น การเสนอทางเลือกใหม่ทันทีเมื่อเกิดเหตุเครื่องบินดีเลย์หรือที่พักมีปัญหา
นี่คือบทพิสูจน์ว่า ในอนาคตใครที่มี AI ที่ฉลาดและเข้าใจบริบทของมนุษย์มากที่สุด คนนั้นคือผู้ชนะในสายตาของนักเดินทาง

Strategy for Survival: กลยุทธ์ “สื่อสารผ่าน AI” (AIO – AI Optimization)
คำถามสำคัญคือ แล้วธุรกิจขนาดกลางและเล็ก (SMEs) จะปรับตัวอย่างไร? คำตอบไม่ใช่การสร้าง AI ของตัวเอง แต่คือการทำให้ AI “รัก” ธุรกิจของคุณ
- Structured Data is King: ธุรกิจต้องจัดการข้อมูลให้เป็นระเบียบ ทั้งในเว็บไซต์และ Social Media เพื่อให้ AI กวาดข้อมูลไปใช้ได้ง่าย
- Distinctive Brand Identity: ต้องมีจุดขายที่ชัดเจนและมีหลักฐานเชิงประจักษ์ เพราะ GenAI มักจะเลือกแนะนำสถานที่ที่มี “Story” และ “Social Proof” ที่แข็งแรง
- Real Reviews, Real Trust: การสะสมรีวิวเชิงลึกและมีคุณภาพกลายเป็นเรื่องคอขาดบาดตาย เพราะนี่คือ “อาหาร” ชั้นเลิศที่ AI ใช้ประมวลผลความน่าเชื่อถือ
Thumbsup สรุป: การเข้ามาของ GenAI ในปี 2026 ไม่ใช่แค่เทรนด์ที่ผ่านมาแล้วผ่านไป แต่มันคือการ “รีเซ็ต” กติกาการแข่งขันใหม่ทั้งหมด ธุรกิจที่ชนะไม่ใช่ธุรกิจที่ใหญ่ที่สุด แต่คือธุรกิจที่สื่อสารกับ AI ได้ดีที่สุด และสามารถส่งมอบประสบการณ์ได้ตรงตามที่ AI สัญญาไว้กับลูกค้านั่นเอง
ที่มา : SCBEIC



