การบริหารองค์กรในยุคที่เศรษฐกิจและเทคโนโลยีบีบคั้น ไม่ใช่พื้นที่สำหรับการประนีประนอมหรือการรักษาสถานะเดิมอีกต่อไป เมื่อผู้นำต้องเลือกระหว่างการรักษาโครงสร้างองค์กรที่สวยงามกับการเอาชีวิตรอดของธุรกิจ การตัดสินใจที่เด็ดขาดคือสิ่งเดียวที่แยกผู้ชนะออกจากผู้แพ้
ล่าสุด Ryan Breslow ซีอีโอของ Bolt สตาร์ทอัพด้านฟินเทค ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนในวงการด้วยการประกาศปลดพนักงาน 30% ขององค์กร และที่น่าจับตามองที่สุดคือการตัดสินใจ เลิกจ้างทีมทรัพยากรบุคคล หรือ HR ทั้งหมด พร้อมให้เหตุผลที่ตรงไปตรงมาว่า ปัญหาในองค์กรที่เคยมี ได้มลายหายไปพร้อมกับทีมงานเหล่านั้น

ยุคตกต่ำของยูนิคอร์นและวัฒนธรรมที่อ่อนแอ
การตัดสินใจที่ดูเหมือนจะไร้ความปรานีนี้ ไม่ได้เกิดขึ้นจากความว่างเปล่า หากแต่เป็นผลลัพธ์ของวิกฤตที่ฝังรากลึกในองค์กร Bolt เคยเป็นดาวรุ่งที่ก่อตั้งขึ้นจากหอพักในมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด แต่กลับต้องเผชิญกับสภาวะฟองสบู่แตก มูลค่าของบริษัทร่วงหล่นอย่างน่าตกใจจาก 1.1 หมื่นล้านดอลลาร์ เหลือเพียง 300 ล้านดอลลาร์ในช่วงปี 2022 ถึง 2024
เมื่อ Breslow หวนคืนสู่ตำแหน่งซีอีโออีกครั้งในปี 2025 เขาไม่ได้กลับมาเพื่อรักษาสภาพแวดล้อมที่อบอุ่น แต่กลับมาเพื่อกอบกู้ซากปรักหักพังของธุรกิจ สิ่งแรกที่เขาค้นพบและมองว่าเป็นมะเร็งร้ายขององค์กรคือ ความรู้สึกมีสิทธิพิเศษ หรือ Entitlement ที่แพร่กระจายไปทั่วบริษัท พนักงานและผู้บริหารจำนวนมากรู้สึกว่าตนเองมีอำนาจและมีสิทธิเหนือสิ่งต่าง ๆ แต่กลับไม่ได้ลงมือทำงานหนักอย่างที่ควรจะเป็น
พวกเขาคุ้นเคยกับยุคเฟื่องฟูที่บริษัทสามารถเผาผลาญเงินทุนจำนวนมหาศาลโดยไม่ต้องลงไปคลุกฝุ่นหรือทำงานที่ยากลำบาก ซึ่ง Breslow ระบุชัดเจนว่าบริษัทไม่มีความหรูหราเช่นนั้นอีกต่อไป บทสรุปของปัญหานี้คือการเชิญทีมผู้บริหารเดิมเกือบทั้งหมดออกจากตำแหน่ง
จุดจบของ HR แบบดั้งเดิม และการเข้ามาของ People Ops
หนึ่งในความเคลื่อนไหวที่สร้างข้อถกเถียงมากที่สุดคือทัศนคติที่ Breslow มีต่อฝ่ายทรัพยากรบุคคล เขาเปิดเผยในงาน Fortune’s Workforce Innovation Summit ในวันที่ 19 พฤษภาคมที่ผ่านมาว่า “เราเคยมีทีม HR และทีมนั้นก็มักจะสร้างปัญหาที่ไม่ได้มีอยู่จริงขึ้นมา ปัญหาเหล่านั้นมลายหายไปทันทีเมื่อผมปล่อยพวกเขาไป”
Breslow เคยแสดงจุดยืนที่ชัดเจนมาแล้วเมื่อปีก่อนผ่าน LinkedIn ว่า รูปแบบและแนวทางของ HR แบบดั้งเดิมนั้นเป็นพลังงานที่ผิดพลาด สำหรับเขาแล้ว ผู้เชี่ยวชาญด้าน HR อาจมีข้อมูลเชิงลึกที่สำคัญและมีประโยชน์ใน ยุคสงบสุข หรือ Peacetime รวมถึงในองค์กรที่มีขนาดใหญ่มาก แต่สำหรับ Bolt ที่ต้องกดปุ่มรีเซ็ตและกลับเข้าสู่ โหมดสตาร์ทอัพ ที่ต้องการความเร็วและความคล่องตัวขั้นสุด โครงสร้างแบบเดิมคือตัวถ่วง
ทางออกของ Bolt คือการยุบแผนกและแทนที่ด้วยทีม People Ops เพื่อเข้ามาจัดการเฉพาะการฝึกอบรมที่จำเป็นและเป็นแหล่งข้อมูลให้พนักงาน หน้าที่หลักของ People Ops คือการมอบอำนาจให้ผู้จัดการแต่ละแผนกสามารถตัดสินใจได้อย่างรวดเร็ว ไร้รอยต่อ และขับเคลื่อนบริษัทไปข้างหน้าด้วยความเร็วแสง
AI คือแกนกลางใหม่ของการบริหารและคลื่นใต้น้ำในอุตสาหกรรม
อีกหนึ่งฟันเฟืองสำคัญที่ทำให้ Bolt สามารถทิ้งโครงสร้าง HR แบบเดิมได้ คือการประกาศแผนที่จะใช้ AI เป็นแกนหลักของการดำเนินงาน การเคลื่อนไหวนี้ไม่ได้เกิดขึ้นอย่างโดดเดี่ยว แต่เป็นภาพสะท้อนของเทรนด์ระดับโลกที่กำลังทลายรากฐานการบริหารคนแบบดั้งเดิม
บริษัทเทคโนโลยีระดับยักษ์ใหญ่อย่าง IBM, Google และ Amazon ต่างก็เริ่มปรับโครงสร้างและลดขนาดทีม HR ของตนลงเช่นกัน โดยนำ AI เข้ามาแทนที่พนักงานที่เป็นมนุษย์ในการประมวลผลงานเอกสาร การบริหารจัดการสวัสดิการ ไปจนถึงกระบวนการสรรหาบุคลากร
ข้อมูลจากการสำรวจของ Fast Company เผยให้เห็นตัวเลขที่น่าสนใจว่า พนักงานของ Amazon และ Walmart กว่า 62% เริ่มมีความกังวลเกี่ยวกับการที่บริษัทมอบหมายอำนาจการตัดสินใจด้านทรัพยากรบุคคลให้กับ AI มากขึ้น นี่คือสัญญาณเตือนว่า เทคโนโลยีไม่ได้เพียงแค่เข้ามาเป็นเครื่องมือช่วยเหลือ แต่กำลังก้าวขึ้นมาทำหน้าที่ในระดับบริหารและประเมินผลมนุษย์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
สยบข่าวลือและเดินหน้าด้วยทีมชุดใหม่
แม้การเปลี่ยนแปลงแบบพลิกแผ่นดินจะนำมาซึ่งเสียงวิจารณ์และข่าวลือเชิงลบ ไม่ว่าจะเป็นข้อกล่าวหาเรื่องการค้างจ่ายค่าจ้างพนักงาน หรือการเบี้ยวเงินผู้รับเหมา แต่ Breslow ได้ใช้เวทีการประชุมเพื่อปฏิเสธข้อกล่าวหาเหล่านั้นอย่างสิ้นเชิง เขาเน้นย้ำว่าผลลัพธ์ของการปรับลดโครงสร้างคือความสำเร็จ บริษัทกำลังก้าวไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคงด้วยทีมงานที่มีขนาดเล็กลง เป็นพนักงานรุ่นใหม่ (More junior) ที่พร้อมจะทำงานหนักขึ้นและมีพลังงานที่ดีกว่าเดิม
กรณีศึกษาของ Bolt ไม่ใช่แค่เรื่องราวการดิ้นรนของสตาร์ทอัพที่มูลค่าลดลง แต่เป็นปรากฏการณ์ที่ชี้ให้เห็นถึงความท้าทายของระบบบริหารทรัพยากรบุคคลแบบดั้งเดิม ในโลกที่ธุรกิจต้องการความคล่องตัวสูงสุด การมีอยู่ของหน่วยงานที่สร้างขั้นตอนและกฎเกณฑ์อาจกลายเป็นอุปสรรคมากกว่าตัวช่วย การนำ AI และ People Ops มาแทนที่ ไม่ใช่แค่เทคนิคการลดต้นทุน
แต่คือการวางสถาปัตยกรรมองค์กรใหม่ที่มุ่งเน้นประสิทธิภาพและลบวัฒนธรรม สิทธิพิเศษ ที่กัดกินองค์กร การตัดสินใจที่เด็ดขาดและปราศจากการประนีประนอมนี้คือมาตรฐานใหม่ของความเป็นผู้นำในยุควิกฤต เวลาและมูลค่าบริษัทในอนาคตของ Bolt จะเป็นเครื่องพิสูจน์ที่ชัดเจนที่สุดว่า กลยุทธ์ที่เฉียบขาดนี้คือยาขมที่รักษาโรค หรือเป็นเพียงการทดลองที่ผิดพลาด
อ้างอิง: Fast Company
อ่านเพิ่มเติม



