อุตสาหกรรมกล้องถ่ายภาพกำลังอยู่ในช่วงการเปลี่ยนผ่านที่น่าสนใจ จากอดีตที่ผู้บริโภคเน้นแข่งขันกันที่สเปกและความคมชัดระดับไฮเอนด์ ปัจจุบันเทรนด์ได้ถูกขับเคลื่อนด้วย “ไลฟ์สไตล์” และ “คอนเทนต์” อย่างชัดเจน ล่าสุดผู้นำตลาดอย่าง BIG CAMERA ได้ออกมาเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ส่งท้ายปี ด้วยการเปิดตัวแคมเปญ BIG CAMERA BIG BONUS 2026 พร้อมเผยอินไซต์ตลาดที่น่าสนใจ ทั้งการเติบโตของกล้องคอมแพคในกลุ่ม Gen Z และการปรับตัวของตลาดเมื่อโดรนสะดุดข้อกฎหมาย
ทุ่ม 3.5 ล้านบาท จัดทริปเอ็กซ์คลูซีฟ กระตุ้นยอดขาย Q4
เพื่อเป็นการกระตุ้นกำลังซื้อในช่วงไฮซีซั่นของการท่องเที่ยว BIG CAMERA ได้จัดแคมเปญ BIG BONUS 2026 โดยใช้งบประมาณกว่า 3.5 ล้านบาท นำลูกค้าผู้โชคดี 15 ท่าน ร่วมทริปถ่ายภาพที่ประเทศอียิปต์ เป็นเวลา 9 วัน 6 คืน ซึ่งความน่าสนใจของแคมเปญนี้คือการดึงตัวแทนของคนยุคใหม่และช่างภาพระดับท็อปมาร่วมขบวน ได้แก่ “บิ๊นท์–สิรีธร ลีห์อร่ามวัฒน์”, “จอร์จ–ธาดา วาริช” ช่างภาพแฟชั่นแถวหน้าของไทย และ “กอล์ฟ-กันตพัฒน์” ครีเอเตอร์สายท่องเที่ยวจากเพจกอล์ฟ มาเยือน
นายชิตชัย เธียรกาญจนวงศ์ ผู้อำนวยการฝ่ายขายและการตลาด เผยว่า กล้องถ่ายรูปไม่ได้เป็นเพียงอุปกรณ์บันทึกภาพ แต่เป็นเครื่องมือถ่ายทอด Passion การจัดทริปไปเยือนสถานที่ระดับโลกอย่างมหาพีระมิดแห่งกิซา หรือล่องเรือแม่น้ำไนล์ จึงเป็นการส่งเสริมคอมมูนิตี้คนรักการถ่ายภาพ และยกระดับศักยภาพคอนเทนต์ครีเอเตอร์ไทยไปในตัว โดยลูกค้าสามารถร่วมสนุกได้จากการซื้อสินค้าครบทุก 3,000 บาท รับคูปองชิงโชค 1 ใบ ตั้งแต่ 15 ต.ค. 2569 – 15 ม.ค. 2570

ผ่าอินไซต์ตลาดกล้อง: Gen Z กับมนต์เสน่ห์ของความ “ไม่ชัด”
ข้อมูลที่น่าสนใจจากงานแถลงข่าวคือพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปตามแบรนด์และไลฟ์สไตล์ โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Z ที่หันมาให้ความสนใจกับ “กล้องคอมแพค” และ “กล้องฟิล์ม” อย่างมีนัยสำคัญ แบรนด์อย่าง Kodak หรือ Fujifilm ได้รับความนิยมสูงขึ้นในระดับราคาที่เข้าถึงง่าย (ประมาณ 4,000 – 9,000 บาท) สิ่งที่ทำให้ Gen Z หลงใหลไม่ใช่เซ็นเซอร์ที่ทรงพลัง แต่เป็น “เสน่ห์” ของภาพที่มีความคลาสสิก แตกต่างจากคนยุคก่อนที่มองหาความคมชัดสูงสุดเป็นจุดขายหลัก ส่งผลให้แบรนด์ใหญ่จากญี่ปุ่นที่เน้นตลาดไฮเอนด์ราคาสูงอาจทำตลาดในกลุ่มนี้ได้ยากขึ้น
ตลาด Vlog และ Action Camera เสียบแทนที่ตลาดโดรน
อีกหนึ่งความท้าทายของอุตสาหกรรมคือ “ข้อจำกัดด้านกฎหมาย” โดยเฉพาะโดรนที่เคยเป็นสินค้าขายดี แต่ปัจจุบันยอดขายหายไปกว่าครึ่ง เนื่องจากผู้ซื้อต้องดำเนินการจดทะเบียนกับ กสทช. ก่อนครอบครอง ซึ่งใช้เวลา 1-3 วัน ทำให้ลูกค้ากลุ่มนักท่องเที่ยวที่ต้องการซื้อแล้วใช้งานทันทีขาดความสะดวกไป แม้ทางร้านจะมีบริการช่วยจดทะเบียนก็ตาม
ผลกระทบนี้ทำให้กระแสเงินและเทรนด์ผู้บริโภคไหลไปสู่อุปกรณ์กลุ่ม Pocket Camera, Action Camera และกล้อง 360 องศาแทน แบรนด์อย่าง DJI และ Insta360 จึงกลายเป็นผู้เล่นหลักที่กินส่วนแบ่งตลาดกลุ่ม Vlog ในช่วงปลายปี ซึ่งเป็นไฮซีซั่นของการท่องเที่ยว นอกจากนี้ แบรนด์ใหญ่ทั้ง Sony และ Canon ก็เริ่มหันมาโฟกัสกล้องสาย Vlog มากขึ้นเพื่อตอบรับเทรนด์นี้เช่นกัน

ออนไลน์อาจไม่ใช่ทางเลือกหลัก เพราะหน้าร้านยังคงเป็นหัวใจ
แม้แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซจะเติบโต แต่สำหรับสินค้าประเภทกล้องถ่ายภาพที่มีราคาสูง BIG CAMERA ยังคงเชื่อมั่นในสาขากว่า 150 แห่งทั่วประเทศ โดยยอดขายผ่านช่องทางออนไลน์ยังมีสัดส่วนไม่เกิน 8% สะท้อนให้เห็นว่าผู้บริโภคยังต้องการ “สัมผัส” สินค้าจริงก่อนตัดสินใจซื้อ และต้องการคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ รวมถึงการเวิร์กชอปที่ทางร้านจัดขึ้นทุกสัปดาห์ ซึ่งช่วยสร้าง Customer Loyalty ได้ดีกว่าการลงไปเล่นสงครามราคาแจกโค้ดส่วนลดบนออนไลน์เพียงอย่างเดียว
เป้าหมายและการเติบโต
ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่ท้าทาย BIG CAMERA ยังคงคาดหวังการเติบโตตามเป้าเดิมที่ 10% ในไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ โดยอาศัยแรงหนุนจากการท่องเที่ยว สินค้าใหม่ๆ ที่แบรนด์ทยอยเปิดตัวเพื่อจับกลุ่มตลาดระดับกลาง-บน รวมถึงการขยายธุรกิจไปสู่กลุ่ม Commercial และสถาบันการศึกษามากขึ้น
บทสรุปของ BIG CAMERA ในปี 2026 แสดงให้เห็นถึงการปรับตัวอย่างรวดเร็วของผู้นำตลาด ที่ไม่เพียงแต่ขายฮาร์ดแวร์ แต่ขาย “ประสบการณ์” และทำความเข้าใจอินไซต์ของยุคสมัยได้อย่างเฉียบคม



