เมื่อโลกธุรกิจหมุนเร็วกว่าเดิมหลายเท่าตัว การปรับตัวจึงไม่ใช่แค่ทางรอด แต่คือโจทย์ใหญ่ที่องค์กรขนาดใหญ่ระดับประเทศต้องลุกขึ้นมาขยับตัวอย่างจริงจัง ท่ามกลางกระแสความเปลี่ยนแปลงทั้งจากเทคโนโลยี ภูมิรัฐศาสตร์ และความท้าทายด้านความยั่งยืน เครือเจริญโภคภัณฑ์ (CP) ได้พิสูจน์ให้เห็นอีกครั้งผ่านการจัดงาน CP Innovation Exposition 2026 หรือ “มหกรรมนวัตกรรมบัวบาน เครือเจริญโภคภัณฑ์ ครั้งที่ 9” ณ ทรู ดิจิทัล พาร์ค ภายใต้แนวคิด “RISE TOGETHER, INNOVATE BEYOND — ผสานพลังขับเคลื่อนสู่นวัตกรรมแห่งอนาคต เพื่อพรุ่งนี้ที่ดีกว่า”

จาก “วันหมดอายุบนซองเมล็ดพันธุ์” สู่จิตวิญญาณแห่งนวัตกรรมที่ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น

หากพูดถึงคำว่า “นวัตกรรม” หลายคนมักนึกถึงเทคโนโลยีล้ำสมัยอย่าง AI หรือหุ่นยนต์ราคาแพง แต่สำหรับซีพี รากเหง้าของนวัตกรรมเริ่มต้นจากสิ่งใกล้ตัวที่สุด นั่นคือ “ความใส่ใจในปัญหาของเกษตรกร”
ดร.อาชว์ เตาลานนท์ รองประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ และที่ปรึกษาคณะอำนวยการจัดงานฯ ได้ฉายภาพย้อนอดีตที่น่าสนใจว่า นวัตกรรมชิ้นแรกของซีพีไม่ได้เกิดขึ้นในห้องแล็บไฮเทค แต่เกิดจากการพิมพ์ “วันหมดอายุ” ลงบนซองเมล็ดพันธุ์ผัก เพื่อลดความเสี่ยงและสร้างความมั่นใจให้แก่เกษตรกร ก่อนจะต่อยอดมาสู่โมเดลเกษตรอุตสาหกรรมและการเลี้ยงปศุสัตว์ยุคใหม่ ทั้งการสนับสนุนเงินทุน โรงเรือน วัคซีน และการประกันราคา ซึ่งช่วยเปลี่ยนเรื่องยากในอดีตให้กลายเป็นมาตรฐานที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากของประเทศได้
สิ่งเหล่านี้ตอกย้ำว่า นวัตกรรมของซีพีไม่ใช่แค่เรื่องของเทคโนโลยี แต่คือกระบวนการคิดที่ยึดมั่นในค่านิยมองค์กรและหลักประโยชน์ 3 ประสาน คือ ประโยชน์ต่อประเทศชาติ ประโยชน์ต่อประชาชน และประโยชน์ต่อบริษัท เพื่อสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนร่วมกับสังคมในระยะยาว

เปิดตัวเลขเบื้องหลังความสำเร็จ: 319 โครงการ และมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 30,000 ล้านบาท

ด้าน ซิกเว่ เบรกเก้ ประธานคณะผู้บริหารกลุ่ม บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และประธานคณะกรรมการอำนวยการจัดงานฯ ได้ขยายความถึงทิศทางของงานในปีนี้ว่า นวัตกรรมสำหรับซีพีไม่ใช่แค่โครงการเฉพาะกิจหรือหน้าที่ของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง แต่เป็น “จิตวิญญาณ” ที่เชื่อมโยงอดีต ปัจจุบัน และอนาคตเข้าด้วยกัน
ตัวเลขที่น่าสนใจจากการประกวดนวัตกรรมภายในองค์กรปีนี้ มีผลงานส่งเข้าร่วมมากถึง 319 ผลงาน จาก 10 ประเทศทั่วโลก โดยถูกแบ่งเป็นสองกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจน คือ
  1. กลุ่มปรับปรุงกระบวนการทำงาน (Process Optimization): มีถึง 190 ผลงานที่มุ่งเน้นการลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพ และยกระดับการทำงานภายใน
  2. กลุ่มสร้างรายได้ใหม่ (New Business Models): มุ่งเน้นการสร้างแหล่งรายได้ใหม่และการขยายขีดความสามารถทางธุรกิจ
จาก 319 ผลงาน ได้ผ่านการกลั่นกรองจนเหลือ 96 ผลงาน ที่นำมาจัดแสดงในงานรูปแบบ Future Fest และมีโครงการที่ได้รับการประเมินว่าสามารถขยายสเกลเพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้แก่ประเทศไทยได้มากกว่า 30,000 ล้านบาทสะท้อนให้เห็นว่านวัตกรรมในวันนี้ไม่ได้อยู่แค่บนกระดาษ แต่สร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจได้จริง

 

เจาะลึกเวที Future Fest และพื้นที่แจ้งเกิดของ “สตาร์ตอัป”

ความโดดเด่นของงานในปีนี้คือการจัดในรูปแบบ Future Fest ที่รวบรวมวิทยากรระดับโลกกว่า 70 คน และพื้นที่จัดแสดงนวัตกรรมกว่า 90 ผลงาน ครอบคลุมทั้ง AI, หุ่นยนต์, อาหารแห่งอนาคต, เทคโนโลยีชีวภาพ และความยั่งยืน
นอกจากนี้ ยังมีความพิเศษคือการเปิดเวทีให้ผู้ประกอบการ SME และสตาร์ตอัปจากภายนอกได้มีส่วนร่วมครั้งแรกผ่านกิจกรรม “Healthylicious” ซึ่งเป็นการผสานองค์ความรู้ด้านสุขภาพ อาหาร และเทคโนโลยี โดยมีทีมส่งผลงานเข้าร่วมกว่า 50 ทีม ก่อนคัดเลือก 6 ทีมสุดท้ายเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ เพื่อผลักดันให้เกิดการต่อยอดเป็นธุรกิจจริงและสร้างความร่วมมือกับเครือซีพีในอนาคต

มอบ 29 Chairman Awards: เชิดชูนวัตกรผู้สร้างอิมแพคจริง

ไฮไลต์สำคัญที่ขาดไม่ได้คือพิธีมอบ 29 Chairman Awards 2026 โดยได้รับเกียรติจาก นายสุภกิต เจียรวนนท์ ประธานกรรมการ เครือเจริญโภคภัณฑ์ เป็นผู้มอบรางวัล เพื่อยกย่องผลงานนวัตกรรมที่ผ่านการคัดเลือกจาก 319 ผลงาน เหลือ 60 ผลงานในรอบสุดท้าย และตัดสินใน 4 ประเภทหลัก ได้แก่
  • Process Innovation (นวัตกรรมการกระบวนการทำงาน)
  • Product & Service Innovation (นวัตกรรมผลิตภัณฑ์และบริการ)
  • Sustainability Innovation (นวัตกรรมด้านความยั่งยืน)
  • Business Model Innovation (นวัตกรรมโมเดลธุรกิจ)
ผลงานที่ได้รับรางวัลในปีนี้ล้วนมีจุดร่วมเดียวกันคือ การนำเทคโนโลยีอย่าง AI, หุ่นยนต์, ระบบอัตโนมัติ,เทคโนโลยีชีวภาพและดิจิทัล มาประยุกต์ใช้เพื่อแก้ปัญหาโจทย์ธุรกิจจริง ลดต้นทุน และสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน

ผนึกกำลังครั้งใหญ่: CP COE และ MOU กับกระทรวง อว.

อีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของงานในครั้งนี้ คือการประกาศความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์เพื่อสร้างระบบนิเวศแห่งอนาคตผ่าน 2 ดีลสำคัญ
  1. CP COE กับ 30 องค์กรนวัตกรรมชั้นนำ:นายศุภชัย เจียรวนนท์ รองประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ ได้ประกาศเจตนารมณ์ความร่วมมือระหว่าง CP COE กับ 30 องค์กรชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ โดยระบุว่าท่ามกลางความท้าทายระดับโลก ทั้งเรื่องภูมิรัฐศาสตร์ สงคราม สภาพภูมิอากาศ และดิสรัปชันจาก AI องค์กรจำเป็นต้องสร้างนวัตกรรมอย่างไม่หยุดยั้ง ผ่านแพลตฟอร์ม CP-CoEx ที่เชื่อมโยงผู้เชี่ยวชาญระดับโลกเข้ากับโจทย์ธุรกิจจริง เน้น 3 เสาหลัก ได้แก่ AI, Food & Longevity และ Sustainability Tech เพื่อให้แพลตฟอร์มนี้เป็น Sandbox ให้คนรุ่นใหม่ได้ทดลอง เรียนรู้จากความล้มเหลวเล็กๆ และสร้างนวัตกรรมที่เปลี่ยนแปลงโลก
  2. MOU กับกระทรวง อว. ภายใต้แนวคิด “TALENT MOBILITY for Future Industries”: เครือซีพีได้ร่วมมือกับสำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยมี ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. มาร่วมปาฐกถาและเป็นสักขีพยาน ความร่วมมือนี้มุ่งเน้นการดึงบุคลากรวิจัยและผู้เชี่ยวชาญระดับแนวหน้าของประเทศเข้ามาทำงานร่วมกับภาคอุตสาหกรรม ยกระดับทักษะในกลุ่มเทคโนโลยีอนาคต และผลักดัน 4 โครงการภายใต้ Siam Terra ได้แก่ Mega Farming, Precision Biotechnology, Future Food และ Biomanufacturing

เมื่อนวัตกรรมไม่ใช่แค่ทางเลือก แต่คือ “ลมหายใจ” ขององค์กร

งาน CP Innovation Exposition 2026 ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า การผลักดันองค์กรขนาดใหญ่อย่างซีพีให้ก้าวไปข้างหน้า ไม่ได้อาศัยแค่เม็ดเงินลงทุนมหาศาล แต่ต้องอาศัยการปลูกฝัง “วัฒนธรรมการคิดต่างและการลงมือทำ” ให้ซึมซับไปในทุกอณูของพนักงาน
การผสานพลังระหว่างภาครัฐ เอกชน สตาร์ตอัป และเครือข่ายระดับโลกในครั้งนี้ จึงไม่ใช่แค่การโชว์ศักยภาพของเครือซีพีเท่านั้น แต่ยังเป็นหมุดหมายสำคัญในการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย บนเวทีเศรษฐกิจโลกที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมอย่างแท้จริง

 

I'm a Content Creator and Storyteller, and i love Shooting my daughter :><: