ในสมรภูมิค้าส่งของไทยที่ดุเดือดขึ้นทุกขณะ การขยับตัวของ “GO WHOLESALE” (โก โฮลเซลล์) ภายใต้การบริหารของ เซ็นทรัล ฟู้ด โฮลเซลล์ ในเครือเซ็นทรัล รีเทล (CRC) กำลังกลายเป็นที่จับตามองอย่างยิ่ง ไม่ใช่เพียงเพราะการขยายสาขาอย่างรวดเร็ว แต่คือ “ยุทธศาสตร์การเข้าถึงใจ” กลุ่มผู้ประกอบการยุคใหม่ที่ต้องการมากกว่าแค่แหล่งซื้อวัตถุดิบราคาถูก

วันนี้ Thumbsup จะพาไปเจาะลึกทิศทางของ GO WHOLESALE ผ่านมุมมองของ คุณซันนี่ ซิดิค รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานบริหารสินค้าธุรกิจ ถึงเบื้องหลัง ความสำเร็จและก้าวต่อไปในปี 2026 ที่ขยับจากการเป็น “ห้างค้าส่ง” สู่การเป็น “พาร์ทเนอร์เชิงกลยุทธ์” ของธุรกิจอาหารทั่วประเทศ

เปิดสถิติ “Acceleration 2026”: พลังของฐานสมาชิก 9 แสนราย

จากการดำเนินธุรกิจเพียงไม่กี่ปี GO WHOLESALE สามารถสร้าง Network ที่แข็งแกร่งได้อย่างน่าทึ่ง ข้อมูลล่าสุด (มีนาคม 2569) ระบุว่าปัจจุบันมีสาขาเปิดให้บริการแล้วถึง 14 แห่ง ครอบคลุมจุดยุทธศาสตร์สำคัญทั่วไทย ตั้งแต่ศรีนครินทร์ ไปจนถึงภูเก็ต และระยอง  โดยมีตัวเลขที่น่าสนใจ ดังนี้

  • ฐานสมาชิก: มากกว่า 900,000 ราย
  • ซัพพลายเออร์: กว่า 1,800 ราย
  • รายการสินค้า (SKUs): มากกว่า 23,000 รายการ จากทั่วทุกมุมโลก

สิ่งที่น่าสนใจคือ “โครงสร้างลูกค้า” ที่มีความเฉพาะตัวสูง โดย 55% คือกลุ่ม Business Customers ซึ่งแบ่งเป็นกลุ่ม HoReCa (โรงแรม ภัตตาคาร จัดเลี้ยง) 35% และกลุ่มร้านค้าปลีก/โชห่วย 20% ที่สำคัญคือ 64% ของลูกค้าทั้งหมดคือกลุ่ม Gen Y และ Gen Z ซึ่งเป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่เติบโตมากับเทคโนโลยีและมีความต้องการที่เปลี่ยนไปจากผู้ประกอบการรุ่นเดิมอย่างสิ้นเชิง

Own Brand Strategy หัวใจของการแก้ Pain Point

หนึ่งในไฮไลท์สำคัญคือการรุกตลาด Own Brand อย่างเต็มรูปแบบ โดยตั้งเป้าผลักดันสัดส่วนยอดขายให้ถึง 23% ในอนาคตอันใกล้ ปัจจุบัน Own Brand ของที่นี่มีมากกว่า 1,800 รายการ  โดยแบ่งออกเป็น 3 แบรนด์หลักเพื่อตอบโจทย์ที่แตกต่าง

  • A CHOICE : เน้นกลุ่มอาหารสด อาหารแช่แข็ง และเครื่องปรุงรส  แบรนด์นี้ถูกออกแบบมาเพื่อ “Everyday Cook” และผู้ประกอบการที่ต้องการวัตถุดิบคุณภาพสูงในราคาที่คุ้มค่าโดยในปี 2569 จะมีการเพิ่มสินค้ากลุ่มนี้มากขึ้นเป็นพิเศษ
  • SUPER SAVE: มุ่งเน้นไปที่บรรจุภัณฑ์และอาหารพื้นฐานในราคาที่ประหยัดที่สุด เพื่อช่วยลดต้นทุนคงที่ ให้กับธุรกิจ
  • PRO SAVE: เจาะกลุ่ม Non-Food อย่างเคมีภัณฑ์และอุปกรณ์ทำความสะอาด เพื่อให้ธุรกิจโรงแรมและร้านอาหารได้สินค้ามาตรฐานในราคาที่ “เซฟธุรกิจ”

วิเคราะห์พฤติกรรม HoReCa & Food Retailer: ความท้าทายที่ต้องก้าวผ่าน

จากข้อมูลการศึกษาพฤติกรรมลูกค้าของ GO WHOLESALE พบ Insights ที่น่าสนใจ

  • กลุ่ม HoReCa: กำลังเผชิญกับภาวะ “Cost Cautious” หรือการควบคุมต้นทุนอย่างหนัก ทั้งค่าแรงพนักงานและราคาวัตถุดิบ รวมถึงต้องรับมือกับ “High Food Delivery GP” ที่บีบคั้นกำไร การมีสินค้า Own Brand ที่ราคาเสถียรและมีบริการ “ตัดแต่งสินค้า” จึงเป็นโซลูชันที่เข้ามาช่วยลดขั้นตอนการเตรียมอาหาร ได้อย่างดี
  • กลุ่ม Food Retailer: มักประสบปัญหาเรื่อง “Aging” ของเจ้าของร้านที่เริ่มเข้าสู่สังคมสูงวัย และ “Generation Gap” ที่ทำให้ตามเทรนด์ไม่ทัน รวมถึงปัญหาเงินหมุนเวียน GO WHOLESALE จึงเข้ามาอุดช่องว่างด้วยระบบสมาชิกที่มีโปรโมชั่นตรงจุดและช่องทาง O2O

Digital Transformation และประสบการณ์ O2O

การเข้าถึงลูกค้า Gen Y-Z ไม่สามารถทำได้แค่ผ่านหน้าร้าน GO WHOLESALE จึงปูพรมระบบดิจิทัลผ่าน GO Application ที่มียอดดาวน์โหลดสูงถึง 1 ล้านครั้ง และมีผู้ใช้งานเป็นประจำ (MAU) กว่า 250,000 ราย โดยเน้นประสบการณ์แบบ “Seamless OMNI-Channels”:

  • ราคาสินค้า โปรโมชั่น และสิทธิประโยชน์ เหมือนกับซื้อที่สาขา
  • เชื่อมต่อกับระบบ Ecosystem ของ Central Group อย่าง The 1 เพื่อสะสมและแลกคะแนน
  • รองรับการชำระเงินทุกรูปแบบ (Smart Payment) ซึ่งตอบโจทย์สังคมไร้เงินสด

“People” คือกุญแจสำคัญท่ามกลางภาวะขาดแคลนแรงงาน

คุณซันนี่ให้ความสำคัญกับ “บุคลากร” อย่างมาก โดยระบุว่าพนักงาน 2,700 คนของบริษัท (เติบโตมาจากช่วงเริ่มต้นที่มีเพียง 7 คน) คือฟันเฟืองหลัก ในอุตสาหกรรมที่กำลังขาดแคลนแรงงาน GO WHOLESALE เลือกใช้กลยุทธ์ “การจ้างงานคนในท้องถิ่น” โดย 80-90% ของพนักงานในแต่ละสาขาต้องเป็นคนพื้นที่  เพื่อสร้างความเข้าใจในความต้องการของลูกค้าท้องถิ่นอย่างแท้จริง และเฟ้นหาคนที่มี “Passion” ในหน้าที่ของตนเอง

ก้าวต่อไปที่มากกว่าแค่ “การขาย”

ทิศทางของ GO WHOLESALE ในปี 2026 คือการมุ่งสู่การเป็น NPD (New Product Development) and Product Solution Development โดยไม่ได้มองแค่การเพิ่มจำนวน SKU แต่เป็นการสร้างผลิตภัณฑ์ที่เป็นทางออกให้กับปัญหาของลูกค้าจริงๆ การเติบโต 11% ของยอดขายสินค้า Own Brand จึงไม่ใช่แค่ตัวเลขความสำเร็จของบริษัท แต่เป็นดัชนีชี้วัดว่า “แบรนด์สามารถช่วยให้ธุรกิจรายย่อยอยู่รอดและเติบโตได้” ในสภาวะเศรษฐกิจที่ท้าทายนี้ครับ

I'm a Content Creator and Storyteller, and i love Shooting my daughter :><: