เมื่อพูดถึงผู้บริหารระดับสูงที่ขับเคลื่อนองค์กรระดับโลก หลายคนคงนึกถึงชั้นหนังสือที่เต็มไปด้วยตำราการบริหาร กลยุทธ์ธุรกิจ หรือหนังสือฮาวทูพัฒนาตัวเอง แต่สำหรับ Ted Sarandos co-CEO ของ Netflix แพลตฟอร์มสตรีมมิงที่เข้ามาดิสรัปต์วงการบันเทิงและมีมูลค่าบริษัททะลุ 8 ล้านล้านบาท กลับมีแนวทางที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง
บนโต๊ะทำงานของเขาไม่มีหนังสือสอนการเป็นผู้นำ ไม่มีคัมภีร์ธุรกิจซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าเอกสาร และไม่มีหนังสือฮาวทูวางเรียงรายอยู่ข้างเตียงนอน เมื่อนักข่าวจากสื่อใหญ่อย่าง CNBC ยิงคำถามถึงหนังสือแนวบริหารธุรกิจที่เป็นแรงบันดาลใจ คำตอบของชายวัย 61 ปีผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของ Netflix กลับเรียบง่ายและน่าประหลาดใจว่า “ผมไม่ค่อยอ่านหนังสือพวกนั้นหรอกครับ”
แล้วอะไรคือแหล่งบ่มเพาะวิสัยทัศน์ที่ทำให้เขาสามารถนำพาทีมฝ่าฟันสมรภูมิสตรีมมิงที่ดุเดือดได้? คำตอบไม่ได้ซ่อนอยู่ในทฤษฎีธุรกิจสมัยใหม่ แต่กลับฝังลึกอยู่ในหน้ากระดาษของ นวนิยาย เล่มเก่าแก่อายุกว่าศตวรรษ

นวนิยายบนเกลียวคลื่น และบทเรียน Leadership จากพายุหมุน
แทนที่จะขุดหาคำตอบจากตำราธุรกิจ Ted Sarandos เลือกที่จะพลิกหน้ากระดาษของนวนิยายคลาสสิกที่ตีพิมพ์เมื่อปี 1902 เรื่อง Typhoon ผลงานชิ้นเอกของนักเขียนนาม Joseph Conrad
หากมองผิวเผิน Typhoon ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องใด ๆ กับโลกของธุรกิจ องค์กร หรือเทคโนโลยีเลยแม้แต่น้อย นวนิยายเรื่องนี้บอกเล่าเรื่องราวการผจญภัยของกัปตันเรือกลไฟ MacWhirr และเหล่าลูกเรือที่ต้องเผชิญหน้ากับพายุไต้ฝุ่นที่รุนแรงและบ้าคลั่งที่สุดกลางมหาสมุทร มันคือเรื่องราวของการเอาชีวิตรอด การต่อสู้กับธรรมชาติ และการตัดสินใจในเสี้ยววินาทีความเป็นความตาย
ฟังดูเหมือนนิยายผจญภัยทั่วไป แต่สำหรับ Sarandos เขากลับมองทะลุตัวอักษรและกล่าวคำยกย่องหนังสือเล่มนี้ไว้ว่า “มันคือเรื่องราวเกี่ยวกับภาวะผู้นำที่ทรงพลังที่สุดเท่าที่ผมเคยอ่านมา”
Sarandos เล่าว่า เขาหยิบหนังสือเล่มนี้ขึ้นมาอ่านครั้งแรกเมื่อราว ๆ 20 ปีก่อน ในตอนนั้น มุมมองที่เขามีต่อตัวละครกัปตันเรือคือคนหัวรั้นและชอบเสี่ยงอย่างไร้เหตุผล เป็นคนที่นำพาทั้งตัวเองและครอบครัวลูกเรือไปตกอยู่ในอันตรายที่ไม่จำเป็น
แต่เมื่อกาลเวลาผ่านไป ประสบการณ์ชีวิตและการทำงานสอนให้เขาเติบโตขึ้น เมื่อเขากลับมาอ่าน Typhoon ซ้ำอีกครั้งในช่วงหลายปีหลัง มุมมองของเขาก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เขาไม่ได้เห็นเพียงกัปตันที่บ้าบิ่นอีกต่อไป แต่เขามองเห็น ความเป็นผู้นำในยามวิกฤต
“ตอนนี้สิ่งที่ผมเห็นได้อย่างชัดเจนก็คือ เมื่อคุณผ่านชีวิตการทำงานและผ่านสมรภูมิธุรกิจ คุณจะต้องเผชิญกับการตัดสินใจนับครั้งไม่ถ้วน ซึ่งผลลัพธ์มักไม่ได้ออกมาตามที่คุณคาดคิดไว้เสมอไป” Sarandos อธิบาย “การทดสอบภาวะผู้นำที่แท้จริงไม่ได้อยู่ที่ตอนที่ทุกอย่างราบรื่น แต่อยู่ที่ว่า คุณจะบริหารจัดการและนำพาทีมผ่านสถานการณ์ที่เต็มไปด้วยความขัดแย้งและความไม่แน่นอนนั้นได้อย่างไรต่างหาก”
พายุไต้ฝุ่นในนิยาย จึงเปรียบเสมือนวิกฤตเศรษฐกิจ การดิสรัปต์ของเทคโนโลยี หรือปัญหาไม่คาดฝันในโลกธุรกิจ ที่ผู้นำต้องยืนหยัดจับพวงมาลัยเรือให้มั่น และพาองค์กรฝ่าคลื่นลมไปให้ได้
จากจินตนาการสู่โลกธุรกิจ และการเดิมพัน 100 ล้านเหรียญ กับ House of Cards
บทเรียนที่ได้จากนวนิยายเรื่องนี้ ไม่ได้หยุดอยู่แค่ในโลกแห่งจินตนาการ หรือเป็นเพียงโควทเท่ ๆ เอาไว้พูดในงานสัมมนา แต่ Sarandos ได้นำหลักการ “ผู้นำท่ามกลางความไม่แน่นอน” นี้ มาประยุกต์ใช้จริงนับตั้งแต่เขาก้าวเท้าเข้ามาทำงานที่ Netflix ในปี 2000 ในฐานะหัวหน้าฝ่ายดำเนินงานคอนเทนต์
เขาเรียนรู้ที่จะโอบรับความเสี่ยงและความไม่แน่นอน โดยเฉพาะเมื่อต้องทำงานร่วมกับ Reed Hastings ผู้ร่วมก่อตั้งและอดีตซีอีโอของ Netflix ซึ่งมีสไตล์การบริหารที่เน้นการกระจายอำนาจ
“บทเรียนสำคัญที่ Reed ทิ้งไว้ให้ผมคือ หน้าที่ของผู้นำคือการเลือกคนที่ดีที่สุดเข้ามาทำงาน มอบเครื่องมือและทรัพยากรให้พวกเขาเพื่อสร้างสรรค์ผลงานที่ดีที่สุดในชีวิต… จากนั้นก็ถอยออกมาซะ ปล่อยให้พวกเขาได้ลงมือทำ”
ทฤษฎีนี้ถูกนำมาทดสอบจริงอย่างยิ่งใหญ่ในอีกประมาณ 10 ปีต่อมา เมื่อ Netflix ตัดสินใจก้าวออกจากเซฟโซนของการเป็นแค่ผู้เช่าซื้อสิทธิ์ภาพยนตร์ มาเป็นการ สร้างคอนเทนต์ของตัวเอง
Sarandos ตัดสินใจทุ่มเม็ดเงินมหาศาลถึง 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อสร้างซีรีส์ออริจินัลเรื่องแรกของ Netflix ที่มีชื่อว่า House of Cards ความน่าสนใจคือ เขาตัดสินใจเซ็นสัญญาสร้างรวดเดียวถึงสองซีซันโดยที่ยังไม่เคยเห็นบทสรุป และที่สำคัญคือ เขาไม่ได้ขออนุมัติจาก Hastings ก่อนด้วยซ้ำ
เมื่อ Hastings รับรู้เรื่องนี้และถามเขากลับไปว่า “ทำไมคุณถึงตัดสินใจทำแบบนั้น?”
คำตอบของ Sarandos สะท้อนวิสัยทัศน์ของกัปตันเรือที่กล้าฝ่าพายุอย่างชัดเจน เขาตอบว่า “Reed ครับ สำหรับผมมันเป็นเรื่องของการประเมินความเสี่ยงกับผลตอบแทนที่เข้าใจได้ง่ายมาก ถ้าซีรีส์เรื่องนี้ล้มเหลว อย่างแย่ที่สุดเราก็แค่เสียเงินมากเกินไปสำหรับรายการ ๆ หนึ่ง ซึ่งเป็นสิ่งที่เราทำพลาดกันอยู่บ่อย ๆ แต่ถ้ามันประสบความสำเร็จล่ะ? มันอาจจะเปลี่ยนแปลงรูปแบบธุรกิจทั้งหมดของเราไปตลอดกาล”
และประวัติศาสตร์ก็จารึกไว้แล้วว่า การตัดสินใจท่ามกลางพายุความไม่แน่นอนในวันนั้น ทำให้ House of Cards กลายเป็นปรากฏการณ์ระดับโลก และเปลี่ยน Netflix ให้กลายเป็นยักษ์ใหญ่แห่งวงการสตรีมมิงจนถึงทุกวันนี้
วิทยาศาสตร์เบื้องหลังการอ่านนิยาย และทำไม Fiction ถึงสร้างผู้นำที่ดี?
หลายคนอาจตั้งคำถามว่า การอ่านนิยายจะช่วยพัฒนาทักษะธุรกิจได้อย่างไร? มหาวิทยาลัยระดับท็อปอย่าง Northwestern University ได้ทำการสำรวจเชิงลึกเกี่ยวกับพฤติกรรมของผู้นำระดับสูง และพบข้อมูลที่น่าสนใจว่า ผู้บริหารกว่า 80% ของบริษัทระดับ Fortune 500 ใช้เครื่องมือพัฒนาตัวเองที่หลากหลาย แต่กลับมีเพียงคนส่วนน้อยเท่านั้นที่หันมาใช้นวนิยาย เป็นเครื่องมือในการเรียนรู้
อย่างไรก็ตาม นักวิชาการกลับมองเห็นพลังแฝงในเรื่องนี้ Brooke Vuckovic ศาสตราจารย์จาก Northwestern University ยืนยันผ่านบทสัมภาษณ์กับ CNBC Make It ว่า นวนิยายคือเครื่องมือพัฒนาตัวเองที่มีประสิทธิภาพสูงมาก มีต้นทุนต่ำ และให้ความเพลิดเพลินไปพร้อมกัน หากเรารู้จักวิธีอ่านอย่างถูกต้อง
“ผู้นำที่เก่งกาจมักจะมองหาวิธีพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ และนวนิยายก็เป็นเครื่องมือที่มักถูกมองข้าม แต่จริง ๆ แล้วมันทรงพลังอย่างเหลือเชื่อ มันช่วยพัฒนาตัวเองได้อย่างต่อเนื่องและสนุกสนาน” ศาสตราจารย์ Vuckovic กล่าว
การอ่านนวนิยายช่วยให้ผู้บริหารได้ฝึกฝนทักษะสำคัญที่หาไม่ได้จากสมการคณิตศาสตร์หรือกราฟสถิติ นั่นคือ ความเห็นอกเห็นใจ และ การทำความเข้าใจมนุษย์ เมื่อเราอ่านนิยาย เรากำลังถูกบีบให้ต้องทำความเข้าใจโครงเรื่อง วิเคราะห์แรงจูงใจเบื้องลึกของตัวละคร และได้เห็นมุมมองที่หลากหลายเมื่อต้องเผชิญกับความขัดแย้ง ซึ่งผู้อ่านสามารถนำมาเชื่อมโยงกับปัญหาหรือความขัดแย้งด้านการบริหารคนในที่ทำงานได้จริง
ไม่ใช่แค่ Netflix เพราะเมื่อผู้นำโลกเทคฯ ล้วนตกหลุมรักนวนิยาย
Ted Sarandos ไม่ใช่ผู้บริหารทรงอิทธิพลเพียงคนเดียวที่ค้นพบขุมทรัพย์จากโลกของนิยาย
Jeff Bezos ผู้ก่อตั้ง Amazon ยักษ์ใหญ่อีคอมเมิร์ซของโลก ก็เป็นอีกคนที่มีสไตล์การเป็นผู้นำที่ได้รับแรงบันดาลใจจากนวนิยาย หนังสือชีวประวัติ The Everything Store ที่เขียนโดย Brad Stone ระบุไว้ชัดเจนว่า แนวคิดการทำงานของ Bezos ได้รับอิทธิพลอย่างมากจากนิยายรางวัลโนเบลเรื่อง The Remains of the Day ของ Kazuo Ishiguro ซึ่งสะท้อนเรื่องราวของความเสียใจและการทบทวนเป้าหมายในชีวิต
หรือแม้แต่ Bill Gates ผู้ร่วมก่อตั้ง Microsoft และนักอ่านตัวยง ก็ยังมักจะหยิบยกคุณค่าของนวนิยายมาพูดถึงบนบล็อกส่วนตัวของเขาอยู่บ่อยครั้ง Gates เชื่อว่า นวนิยายบางเรื่องมีพลังเหนือกว่าหนังสือฮาวทู เพราะมันสามารถ “เปิดม่านให้เรามองเห็นว่า สิ่งที่สำคัญและล้ำค่าในชีวิตมนุษย์นั้น ทำงานอย่างไรในโลกแห่งความเป็นจริง”
Thumbsup มองว่า ในโลกธุรกิจที่หมุนเร็วและเต็มไปด้วยการดิสรัปชัน ทฤษฎีและกรอบความคิดแบบเดิม ๆ อาจไม่เพียงพอที่จะรับมือกับปัญหาที่ซับซ้อนขึ้นทุกวัน บทเรียนจากกัปตันเรือท่ามกลางพายุโหมกระหน่ำกลางมหาสมุทรเมื่อร้อยกว่าปีก่อน อาจเป็นกุญแจสำคัญที่ผู้นำยุคใหม่กำลังตามหา
เพราะท้ายที่สุดแล้ว องค์กรไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยเครื่องจักรหรือตัวเลขเพียงอย่างเดียว แต่ขับเคลื่อนด้วย “มนุษย์” และผู้นำที่แท้จริง ไม่ได้ถูกหล่อหลอมขึ้นมาจากสูตรสำเร็จในตำรา แต่ถูกหลอมรวมจากประสบการณ์ การเรียนรู้ และเรื่องราวที่สอนให้เราเข้าใจความเปราะบาง ความกล้าหาญ และธรรมชาติของมนุษย์ในยามวิกฤต
บางทีคืนนี้ ก่อนนอน… ลองวางหนังสือฮาวทูธุรกิจลงสักวัน แล้วหยิบนวนิยายดี ๆ สักเล่มขึ้นมาเปิดอ่าน คุณอาจจะได้ค้นพบเคล็ดลับการบริหารสุดเฉียบคม ที่ซ่อนอยู่ในบรรทัดใดบรรทัดหนึ่งก็เป็นได้



