ในโลกที่เทคโนโลยีหมุนเร็วกว่าการหมุนรอบตัวเองของโลก นักการตลาดหลายคนอาจกำลังตั้งคำถามว่า หลังจากคลื่น AI ลูกแรกผ่านไป อะไรคือ “ของจริง” ที่จะหลงเหลืออยู่ในปี 2026?
ข้อมูลที่น่าสนใจจากงาน SC Asset Presents MAD Meetup 2025 งานรวมตัวครั้งสำคัญของเหล่าขุนพลด้านการตลาดและเทคโนโลยี สองกูรูแถวหน้าของเมืองไทยอย่าง คุณสิทธินันท์ ผลวิสุทธิ์ศักดิ์ จาก Content Shifu และ คุณพงษ์ปิติ ผาสุขยืด จาก AD ADDICT ได้ร่วมกันถอดรหัสอนาคตผ่านเซสชัน “Martech & Advertising Trends 2026” ซึ่ง Thumbsup ได้สรุปประเด็นสำคัญที่แบรนด์ไทยต้องปรับตัวก่อนจะสายเกินไป

MarTech 2026 – จาก “เครื่องมือเสริม” สู่ “ระบบประสาทส่วนกลาง”
หากปี 2024-2025 คือปีแห่งการเห่อของใหม่ (AI Hype) ปี 2026 คือปีแห่งการ “ฝังราก” (Integration) คุณสิทธินันท์ได้ฉายภาพ MarTech 4 เทรนด์สำคัญที่จะเปลี่ยนโครงสร้างการทำงานขององค์กรไปอย่างสิ้นเชิง
- ยุคแห่ง AI-Embedded MarTech: เมื่อทุกอย่างฉลาดขึ้นโดยไม่ต้องสั่ง
เรากำลังก้าวข้ามยุคที่ต้องเปิด ChatGPT แยกต่างหากเพื่อหาคำตอบ มาสู่ยุคที่ AI ถูก “ฝัง” อยู่ในเครื่องมือที่เราใช้ทุกวัน เช่น Social Listening ที่สามารถวิเคราะห์อารมณ์ (Sentiment) และพยากรณ์วิกฤตแบรนด์ได้ล่วงหน้า หรือ CRM ที่ไม่ได้แค่เก็บข้อมูลลูกค้า แต่สามารถ “แนะนำ” ได้ว่าวันนี้เซลล์ควรโทรหาใครด้วยข้อเสนออะไร นี่คือการเปลี่ยน MarTech จากแค่ถังเก็บข้อมูลให้กลายเป็นสมองกลที่คิดแทนเราได้ในระดับหนึ่ง
- จาก Chatbot สู่ Agentic AI: เมื่อ ‘Jarvis’ มีตัวตนจริงในธุรกิจ
คำว่า Agentic AI จะกลายเป็นคำคุ้นหูมากขึ้น มันคือ AI ที่ไม่เพียงแค่โต้ตอบ แต่สามารถ “ลงมือทำ” (Take Action) แทนมนุษย์ได้ เช่น การทำ Chat Commerce ผ่าน Zwiz.ai หรือการเชื่อมต่อ Workflow ข้ามแพลตฟอร์มด้วย Zapier ที่ AI สามารถตัดสินใจเองได้ว่าถ้าเกิดเหตุการณ์ A ให้ไปทำ B ต่อทันทีโดยไม่ต้องรออนุมัติจากมนุษย์ในทุกขั้นตอน
- MarTech Adoption: ความซับซ้อนที่เพิ่มขึ้นตามความต้องการ
สถิติที่น่าสนใจระบุว่า ในปี 2026 องค์กรขนาดกลางถึงใหญ่จะมีค่าเฉลี่ยการใช้งาน MarTech สูงถึง 20 เครื่องมือต่อหนึ่งองค์กร นั่นหมายความว่าความท้าทายไม่ใช่การหาเครื่องมือใหม่ แต่คือการทำให้เครื่องมือทั้ง 20 ตัว “คุยกันรู้เรื่อง” (Data Integration) เพื่อสร้าง Single View of Customer ที่แท้จริง
- Managed MarTech Service: ยุคที่เครื่องมือล้นมือ จนต้องมีคนมาช่วยดู
เมื่อเครื่องมือเยอะเกินไป (Tool Fatigue) จนทีมการตลาดดูแลไม่ไหว ธุรกิจจึงเริ่มมองหา “ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง” เข้ามาจัดการระบบให้ (Managed Service) ตั้งแต่การวางแผนโครงสร้าง (Architecture) การดูแลความสะอาดของข้อมูล (Data Cleansing) ไปจนถึงการ Optimize ให้คุ้มค่ากับค่า Subscription ที่จ่ายไปในแต่ละเดือน

Advertising 2026 – เมื่อ “ความจริงใจ” และ “ประสบการณ์” คือหัวใจของการโฆษณา
ทางด้าน คุณพงษ์ปิติ ผาสุขยืด ได้ให้มุมมองว่า โลกโฆษณาในปี 2026 จะไม่ใช่เรื่องของการ “ยัดเยียด” (Intrusion) แต่เป็นเรื่องของการ “สอดประสาน” (Integration) เข้าไปในชีวิตผู้คน โดยมี 5 เทรนด์หลักที่เป็นเข็มทิศสำคัญ
- Storyliving Era: ก้าวข้ามการเล่าเรื่อง สู่การร่วมใช้ชีวิต
จาก Storytelling (การเล่าเรื่องให้ฟัง) มาสู่ Storydoing (การทำกิจกรรมให้ดู) และมาจบที่ Storyliving ซึ่งเป็นขั้นสุดยอด แบรนด์ต้องออกแบบประสบการณ์ (Experience Design) ให้ผู้บริโภครู้สึกว่าแบรนด์เป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์จริงๆ ไม่ใช่แค่โฆษณาที่ผ่านมาแล้วผ่านไป เช่น การสร้าง Community หรือ Space ที่ผู้คนสามารถเข้ามาใช้ชีวิตร่วมกับคุณค่าที่แบรนด์นำเสนอได้
- Attention Metrics: เมื่อ Reach และ Click ไม่ใช่คำตอบสุดท้าย
ในวันที่คอนเทนต์ท่วมฟีด ตัวเลขยอดเข้าถึง (Reach) อาจเป็นเพียงตัวเลขลวงตา (Vanity Metrics) ปี 2026 นักการตลาดจะหันมาวัดผลที่ “ความสนใจที่แท้จริง” (Attention Metrics) เช่น ระยะเวลาที่ดูคอนเทนต์จริงๆ การตอบสนองที่เกิดขึ้นจากความตั้งใจ เป้าหมายสำคัญคือการสร้างความคิดสร้างสรรค์ที่สามารถ “หยุดนิ้วโป้ง” ของผู้บริโภคได้ท่ามกลางพายุคอนเทนต์
- The Age of Creator: ทุกคนคือสื่อ และแบรนด์ต้องเป็นครีเอเตอร์
ผลสำรวจตอกย้ำว่าผู้บริโภคกว่า 61% เชื่อใจ “คน” มากกว่า “แบรนด์” ดังนั้น แบรนด์ต้องลดทอนความเป็น Corporate แล้วเพิ่มความเป็น Human ให้มากขึ้น กลยุทธ์ “CEO/Executive as a Creator” จะเข้มข้นขึ้น เพราะความน่าเชื่อถือ (Trust) ถูกสร้างผ่านตัวบุคคลได้ดีกว่าโลโก้บริษัท
- AI Advertising: AI ที่อยู่ใน Workflow ไม่ใช่แค่กิมมิค
เลิกตื่นเต้นกับรูปภาพที่สร้างจาก AI แค่ความเท่ เพราะในปี 2026 AI จะเข้าไปอยู่ในกระบวนการทำงานเบื้องหลังอย่างแท้จริง ตั้งแต่การวิเคราะห์ Data เชิงลึกเพื่อแบ่ง Segment ไปจนถึงการทำ “Hyper-Personalization” ที่เปลี่ยนโฆษณาให้ตรงใจรายบุคคลในทุก Customer Journey อย่างไร้รอยต่อ
- Brand IP Building: สร้างสินทรัพย์ ไม่ใช่แค่สร้างแคมเปญ
แนวคิดเรื่อง Intellectual Property (IP) จะทวีความสำคัญ แบรนด์จะเริ่มสร้าง Ecosystem ของตัวเองผ่าน Identity ที่แข็งแรง ไม่ได้จำกัดอยู่แค่สินค้า แต่คือการสร้าง Asset ที่มีมูลค่าในตัวเอง เช่น การพัฒนา Character หรือสัญลักษณ์เด่นๆ ไปสู่วงการแฟชั่น ของสะสม หรือสื่อบันเทิง เพื่อสร้างสาวกแบรนด์ที่แท้จริง
กลยุทธ์สำหรับนักการตลาดในปี 2026
ปี 2026 คือบทพิสูจน์ว่าแบรนด์ไหน “จริงใจ” และ “ปรับตัว” ได้เร็วกว่ากัน MarTech จะทำหน้าที่เป็นแขนขาที่ทรงพลังด้วย AI ขณะที่งาน Advertising จะกลับไปสู่รากเหง้าของมนุษย์นั่นคือ “ความสัมพันธ์และประสบการณ์”
หากองค์กรของคุณยังมองหาแค่เครื่องมือที่ช่วยยิงแอดให้แม่นขึ้น คุณอาจกำลังเดินตามหลังคู่แข่ง เพราะในปี 2026 ผู้ที่ชนะคือผู้ที่สามารถ Own วัฒนธรรม (Culture) หรือกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ (Niche) ได้อย่างลึกซึ้งที่สุด โดยมีเทคโนโลยีเป็นลมใต้ปีกที่ช่วยให้การเข้าถึงนั้นมีประสิทธิภาพนั่นเอง


