เสียงระฆังแห่งการเฉลิมฉลองดังขึ้นในวาระ ของ “วัน แบงค็อก” (One Bangkok) เสียงนั้นมันคือสัญญาณที่ประกาศก้องถึงความสำเร็จของ “มาตรฐานใหม่” ในการใช้ชีวิต (Urban Living Standard) ที่ได้เปลี่ยนโฉมหน้ากรุงเทพฯ ไปตลอดกาล

ในโอกาสพิเศษนี้ Thumbsup ชวนทุกคนมาร่วมถอดรหัสเบื้องหลังความสำเร็จตลอด 365 วันที่ผ่านมา ที่ไม่ได้วัดกันแค่ความสวยงามของตึกระฟ้าหรือมูลค่าการลงทุน แต่คือการลงลึกถึงแก่นแท้ขอคำว่า Sustainability และ People-Centric ที่ถูกถักทออยู่ในทุกตารางเมตร จนกลายเป็นรากฐานที่แข็งแกร่งให้ ‘คน’ และ ‘โลก’ เติบโตไปพร้อมกันอย่างยั่งยืน

เมื่อ Sustainability เป็นเรื่อง “ต้องทำ”

ในยุคที่โลกกำลังเดือด (Global Boiling) ภาคธุรกิจและการพัฒนาเมืองไม่สามารถมองข้ามคำว่า Sustainability ได้อีกต่อไป ตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา One Bangkok ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า การสร้างสมดุลระหว่าง เศรษฐกิจ (Economic), สังคม (Social) และ สิ่งแวดล้อม (Environmental) นั้นสามารถเกิดขึ้นได้จริงและจับต้องได้

ความยั่งยืนในนิยามของ วัน แบงค็อก ไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่เป็นแนวทางปฏิบัติที่สอดแทรกอยู่ในชีวิตประจำวันของผู้ใช้อาคารและผู้อยู่อาศัย

  • Circular Economy in Action: แนวคิด Zero Waste ถูกนำมาใช้จริง ตั้งแต่การเลือกวัสดุไปจนถึงการจัดการของเสียแบบครบวงจร
  • Green Building Standard: การได้รับรองมาตรฐาน LEED และ WELL คือเครื่องการันตีสุขภาพของผู้ใช้อาคาร ทั้งเรื่องอากาศ แสง และอุณหภูมิ ที่ดูแล Well-being ของทุกคนในทุกๆ วัน
  • Eco-Friendly Transport: การเชื่อมต่อระบบขนส่งสาธารณะและส่งเสริม Ecosystem ของรถยนต์ EV เพื่อลดมลพิษจากการเดินทาง
  • Urban Green Space: การเพิ่มพื้นที่สีเขียวเพื่อฟื้นฟู Biodiversity ให้กลับคืนสู่ป่าคอนกรีต

One Bangkok: The Reality of Smart & Sustainable City

จากทฤษฎีสู่การปฏิบัติจริง ตัวเลขและผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นในวาระ 365 Happy Universary นี้ คือเครื่องยืนยันความสำเร็จของการเป็น Smart City

  • Green and Open space 50%: พื้นที่กว่าครึ่งหนึ่งของโครงการยังคงทำหน้าที่เป็น “ปอด” ให้กับเมือง เพื่อให้ธรรมชาติเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตคนเมืองอย่างแท้จริง
  • Energy Efficiency: ด้วยระบบ District Cooling System และ Smart Energy ที่ล้ำสมัย ทำให้โครงการสามารถประหยัดพลังงานได้สูงกว่ามาตรฐาน ASHRAE 90.1-2010 ถึง 25.70% ซึ่งเป็นสถิติที่น่าทึ่ง
  • Waste Management Success: ไฮไลต์ที่น่าสนใจคือการจัดการ “ขยะอาหาร” ภายใต้แนวคิด Circular Economy ตั้งแต่เปิดโครงการจนถึงกรกฎาคม 2568 โครงการสามารถเปลี่ยนเศษอาหารให้เป็นปุ๋ยด้วยเครื่อง Food Waste Composter ไปแล้วกว่า 123,099 กิโลกรัม ปุ๋ยเหล่านี้ถูกหมุนเวียนกลับมาใช้ดูแลสวนในโครงการและแจกจ่ายคืนสู่ชุมชน ตัดวงจรขยะเน่าเสียได้อย่างมีประสิทธิภาพ

“People-Centric” หัวใจของการออกแบบที่แคร์ความรู้สึกของผู้คน

ความยิ่งใหญ่ของสิ่งปลูกสร้างจะไร้ความหมาย หากผู้ใช้งานไม่มีความสุข แนวคิด People-Centric Design จึงเป็น DNA หลักที่ทำให้ทุกวันที่ One Bangkok เต็มไปด้วยความหมาย เพราะที่นี่ไม่ได้สร้าง “ตึก” แต่สร้าง “พื้นที่ใช้ชีวิต” 

  1. Physical Vitality: เมืองที่เดินได้จริง ที่นี่ออกแบบให้ทุกจุดเชื่อมต่อกันด้วยทางเดินเท้าที่สะดวกสบาย (Walkable City) ภายใน 15 นาที พร้อม Linear Park ทางเดินโอบล้อมด้วยต้นไม้ยาวกว่า 2.6 กิโลเมตร กระตุ้นให้คนเมืองขยับร่างกายและสูดอากาศบริสุทธิ์ได้ในทุกวัน
  2. Mental & Social Rejuvenation: พื้นที่ฮีลใจ พื้นที่สีเขียวและพื้นที่เปิดโล่งกว่า 50 ไร่ และ Art Loop เส้นทางแห่งศิลปะที่ครอบคลุมทั่วทั้งโครงการ เป็นระยะทางกว่า 2 กิโลเมตร ถูกสร้างสรรค์ขึ้นเพื่อจรรโลงใจ ลดความเครียด และเป็นพื้นที่ให้ผู้คนได้มาพบปะสังสรรค์ (Social Connection) ท่ามกลางบรรยากาศที่ผ่อนคลาย
  3. Safe & Secure: อุ่นใจด้วยเทคโนโลยี ความปลอดภัยคือพื้นฐานของคุณภาพชีวิต ด้วย District Command Center ที่เชื่อมต่อเซ็นเซอร์อัจฉริยะกว่า 250,000 ตัว ทำให้การบริหารจัดการความปลอดภัยเป็นไปแบบ Real-time ผสานกับการออกแบบ Universal Design ที่รองรับคนทุกวัย

Celebrating Lifestyle: พื้นที่แห่งความสุขของทุกเจเนอเรชัน

อีกหนึ่งไฮไลต์ที่ไม่พูดถึงไม่ได้คือ “The Wireless Club” พื้นที่ที่เรียกได้ว่าเป็น Hub of Creative Energy ไม่ใช่แค่ร้านกาแฟ แต่คือ Third Place ที่ผสมผสาน Art, Music และ Coffee Culture เข้าด้วยกันอย่างลงตัว

  • Morning Vibe: เริ่มต้นวันด้วย Specialty Coffee จาก Brave Roaster พร้อมกิจกรรม Roast It Yourself
  • Evening Vibe: เปลี่ยนโหมดสู่ Listening Bar ที่คัดสรร Playlist มอบสุนทรียภาพแห่งการพักผ่อน

นอกจากนี้ ความสุขยังถูกส่งต่อไปถึงเด็กๆ ผ่าน Family Space อย่าง HarborLand Onederland สนามเด็กเล่นในร่มธีม “ป่าหิมพานต์” ติด Top 5 ของโลก รวมทั้ง Little Gaia พื้นที่การเรียนรู้แบบอินเตอร์แอ็กทีฟ และ One Bangkok Park พื้นที่ Nature Play ที่เปิดโอกาสให้เด็กๆ ได้เรียนรู้กับธรรมชาติ

ก้าวต่อไปแห่งการวางรากฐานสู่อนาคต

วาระ 365 Happy Universary ของ วัน แบงค็อก ไม่ใช่แค่เส้นชัยของการครบรอบปี แต่คือจุดเริ่มต้นของการวางรากฐานสู่อนาคต เป็นบทพิสูจน์ว่า “เมือง” สามารถเป็นมิตรกับ “คน” และ “โลก” ไปพร้อมกันได้ หากมีการวางแผนและออกแบบโดยใส่ใจในทุกรายละเอียด

ที่นี่จึงไม่ใช่แค่โครงการอสังหาริมทรัพย์ แต่คือ Prototype ของเมืองแห่งอนาคต ที่พร้อมส่งมอบคุณภาพชีวิตที่ดีกว่า (Better Quality of Life) ให้กับทุกคนอย่างยั่งยืนต่อไป