ถ้ามีคนมาบอกคุณเมื่อ 5 ปีก่อนว่า โรงแรมหรูใจกลางกรุงริยาดหรือริมชายหาดเจดดาห์จะประกาศรับสมัคร บาร์เทนเดอร์ มาผสมค็อกเทลและแนะนำไวน์ให้กับแขก คุณคงคิดว่าเป็นเรื่องล้อเล่น แต่ในวันนี้ ข้อมูลจาก Arabian Business ยืนยันแล้วว่า เครือโรงแรมระดับโลกอย่าง Crowne Plaza, Rixos, Shangri-La และ Four Seasons กำลังเร่งเปิดรับสมัครตำแหน่งนี้กันอย่างคึกคัก
การขยับตัวครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นลอย ๆ แต่มันคือส่วนหนึ่งของโปรเจกต์ Vision 2030 ที่นำโดย มกุฎราชกุมารโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน เพื่อปฏิรูปทั้งเศรษฐกิจและสังคม ลดการพึ่งพาน้ำมัน และเปิดรับการลงทุนจากต่างชาติรวมถึงการท่องเที่ยวระดับ High-end อย่างเต็มรูปแบบ

ทำไมแบรนด์โรงแรมระดับโลกถึง “กล้า” ขยับก่อนใคร?
หากเรามองผ่านเลนส์การตลาด นี่คือการแก้ Pain Point ที่ใหญ่ที่สุดสำหรับนักท่องเที่ยวและ Expats ระดับพรีเมียม ในตลาดที่มีการแข่งขันสูงอย่างการท่องเที่ยวในแถบอ่าวเปอร์เซีย ซาอุฯ ต้องเผชิญกับคู่แข่งที่ แข็งแรง กว่าในแง่ของความบันเทิงอย่าง UAE, กาตาร์ หรือบาห์เรน ที่มีการอนุญาตเรื่องแอลกอฮอล์ภายใต้ข้อจำกัดต่าง ๆ มานานแล้ว
การที่โรงแรมอย่าง Shangri-La ในเจดดาห์ประกาศรับบาร์เทนเดอร์ที่ต้องรายงานตรงต่อ Head Mixologist หรือ Crowne Plaza ในริยาดที่ระบุชัดเจนว่าต้องมีความรู้เรื่อง Cocktails, Wines และ Spirits สะท้อนให้เห็นว่าแบรนด์เหล่านี้กำลังเตรียม Standard ของบริการให้ทัดเทียมระดับโลก แม้ว่าในระยะแรกจะยังอยู่ภายใต้กฎระเบียบที่เข้มงวดของซาอุฯ ก็ตาม
กลยุทธ์ “ค่อยเป็นค่อยไป” แต่ “เข้าเป้า”
ซาอุดีอาระเบียไม่ได้เปิดเสรีแบบทันทีทันใด แต่ใช้กลยุทธ์การตลาดแบบเจาะกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจน ในที่นี้คือกลุ่มนักการทูตและชาวต่างชาติที่มีรายได้สูง หรือ High-income expats
- การเปิดร้านเหล้าแห่งแรกในรอบ 70 ปี: เริ่มต้นจากกลุ่มนักการทูตที่ไม่ใช่มุสลิมในริยาด
- ขยายสู่เมืองเศรษฐกิจ: มีแผนจะเปิดสาขาเพิ่มในเจดดาห์และดาห์ราน ภายในปี 2026
- ระบบแต้มและคุณสมบัติ: ล่าสุดมีรายงานว่าเริ่มขยายสิทธิ์ให้กลุ่ม Expats ที่ถือ Premium Residency และมีรายได้สูง โดยใช้ระบบโควตาแต้มต่อเดือน
นี่คือการทำ Market Segmentation ที่ชาญฉลาด เพราะซาอุฯ ทราบดีว่าประเด็นนี้มีความละเอียดอ่อนทางศาสนาสูง การขยับแบบ Step-by-step จึงเป็นการทดสอบ Momentum ของสังคมไปในตัว
โอกาสและความท้าทายในสมรภูมิใหม่
สำหรับคนทำงานในอุตสาหกรรม Hospitality นี่คือโอกาสทอง แต่ก็มาพร้อมความเสี่ยง เพราะความกล้าของแบรนด์ที่จะ กระโจน เข้าไปในตลาดที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง
โรงแรมต่าง ๆ ต้องทำหน้าที่เป็น Solution Provider ไม่ใช่แค่เสิร์ฟเครื่องดื่ม แต่ต้องบริหารจัดการความคาดหวังของแขกต่างชาติ ควบคู่ไปกับการรักษาความเคร่งครัดตามกฎหมายท้องถิ่น ตัวอย่างเช่น การที่โครงการรีสอร์ทสุดหรูริมทะเลแดงยังคงยึดแนวทาง Dry หรือไม่มีแอลกอฮอล์ในขณะนี้ เพื่อรักษาสมดุลทางสังคม
Thumbsup มองว่า ซาอุดีอาระเบียกำลังเปลี่ยนตัวเองจากสินค้าโภคภัณฑ์อย่างน้ำมัน มาเป็นสินค้าที่มี ความหมาย และ ประสบการณ์ มากขึ้น การรับสมัครบาร์เทนเดอร์เป็นเพียงยอดภูเขาน้ำแข็งของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่จะเขย่าอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวทั่วโลก
นอกจากนี้การที่ซาอุดีอาระเบียเริ่มอนุญาตให้มีการจ้างงานบาร์เทนเดอร์และเปิดช่องทางจำหน่ายแอลกอฮอล์แบบจำกัด คือสัญญาณชัดเจนของการเดินหน้าเศรษฐกิจยุคใหม่ตาม Vision 2030 แม้จะเป็นการเริ่มต้นในวงแคบอย่างกลุ่มนักการทูตและ Expats รายได้สูง แต่ก็เป็นการส่งสัญญาณถึงนักลงทุนทั่วโลกส่วนในมุมมองส่วนตัว
นี่คือการลงทุนครั้งใหญ่ที่ซาอุฯ ต้องจัดการอย่างระมัดระวัง เพราะมันคือการรักษาสมดุลระหว่าง การเติบโตทางเศรษฐกิจที่ต้องแข่งขันกับโลก กับ การคงไว้ซึ่งรากฐานทางวัฒนธรรม ใครที่ทำธุรกิจด้านบริการหรือส่งออกในโซนตะวันออกกลาง ต้องรีบศึกษาการเปลี่ยนแปลงนี้ให้ไว เพราะกฎเกณฑ์เดิมที่เคยใช้ได้…อาจเปลี่ยนไปตลอดกาล
อ่านเพิ่มเติม



