โลกของการทำงานและโลกแห่งยานยนต์กำลังหลอมรวมกันด้วยวิธีที่คาดไม่ถึง เพราะล่าสุดค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่อย่าง Toyota ได้สร้างความฮือฮาครั้งใหม่ด้วยการขยายขอบเขตนิยามของความหรูหราให้ก้าวข้ามขีดจำกัดของห้องโดยสาร นำพาสุนทรียภาพแห่งการขับขี่ระดับพรีเมียมมาสู่โต๊ะทำงานของคุณโดยตรงแคมเปญนี้ไม่ใช่แค่การสร้างสีสันธรรมดา แต่เป็นการตอกย้ำวิสัยทัศน์ในการขยายพลังของแบรนด์ หรือ Brand Extension ที่แยบยล
สินค้านี้จะเปดขึ้นไม่ได้ถ้าไม่มีความมร่วมมือระหว่าง Toyota Boshoku แผนกที่ดูแลด้านการออกแบบภายในตัวรถของ Toyota และ ITOKI ผู้ผลิตเฟอร์นิเจอร์สำนักงานชั้นนำของญี่ปุ่น เพื่อรังสรรค์ CROWN SEAT Desk Chair ที่เปลี่ยนเบาะนั่งผู้โดยสารตอนหน้าของรถยนต์ซีดานเรือธงอย่าง Toyota Crown ให้กลายเป็นสุดยอดเก้าอี้ทำงานระดับไฮเอนด์

สานต่อจิตวิญญาณแห่งความหรูหราจากยนตรกรรมสู่เฟอร์นิเจอร์
ภายใต้แนวคิด True Comfort & Luxury to You โปรเจกต์นี้ไม่ได้เป็นการนำเบาะรถยนต์มาสวมเข้ากับขาเก้าอี้แบบลวก ๆ แต่ผ่านกระบวนการคิดและวิศวกรรมขั้นสูง ITOKI ได้นำความเชี่ยวชาญด้านสรีรศาสตร์ของการนั่งทำงานมาออกแบบโครงสร้างส่วนฐาน ล้อเลื่อน และกลไกปรับระดับความสูงให้สอดรับกับท่านั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์ ซึ่งแตกต่างจากท่านั่งขับรถอย่างสิ้นเชิง
ขณะเดียวกัน จุดเด่นที่เป็นเอกลักษณ์ของเบาะ Toyota Crown ก็ยังคงอยู่ครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นฟังก์ชันที่ควบคุมด้วยระบบไฟฟ้าทั้งหมด ทั้งการปรับเอนเบาะ การปรับระดับความสูง การดันหลัง หรือ Lumbar Support และการปรับองศาความเอียงของเบาะหน้า ซึ่งทั้งหมดนี้ถูกออกแบบมาเพื่อส่งมอบความสบายระดับสูงสุดตลอดการนั่งทำงานอันยาวนาน
ฟีเจอร์สุดล้ำที่ผสานเทคโนโลยีเข้ากับชีวิตประจำวัน
สิ่งที่น่าสนใจที่สุดในเชิงการออกแบบผลิตภัณฑ์คือ การยกเอาระบบปรับอากาศของรถยนต์มาไว้ในเก้าอี้ทำงานตัวนี้
- ระบบทำความร้อน: สามารถปรับระดับความร้อนได้ถึง 3 ระดับ
- ระบบระบายอากาศ: สามารถปรับระดับความเย็นและระบายอากาศได้ 3 ระดับเช่นกัน
แต่คำถามที่นักออกแบบต้องแก้โจทย์คือ การจะดึงพลังงานมาขับเคลื่อนระบบไฟฟ้าเหล่านี้บนเก้าอี้ที่ต้องหมุนและเคลื่อนที่ตลอดเวลาโดยไม่ต้องมีสายไฟระโยงระยางได้อย่างไร? คำตอบคือการติดตั้งแบตเตอรี่แบบพกพา ซ่อนไว้ภายใน เพื่อใช้เป็นแหล่งพลังงานสำหรับขับเคลื่อนระบบปรับระดับไฟฟ้าและระบบปรับอุณหภูมิทั้งหมด
และไฮไลต์ที่นับว่าเป็นกิมมิคสุดสร้างสรรค์ที่ได้ใจแฟนคลับยานยนต์ไปเต็ม ๆ คือการดัดแปลงหัวเข็มขัดนิรภัยให้กลายเป็นพอร์ต USB-C สำหรับชาร์จอุปกรณ์สมาร์ทดีไวซ์ต่าง ๆ ซึ่งถือเป็น Easter Egg ที่ผสานกลิ่นอายของรถยนต์เข้ากับฟังก์ชันที่คนทำงานยุคดิจิทัลขาดไม่ได้
เจาะลึกกลยุทธ์ Drop Culture สู่โลกยานยนต์
ความน่าสนใจของ Toyota ไม่ได้หยุดอยู่แค่ตัวผลิตภัณฑ์ แต่รวมถึงวิธีการขายด้วย เก้าอี้ทำงานตัวนี้ถูกวางจำหน่ายในราคาประมาณ 495,000 เยน หรือราว ๆ 102,000 บาท และที่สำคัญคือผลิตมาในจำนวนจำกัดเพียง 70 ตัวทั่วโลกเท่านั้น
การจัดจำหน่ายจะเกิดขึ้นเฉพาะในเครือข่ายร้านค้าปลีกเฉพาะทางของแบรนด์ที่ชื่อว่า THE CROWN ภายใต้คอลเลกชันพิเศษ THE CROWN COLLECTION และเนื่องจากความต้องการที่คาดว่าจะล้นหลามเกินจำนวนผลิต ผู้ซื้อจะต้องผ่านกระบวนการสุ่มลอตเตอรีเพื่อรับสิทธิ์ในการซื้อ
นี่คือการหยิบยืมกลยุทธ์ Drop Culture หรือการปล่อยสินค้าจำนวนจำกัดที่นิยมมากในวงการสตรีทแฟชั่นและสนีกเกอร์ เช่น Supreme หรือ Nike มาประยุกต์ใช้กับสินค้าไลฟ์สไตล์กลุ่มยานยนต์ กลยุทธ์นี้สร้าง FOMO หรือความกลัวที่จะตกกระแส ทำให้เก้าอี้ทำงานธรรมดากลายเป็นของสะสมระดับแรร์ไอเทมทันที
Thumbsup มองว่า การเปิดตัวเก้าอี้ CROWN SEAT เป็นกรณีศึกษาที่ยอดเยี่ยมสำหรับนักการตลาดในการมองเห็นโอกาสข้ามอุตสาหกรรม การนำจุดแข็งของพันธมิตรสองฝ่ายมาสร้างมูลค่าใหม่ แสดงให้เห็นว่าแบรนด์รถยนต์ไม่ได้มีพื้นที่จำกัดอยู่แค่บนท้องถนนอีกต่อไป แต่กำลังพยายามแทรกซึมเข้าไปอยู่ใน Lifestyle Ecosystem ของผู้บริโภค
นอกจากจะได้ขยายฐานรายได้จากสินค้ารูปแบบใหม่แล้ว สิ่งที่ Toyota ได้รับกลับมาเต็ม ๆ คือ Earned Media จากสื่อไลฟ์สไตล์และแฟชั่นทั่วโลกที่แห่กันทำข่าว สร้างภาพลักษณ์ของแบรนด์ให้ดูมีความคิดสร้างสรรค์ ทันสมัย และเป็นมากกว่าแค่ยานพาหนะ นี่แหละคือศิลปะของการเปลี่ยน Pain Point ของการนั่งทำงานนาน ๆ ให้กลายเป็นความปรารถนาระดับพรีเมียมได้อย่างสมบูรณ์แบบ
อ้างอิง: Hypebeast
อ่านเพิ่มเติม



