7-Eleven

หากใครเดินเข้า 7-Eleven ในช่วงปลายเดือนเมษายน 2569 นี้ น่าจะสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ ที่ซ่อนนัยยะมหาศาลไว้บริเวณหน้าเคาน์เตอร์ชำระเงิน นั่นคือป้ายสีเขียวที่ระบุว่า ชำระเงินผ่าน QR CODE โดยรองรับแอปพลิเคชันจากหลากหลายธนาคารชั้นนำ ไม่ว่าจะเป็น KBank, SCB, BBL, Krungthai และอีกมากมาย ผ่านระบบที่เรียกว่า My Prompt QR

สำหรับคนทั่วไป นี่อาจเป็นแค่การเพิ่มความสะดวกสบาย แต่สำหรับนักการตลาดและคนในแวดวงธุรกิจ นี่คือการทุบทำลาย Closed Ecosystem ของกลุ่ม CP ที่ดำเนินมายาวนาน เพราะก่อนหน้านี้ 7-Eleven สงวนพื้นที่การชำระเงินแบบไร้เงินสดไว้ให้กับบริการในเครืออย่าง TrueMoney หรือบัตร Smart Purse เท่านั้น การเปิดประตูรับผู้เล่นภายนอกในครั้งนี้คือปฐมบทของการขยับตัวครั้งใหญ่ที่น่าจับตามองเป็นอย่างยิ่ง

7-Eleven

จากหน้าเคาน์เตอร์ สู่สมรภูมิ Virtual Bank

การยอมกลืนเลือด ปล่อยให้เม็ดเงินไหลผ่านช่องทางของธนาคารอื่นในร้านสะดวกซื้อที่มีสาขามากที่สุดในประเทศ มีความเชื่อมโยงโดยตรงกับเป้าหมายที่ใหญ่กว่า นั่นคือการคว้าใบอนุญาต ธนาคารไร้สาขา หรือ Virtual Bank จากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) โดยมีตัวละครสำคัญคือ ACM Holdings บริษัทร่วมทุนระหว่าง Ascend Money บริษัทแม่ของ TrueMoney และ Ant Group ยักษ์ใหญ่ด้านฟินเทคจากจีน

บริษัทดังกล่าวถูกตั้งขึ้นมาเพื่อลุยศึก Virtual Bank โดยเฉพาะ การเปิดรับ My Prompt QR อาจเป็นหนึ่งในจิ๊กซอว์เพื่อทดสอบระบบ สร้างพันธมิตร หรือแม้กระทั่งปฏิบัติตามเกณฑ์ความโปร่งใสและเปิดกว้างของ ธปท. แต่สิ่งที่สร้างแรงกระเพื่อมรุนแรงกว่านั้น กลับเป็นเรื่องของการปรับโครงสร้างองค์กรภายในที่กำลังถูกตั้งคำถามจากทั่วทุกสารทิศ

สำหรับการใช้งาน My Prompt QR จะแตกต่างจากการสแกนจ่ายทั่วไปที่ทุกคนน่าจะคุ้นชินแล้ว เพราะจากที่เปิดแอปพลิเคชันธนาคารเพื่อสแกน QR Code ที่ทางร้านสร้างขึ้นมา My Prompt QR จะให้ผู้ซื้อสินค้ากดสร้าง QR Code จากแอปพลิเคชันธนาคาร และให้พนักงานของ 7-Eleven เป็นคนสแกน QR Code แทน ซึ่งวิธีนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะได้เปิดตัวตั้งแต่ปี 2019 แล้ว

การโอนถ่ายกิจการที่ไม่ถูกใจทุกคน

นอกจากข่าวดีของคนอยากจ่ายด้วย QR Code ในร้าน 7-Eleven ยังมีข่าวใหญ่ที่สั่นสะเทือนวงการตลาดทุนในสัปดาห์เดียวกัน คือความพยายามของ CPALL บริษัทแม่ของ 7-Eleven ในประเทศไทย ที่ขอโอนบริษัทลูก 3 แห่ง ได้แก่ Counter Service, Thai Smart Card ผู้ให้บริการ Smart Purse และบริษัทไซส์ยักษ์อย่าง CP Axtra บริษัทแม่ของ Makro และ Lotus’s ไปอยู่ภายใต้ร่มเงาของ ACM Holdings

หากมองในมุมของการสร้าง Virtual Bank การโอน Counter Service และ Thai Smart Card ดูสมเหตุสมผล เพราะนี่คือธุรกิจที่มีกลิ่นอายของ Data ทางการเงินและการรับชำระเงินซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของธนาคารยุคดิจิทัล แต่การพ่วงเอา CP Axtra ซึ่งเป็นธุรกิจค้าปลีกและค้าส่งเต็มรูปแบบเข้าไปด้วย กลับกลายเป็นประเด็นร้อนที่ทำให้นักลงทุนและผู้เชี่ยวชาญต้องขมวดคิ้ว

ธรรมาภิบาล vs ยุทธศาสตร์ธุรกิจ

ข้อมูลจากการตั้งข้อสังเกตของ อิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์ สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน สะท้อนให้เห็นถึงความผิดปกติของดีลนี้อย่างชัดเจน ซึ่งสามารถสรุปเป็นประเด็นหลัก ๆ ที่คนในวงการต้องจับตามองดังนี้

  1. เหตุผลที่ย้อนแย้งเรื่องการกำกับดูแล

ธรรมชาติของธุรกิจธนาคารคือการถูกกำกับดูแลอย่างเข้มงวดจาก ธปท. การที่เครือ CP อ้างว่า ธปท. มีข้อกำหนดให้รวมธุรกิจการเงินไว้ที่เดียวกันเพื่อขอไลเซนส์ Virtual Bank นั้นพอฟังขึ้นสำหรับธุรกิจรับชำระเงิน แต่การนำธุรกิจค้าปลีกอย่าง CP Axtra เข้าไปอยู่ใต้บริษัทที่จะทำธุรกิจธนาคาร ถือเป็นการเอาธุรกิจที่เคยคล่องตัวไปผูกติดกับกฎระเบียบที่เข้มงวดโดยไม่จำเป็น ซึ่ง ธปท. จำเป็นต้องออกมาชี้แจงว่านี่คือข้อกำหนดจริง หรือเป็นเพียงข้ออ้างในการควบรวมกิจการ

  1. ความทับซ้อนของผลประโยชน์

ประเด็นนี้ถือเป็นจุดตายที่อาจทำให้เกิดวิกฤตศรัทธาต่อตลาดทุนไทย CPALL และ CP Axtra เป็นบริษัทมหาชนที่มีผู้ถือหุ้นรายย่อยจำนวนมาก ในอดีต CPALL เป็นผู้แบกรับภาระหนี้สินหลักแสนล้านบาทจากการเข้าซื้อ Makro และ Lotus’s หากวันนี้ธุรกิจที่เป็นขุมทรัพย์อย่าง CP Axtra ถูกโยกไปให้ ACM Holdings ซึ่งกลุ่ม CP ถือหุ้นอยู่ แต่ภาระหนี้ยังคงถูกทิ้งไว้ที่ CPALL ย่อมเป็นการเอาเปรียบผู้ถือหุ้นรายย่อยอย่างปฏิเสธไม่ได้ นอกจากนี้ การที่ผู้บริหารระดับสูงมีตำแหน่งทับซ้อนกันทั้งฝั่งผู้ซื้อและผู้ขาย ยิ่งตอกย้ำภาพความไม่โปร่งใสของการทำธุรกรรมครั้งนี้

  1. การค้านหัวชนฝาของบอร์ด CPALL

ปรากฏการณ์ที่คณะกรรมการบริษัท CPALL ถึง 13 ท่าน จาก 16 ท่าน โหวต ไม่เห็นด้วย กับดีลนี้ ถือเป็นเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ที่หาดูได้ยากในเครือ CP การที่บอร์ดกล้าออกมาแสดงจุดยืน โดยให้เหตุผลเรื่องการสูญเสียประสิทธิภาพและความเป็นกลางในการทำธุรกิจ สะท้อนให้เห็นว่าดีลนี้มีความสุ่มเสี่ยงต่อภาพรวมขององค์กรสูงมากเพียงใด

ก้าวต่อไปของมหากาพย์การเงิน

สิ่งที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดคือ การประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นในวันที่ 29 พฤษภาคม 2569 ว่าทิศทางของผลโหวตจะออกมาในรูปแบบใด ท่ามกลางเสียงคัดค้านจากบอร์ดส่วนใหญ่ นอกจากนี้ สปอตไลต์ยังส่องไปที่หน่วยงานกำกับดูแล ทั้ง ก.ล.ต. และ ธปท. ว่าจะเข้ามามีบทบาทในการรักษาผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้นรายย่อย และสร้างบรรทัดฐานด้านธรรมาภิบาลที่ดีได้มากน้อยแค่ไหน หรือจะปล่อยให้ดีลลักษณะนี้สร้างรอยด่างพร้อยให้กับตลาดทุนไทยซ้ำรอยอดีต

Thumbsup มองว่า การขยับตัวรับ My Prompt QR ของ 7-Eleven คือการส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่ากลุ่ม CP เอาจริงกับสมรภูมิ Virtual Bank อย่างเต็มพิกัด พวกเขาพร้อมยอมสละกำแพงผูกขาดเดิมเพื่อแลกกับ Data มหาศาลและระบบนิเวศทางการเงินที่เปิดกว้างขึ้นทว่าในมิติของการควบรวมและโอนถ่ายกิจการอย่าง CP Axtra กลับเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถามด้านธรรมาภิบาล

ธุรกิจยุคใหม่ไม่สามารถเติบโตได้ด้วยความแข็งแกร่งของเงินทุนเพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัย ความโปร่งใส และ ความเชื่อมั่น จากทุกภาคส่วน หากดีลนี้ดำเนินไปโดยไม่สามารถตอบคำถามสังคมและผู้ถือหุ้นได้กระจ่าง การก้าวสู่ยุค Virtual Bank ของซีพี อาจกลายเป็นการเปิดแผลใหญ่ที่ทำลายศรัทธาของนักลงทุนในระยะยาวได้เลยทีเดียว

อ่านเพิ่มเติม

I'm a Content Creator and Storyteller, and i love Shooting my daughter :><: