ท่ามกลางกระแสความตื่นตัวของปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่แทรกซึมไปในทุกอณูของชีวิตในช่วงปีที่ผ่านมา ใครจะเชื่อว่าในปี 2026 นี้ เรากำลังเผชิญกับคลื่นใต้น้ำที่ทรงพลังยิ่งกว่า นั่นคือการประกาศให้เป็น “ปีแห่งการใช้ชีวิตแบบอะนาล็อก” (The Year of Analog Living) ความน่าสนใจที่เป็นเรื่องตลกร้ายคือ กระแสการลดใช้เทคโนโลยีนี้กลับเริ่มต้นและกลายเป็นไวรัลบนโลกโซเชียลมีเดียเสียเอง แต่มันสะท้อนให้เห็นถึงความเหนื่อยล้าของมนุษย์ที่ถูกโอบล้อมด้วยอัลกอริทึม และการดิ้นรนเพื่อกลับไปหา “ความรู้สึกที่สัมผัสได้จริง” อีกครั้ง

เมื่อ ‘Efficiency’ ไม่ใช่คำตอบของทุกอย่าง

ย้อนกลับไปในช่วงปี 2025 อุตสาหกรรมแฟชั่นคือหนึ่งในกลุ่มที่รับเอาเทคโนโลยี AI มาใช้อย่างบ้าคลั่งที่สุด ตั้งแต่การใช้นางแบบ AI ในการถ่ายแคมเปญ ไปจนถึงการใช้ Generative AI ออกแบบคอลเลกชันเพื่อเน้นความรวดเร็วและลดต้นทุน แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลับกลายเป็น “แรงตีกลับ” (Backlash) อย่างรุนแรงจากผู้บริโภค

Anjela Freyja ครีเอทีฟไดเรกเตอร์และนักวิเคราะห์เทรนด์วัฒนธรรม ให้ความเห็นไว้อย่างน่าสนใจว่า แบรนด์จำนวนมากพลาดท่าเพราะหมกมุ่นกับการ “Future-proofing” หรือการพยายามทำตัวให้ทันสมัยจนเกินไป จนลืมรากเหง้าของตัวเองและความต้องการที่แท้จริงของลูกค้า

“เราเห็นผู้คนกระโดดเข้าหา AI อย่างรวดเร็วโดยไม่หยุดคิดว่า ‘ทำไปเพื่ออะไร’ ปัญหาไม่ใช่การใช้หรือไม่ใช้ AI แต่มันคือวิธีที่เราใช้ต่างหาก แบรนด์ใช้มันเพราะมันกำลังฮิต ไม่ใช่เพราะมันช่วยสื่อสารตัวตนของแบรนด์ ซึ่งนั่นคือความไม่รอบคอบอย่างยิ่งในการทำธุรกิจ” — Anjela Freyja

The Gleamers กลุ่มผู้บริโภคที่ขับเคลื่อนโลกด้วย ‘ความสุขขนาดเล็ก’

รายงาน 2026 Future Consumer จาก WGSN ได้ระบุถึงกลุ่มผู้บริโภคที่เป็นหัวหอกสำคัญในปีนี้ นั่นคือกลุ่มที่เรียกว่า “The Gleamers”

กลุ่ม Gleamers คือกลุ่มคนที่แบกรับความกดดันจากค่าครองชีพที่สูงขึ้น ความเครียดจากวัฒนธรรมการทำงานที่ต้องรีบเร่ง (Hustle Culture) และความรู้สึกแปลกแยกจากเทคโนโลยีที่ฉลาดเกินไป พวกเขาจึงเลือกหันหลังให้กับการไล่ตาม “ความสำเร็จอันยิ่งใหญ่” (Milestones) และหันมาเฉลิมฉลองให้กับ “ความสุขเล็กๆ” (Minorstones) แทน

สิ่งที่แบรนด์ควรทำเพื่อมัดใจกลุ่ม Gleamers:

  • Physical Media: การกลับมาของหนังสือพิมพ์ สิ่งพิมพ์ และสื่อที่สัมผัสได้
  • Tech Fast: กิจกรรมกลุ่มที่ชวนให้คนวางมือถือและทำกิจกรรมร่วมกัน
  • Tactile Hobbies: งานอดิเรกที่ต้องใช้ทักษะฝีมือและใช้เวลานาน เช่น งานฝีมือ การปลูกต้นไม้ หรือการเขียนจดหมาย

ถอดบทเรียน Experiential Marketing: ก้าวข้ามตัวเลข Data สู่ความรู้สึก

Kirsten Craig CEO ของ Activate Inc. ผู้เชี่ยวชาญด้านการสร้างประสบการณ์แบรนด์ (Experiential Marketing) ชี้ให้เห็นว่า การออกแบบกิจกรรมในยุค Analog Living ต้องเริ่มต้นจาก “Human Insight” ไม่ใช่เริ่มจาก “Social Media Metrics”

แบรนด์ที่ประสบความสำเร็จในปี 2026 จะไม่ตั้งคำถามว่า “ทำอย่างไรให้คนโพสต์ภาพนี้ลงโซเชียล?” แต่จะถามว่า “ลูกค้าจะรู้สึกอย่างไรเมื่อเดินออกไปจากงานนี้?” เพราะเมื่อแบรนด์สร้างประสบการณ์ที่จริงใจและมีคุณภาพ (Authenticity) การเข้าถึงหรือ Engagement จะกลายเป็นผลพลอยได้ (Byproduct) ที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ โดยไม่ต้องพยายามยัดเยียดอัลกอริทึม

อนาคตของแฟชั่นในยุค Analog-Inspired

สำหรับแบรนด์ระดับกลางไปจนถึงแบรนด์หรู (Luxury & Heritage Brands) โจทย์ใหญ่คือการรักษาสมดุล แบรนด์ที่พึ่งพาเพียงกระแสออนไลน์จะเริ่มสูญเสียความขลัง ในขณะที่แบรนด์ที่เน้นเรื่อง “ความประณีต” (Craftsmanship) และ “ความซื่อสัตย์” (Transparency) จะเป็นผู้ชนะ

การกลับไปหาอะนาล็อกไม่ได้แปลว่าต้องโยน AI ทิ้งไป Anjela Freyja ทิ้งท้ายไว้อย่างเฉียบคมว่า AI ยังมีประโยชน์มหาศาลในด้านการวิจัย การพัฒนา (R&D) และการจัดการหลังบ้าน แต่ในส่วนของ “การสื่อสาร” หากแบรนด์ของคุณมีรากฐานมาจากอารมณ์ความรู้สึกของมนุษย์ “ความเป็นมนุษย์” นั่นแหละคือสิ่งที่คุณต้องให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก

ในปี 2026 ความไฮเทคอาจสร้างความตื่นตาตื่นใจได้เพียงชั่วครู่ แต่ความ “จริงใจ” และ “ความเรียบง่าย” คือสิ่งที่จะสร้าง Loyalty ในระยะยาวในใจของผู้บริโภคที่กำลังโหยหาการเชื่อมต่อที่แท้จริง

 

ที่มา : Forbes

I'm a Content Creator and Storyteller, and i love Shooting my daughter :><: