โลกการตลาดในปี 2026 ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป หากเราย้อนกลับไปดูทฤษฎี Marketing Funnel แบบดั้งเดิมที่ไล่เรียงจาก Awareness ไปจนถึง Conversion เราจะพบว่ามันกลายเป็นโมเดลที่ “ช้าเกินไป” สำหรับผู้บริโภคยุคปัจจุบันไปแล้ว
วันนี้พฤติกรรมการค้นหา (Search Behavior) ถูกขับเคลื่อนด้วย AI อย่างเต็มรูปแบบ เส้นแบ่งระหว่างการ “เห็น” กับการ “ซื้อ” แทบจะละลายหายไปเหลือเพียงเสี้ยววินาที ข้อมูลจาก Google ชี้ให้เห็นว่าผู้คนไม่ได้แค่ค้นหาด้วย Keywords สั้นๆ อีกต่อไป แต่พวกเขากำลัง “สนทนา” กับ AI ด้วยรายละเอียดที่ซับซ้อน เพื่อย่นระยะเวลาการตัดสินใจให้สั้นที่สุด
ทีมงาน Thumbsup สรุป 5 จุดเปลี่ยนสำคัญของพฤติกรรมผู้บริโภคที่ขับเคลื่อนโดย AI และกลยุทธ์ที่นักการตลาดต้องรู้เพื่อครองใจลูกค้าในยุคนี้
เมื่อโลกทั้งใบกลายเป็นโชว์รูม
ในอดีตเวลาเราเห็นรองเท้าสวยๆ บนถนน เราอาจต้องจดจำยี่ห้อแล้วกลับไปเสิร์ชหา แต่ในปี 2026 AI ได้เปลี่ยนทุกอย่างให้เป็น “Shoppable” ผ่านเครื่องมืออย่าง Google Lens และ Circle to Search พฤติกรรมนี้เรียกว่า Multimodal Search คือการค้นหาด้วยภาพและข้อความพร้อมกัน ปัจจุบัน 1 ใน 5 ของการค้นหาผ่าน Google Lens เป็นความตั้งใจที่จะ “ซื้อ” โดยตรง นี่คือโอกาสมหาศาลที่แบรนด์ต้องเตรียม Visual Assets ให้พร้อม เพราะเมื่อลูกค้า “เห็น” และ “อยากได้” แบรนด์ของคุณต้องปรากฏตัวขึ้นมาทันทีในฐานะคำตอบที่ใกล้ที่สุด

ค้นหาแบบ Personalize ระดับ Micro-Detail
หมดยุคการเสิร์ชคำว่า “ร้านอาหารกรุงเทพ” แล้วรอไถหน้าจอหาตัวเลือกเอง ผู้บริโภคยุค AI 2026 ชอบความเฉพาะเจาะจงขั้นสุด พวกเขาจะป้อนคำถามยาวเหยียดราวกับคุยกับเพื่อน เช่น “หาที่เที่ยววันเสาร์นี้สำหรับแก๊งเพื่อน 5 คน ชอบดนตรีสด บรรยากาศชิลล์ๆ และมีเมนูมังสวิรัติ”
ด้วยพลังของโมเดล Gemini ที่รองรับกว่า 40 ภาษาและมีผู้ใช้งานกว่า 75 ล้านคนต่อวัน AI สามารถสังเคราะห์ข้อมูลและเปรียบเทียบตัวเลือกให้เสร็จสรรพ หน้าที่ของนักการตลาดคือการทำให้ข้อมูลสินค้าหรือบริการของคุณ “ฉลาด” พอที่ AI จะหยิบไปแนะนำต่อในบทสนทนาเหล่านี้
AI คือตัวกรอง Quality Lead ชั้นดี
หลายคนกังวลว่า AI Overview จะทำให้คนคลิกเข้าเว็บไซต์น้อยลง แต่ความจริงกลับตรงกันข้ามในแง่ของ “คุณภาพ” เพราะ AI ได้ทำหน้าที่ตอบคำถามพื้นฐาน (Low-intent) ไปหมดแล้ว
ดังนั้น เมื่อผู้ใช้คลิกจากหน้า AI Overview เข้าสู่เว็บไซต์ นั่นหมายความว่าพวกเขาคือ High-quality Lead ที่ผ่านการคัดกรองมาแล้วระดับหนึ่ง พวกเขามีแนวโน้มจะใช้เวลาบนเว็บนานขึ้นและมีอัตรา Conversion ที่สูงกว่าเดิม การทำ Content ของแบรนด์จึงต้องเน้นความลึกและความน่าเชื่อถือ เพื่อปิดการขายในขั้นสุดท้าย
YouTube และ Search คือปราการด่านสุดท้ายของความเชื่อมั่น
แม้ AI จะเก่งแค่ไหน แต่ความเชื่อใจ (Trust) ยังเป็นเรื่องของมนุษย์ ข้อมูลระบุว่า YouTube ยังคงเป็นแพลตฟอร์มอันดับ 1 ที่คนทุกวัยใช้ดูรีวิวสินค้าก่อนตัดสินใจซื้อ
ที่น่าสนใจคือ 70% ของผู้ที่เห็นสินค้าบนโซเชียลมีเดีย จะกลับมาเช็กซ้ำที่ Google Search เพื่อเปรียบเทียบราคาและอ่านรีวิว แบรนด์จึงต้องสร้าง Ecosystem ที่แข็งแรงทั้งในส่วนของโฆษณาบน AI Overview และการทำ Video Content บน YouTube เพื่อสร้างความมั่นใจในวินาทีสุดท้ายก่อนที่ลูกค้าจะกดจ่ายเงิน

ยุคแห่ง AI Agent ที่สั่งได้ดั่งใจ
นี่คือจุดเปลี่ยนที่ทรงพลังที่สุด Search กำลังเปลี่ยนจาก “คำถาม” เป็น “คำสั่ง” แทนที่จะหาเบอร์โทรเพื่อจองร้านอาหาร ผู้ใช้จะสั่ง AI ว่า “จองโต๊ะให้หน่อย 1 ทุ่ม 5 คน”
AI Agent ของ Google สามารถโทรเช็กสต็อกสินค้าในร้านค้าใกล้บ้าน หรือจองคิวบริการต่างๆ ให้เสร็จสรรพ Thumbsup มองว่านี่คือโจทย์ใหญ่ของธุรกิจที่มีหน้าร้าน ข้อมูลร้านค้าของคุณ ต้องเป๊ะและเชื่อมต่อกับ Platform ต่างๆ ได้อย่างไร้รอยต่อ มิฉะนั้นคุณจะถูก AI มองข้ามไปอย่างน่าเสียดาย
ทางรอดของนักการตลาดในยุค AI
เพื่อรับมือกับ 5 พฤติกรรมนี้ Google แนะนำให้นักการตลาดปรับตัวผ่าน 4 แนวทาง
- AI Max for Search: ใช้ระบบอัตโนมัติในการหา Conversion ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพได้เฉลี่ยถึง 14%
- First-Party Data is King: AI จะฉลาดได้ต้องมีข้อมูลที่ดี แบรนด์ต้องเก็บและเชื่อมต่อข้อมูลลูกค้าของตัวเองให้แข็งแรง
- Embrace AI Agents: ใช้เครื่องมือวิเคราะห์และสร้างสรรค์ Content ผ่าน AI เพื่อความรวดเร็ว
- Structured Data: จัดระเบียบข้อมูลสินค้า (เช่น Shopping Graph) ให้พร้อมสำหรับ AI Agent
ในปี 2026 การตลาดไม่ใช่เรื่องของการหว่านแห แต่คือการเข้าไปอยู่ใน “จังหวะที่ใช่” ผ่านโครงสร้างข้อมูลที่ AI เข้าถึงได้ ยิ่งคุณทำให้ AI เข้าใจแบรนด์ของคุณได้ชัดเจนเท่าไหร่ โอกาสที่แบรนด์จะถูกเลือกในโลกยุคใหม่ก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้น



