ในโลกธุรกิจที่เราคุ้นเคย ชื่อของ Grab, Lazada, LINE MAN Wongnai และ Shopee คือคู่แข่งที่ฟาดฟันกันอย่างดุเดือดในสมรภูมิ Digital Platform ไม่ว่าจะเป็น E-commerce, Food Delivery หรือ Logistics แต่ในวันนี้ ประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของวงการดิจิทัลไทยได้เกิดขึ้น
เมื่อคู่แข่งตลอดกาลเหล่านี้ตัดสินใจ ‘วางดาบ’ ชั่วคราว เพื่อร่วมกันสร้าง ‘โล่’ และ ‘รากฐาน’ ให้กับอุตสาหกรรม ภายใต้ชื่อ สมาคมการค้าแพลตฟอร์มดิจิทัลไทย (Thai Digital Platform Trade Association: TDPA)
ทำไมยักษ์ใหญ่เหล่านี้ถึงต้องขยับตัวและก้าวต่อไปของเศรษฐกิจดิจิทัลไทยที่คิดเป็น 10% ของ GDP จะมุ่งหน้าไปทางไหน Thumbsup จะพาไปเจาะลึกเบื้องหลังการรวมตัวครั้งประวัติศาสตร์นี้

30 ปีของ E-commerce ไทย จากยุคบุกเบิกสู่ความท้าทายในวันที่กราฟไม่ชันเหมือนเดิม
หากย้อนกลับไปมองเส้นทางของอีคอมเมิร์ซในประเทศไทย เราเดินทางมาไกลกว่า 30 ปีแล้ว จากยุคเริ่มต้นที่คนยังกล้าๆ กลัวๆ ในการสั่งของออนไลน์ จนมาถึงยุค Mobile First ที่ทุกอย่างจบได้ในปลายนิ้ว
ข้อมูลที่น่าสนใจคือ ในอดีตอุตสาหกรรมนี้เคยเติบโตแบบก้าวกระโดดถึง 30% ต่อปี แต่ในปัจจุบัน อัตราการเติบโตเริ่มชะลอตัวลงมาอยู่ที่ประมาณ 10-15% ถามว่านี่คือสัญญาณอันตรายหรือไม่ คำตอบคือ “ไม่ใช่” แต่มันคือการเข้าสู่ยุค Stability หรือความมั่นคง แม้จะโตช้าลงกว่าเดิม แต่ตัวเลข 10-15% นี้ยังคงสูงกว่าอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ (GDP) อย่างมาก
ปัจจุบัน เศรษฐกิจดิจิทัลไทยมีมูลค่ากว่า 1.73 ล้านล้านบาท (ข้อมูลจาก e-Conomy SEA Report 2025) และมีสัดส่วนถึง 10% ของ GDP ประเทศ ซึ่งตัวเลขนี้สะท้อนว่า Digital Platform ไม่ใช่แค่ ‘ทางเลือก’ อีกต่อไป แต่คือ ‘กระดูกสันหลัง’ ของเศรษฐกิจยุคใหม่

ทำไมต้องมี TDPA? เมื่อ ‘เสียงเดียว’ ไม่ดังเท่า ‘เสียงรวม’
ในการเสวนาเปิดตัวสมาคมฯ มีประเด็นหนึ่งที่น่าสนใจมาก คือการยอมรับว่าที่ผ่านมา เมื่อเกิดปัญหาหรืออุปสรรคในการดำเนินธุรกิจ การที่แต่ละแพลตฟอร์มจะเข้าไปคุยกับภาครัฐเพื่อหาทางออกนั้นทำได้ยากและใช้เวลานาน อีกทั้งบางครั้งมุมมองของบริษัทเอกชนเพียงแห่งเดียวอาจไม่ครอบคลุมภาพรวมของอุตสาหกรรม
TDPA จึงถูกตั้งขึ้นมาเพื่อทำหน้าที่เป็น ‘ตัวกลาง’ ใน 3 มิติหลัก
- ความเป็นกลางและความเท่าเทียม: สร้างสนามแข่งที่ยุติธรรม ไม่ใช่แค่สำหรับยักษ์ใหญ่ แต่รวมถึงแพลตฟอร์มเกิดใหม่และ SMEs
- การกำกับดูแลที่ตอบโจทย์ (Objective-based Regulation): แทนที่จะรอให้กฎหมายมาคุมฝ่ายเดียว สมาคมฯ จะทำงานร่วมกับรัฐเพื่อเสนอแนะนโยบายที่ “สมดุล” ระหว่างการคุมเข้มกับการส่งเสริมนวัตกรรม
- การสร้าง Trust & Transparency: ความโปร่งใสคือหัวใจสำคัญที่จะทำให้ผู้บริโภคไว้วางใจในการทำธุรกรรมออนไลน์
พันโทหญิง ดร. ธมกร ศุภธนรังสี นายกสมาคมฯ ได้ย้ำชัดว่า ภารกิจของ TDPA คือการสร้างระบบนิเวศดิจิทัลที่น่าเชื่อถือ เพราะถ้าพื้นฐานแข็งแรง ทุกคนในห่วงโซ่ ตั้งแต่ไรเดอร์ พ่อค้าแม่ค้า ไปจนถึงผู้บริโภค ก็จะเติบโตไปด้วยกันได้อย่างยั่งยืน

ถอดสูตรบริหาร: คู่แข่งในธุรกิจ แต่เป็นพันธมิตรในสมาคม
โครงสร้างของ TDPA ก็น่าสนใจไม่แพ้กัน โดยจะบริหารงานโดยคณะกรรมการที่มีวาระ 2 ปี และประกอบด้วยสมาชิกสามัญที่ผ่านการคัดเลือก ซึ่งปัจจุบันมี 4 สมาชิกก่อตั้งเป็นแกนหลัก แต่เป้าหมายใหญ่กว่านั้นคือการรวบรวมแพลตฟอร์มดิจิทัลที่จดทะเบียนในไทยให้ได้ถึง 200 แพลตฟอร์ม
สมาคมฯ ไม่ได้ต้องการแค่กลุ่ม Retail หรือ Delivery เท่านั้น แต่ต้องการความหลากหลาย (Diversity) เพื่อให้เห็นมุมมองที่ครบทุกมิติ และที่สำคัญที่สุดคือ “สมาคมจะไม่เข้าไปก้าวก่ายปัญหาภายในหรือข้อร้องเรียนรายบริษัท” นั่นหมายความว่า หากคุณมีปัญหากับการสั่งซื้อใน Shopee หรือ Lazada คุณยังคงต้องเคลียร์กับทางแอปฯ นั้นๆ แต่ TDPA จะทำหน้าที่ดูภาพใหญ่ เช่น มาตรฐานความปลอดภัยข้อมูล การคุ้มครองผู้บริโภคในระดับนโยบาย และการแชร์มุมมองเพื่อแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง
AI และการปรับตัวสู่ความยั่งยืน
ในยุคที่ AI เข้ามาดิสรัปต์ทุกอย่าง สมาคมฯ มองเห็นโอกาสในการนำเทคโนโลยีมาช่วยเสริมศักยภาพให้คู่ค้า โดยเฉพาะการเสริมทักษะดิจิทัล (Digital Literacy) ให้กับผู้ประกอบการไทย เพื่อให้สามารถแข่งขันกับสินค้านำเข้าจากต่างประเทศได้ นี่คือหนึ่งในพันธกิจที่จะทำให้เศรษฐกิจดิจิทัลไทยไม่เป็นเพียงแค่ตลาดที่ต่างชาติมาโกยเงิน แต่เป็นตลาดที่คนไทย “อยู่รอดและเติบโต”

ก้าวที่กล้าเพื่ออนาคต Digital Thailand
การรวมตัวของ Grab, Lazada, LINE MAN Wongnai และ Shopee ในครั้งนี้ คือการส่งสัญญาณว่าอุตสาหกรรมดิจิทัลไทยกำลังเข้าสู่ยุคที่เติบโตอย่างเป็นผู้ใหญ่ (Mature Market) ที่เน้นความโปร่งใสและการรับผิดชอบต่อสังคมมากขึ้น
แม้ในแอปพลิเคชันพวกเขาจะยังคงยิงโปรโมชันสู้กันอย่างดุเดือด แต่ภายใต้หมวกของ TDPA พวกเขาคือ “ทีมเดียวกัน” ที่จะช่วยขับเคลื่อนให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจดิจิทัลของภูมิภาคอย่างแท้จริง



