ในยุคที่อุตสาหกรรมเทคโนโลยีและการตลาดดิจิทัลหมุนเร็วจนแทบจะกะพริบตาไม่ได้ องค์กรต่าง ๆ ไม่ได้ต้องการแค่คนเก่งที่ทำงานตามคำสั่ง แต่ต้องการผู้นำในทุกระดับชั้นเพื่อขับเคลื่อนธุรกิจให้รอดพ้นจากวิกฤตและความไม่แน่นอน
วันนี้ขอชวนทุกคนมาพลิกมุมมองการทำงานผ่านสรุปหนังสือ First Man In ที่เขียนโดย Ant Middleton อดีตทหารหน่วยรบพิเศษ ผู้ก้าวผ่านความตายและความกดดันขีดสุด ประสบการณ์ของเขาบอกเราว่า การเป็นผู้นำไม่ใช่เรื่องของตำแหน่งหรือพรสวรรค์ แต่เป็นเรื่องของ Mindset ล้วน ๆ
บทเรียนจากสนามรบของ Middleton สามารถนำมาสะท้อนภาพการทำงานในโลกธุรกิจได้อย่างน่าทึ่ง ตั้งแต่การบริหารจัดการทีม การรับมือกับความเปลี่ยนแปลง ไปจนถึงการเอาชนะจุดอ่อนของตัวเอง นี่คือสิ่งที่เราสามารถเรียนรู้และนำไปปรับใช้ได้ทันที

ก้าวข้ามความกลัวต่อสิ่งที่ไม่รู้
หลายครั้งที่เรามักจะตีกรอบความสามารถของตัวเองเพียงเพราะความกลัวในสิ่งที่ไม่เคยทำมาก่อน ไม่ว่าจะเป็นการรับโปรเจกต์ใหม่ การใช้เครื่องมือ MarTech ที่ไม่คุ้นเคย หรือการขยายตลาดไปสู่กลุ่มเป้าหมายใหม่ ๆ Middleton ชี้ให้เห็นว่า หากเราปล่อยให้ความกลัวต่อสิ่งที่ไม่รู้มาจำกัดศักยภาพ เราจะไม่มีวันรู้เลยว่าขีดจำกัดที่แท้จริงของเราอยู่ที่ไหน คนจำนวนมากล้มเหลวตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่ม เพียงเพราะด่วนตัดสินไปเองว่า ทำไม่ได้
ในโลกธุรกิจ ผู้นำที่ยอดเยี่ยม รวมถึง CEO ระดับโลก มีหน้าที่สำคัญในการคาดการณ์อนาคตและเตรียมพร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลง ผู้นำต้องมองให้ไกลกว่าสิ่งที่อยู่ตรงหน้า การมีวิสัยทัศน์ที่ดีหมายถึงการมีแผนสำรอง สำหรับปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นเสมอ หากมัวแต่กลัวความเสี่ยง ธุรกิจก็จะถูกทิ้งไว้ข้างหลัง การรักษา Mindset เชิงบวกแม้ในยามที่สถานการณ์ตึงเครียด คือกุญแจสำคัญที่ทำให้ทีมยังคงก้าวต่อไปได้ เพราะการยอมแพ้นั้นง่ายนิดเดียว แต่การยืนหยัดต่างหากที่ท้าทาย
อย่าปล่อยให้ใครมากำหนดตัวตนของเรา
ตอนที่ Middleton เข้าฝึกทหารใหม่ ๆ ด้วยพื้นฐานครอบครัวที่เพียบพร้อมและรูปร่างที่เล็ก เขาถูกประเมินและตัดสินจากคนรอบข้างอย่างรวดเร็ว ในโลกของการทำงานก็เช่นกัน เรามักจะเจอคนตัดสินจากรูปลักษณ์ภายนอก ประสบการณ์ หรือแม้กระทั่งอายุ การด่วนตัดสินนำไปสู่อคติและปิดกั้นโอกาสในการเติบโต
หากคุณไม่แข็งแกร่งพอ คำวิจารณ์เหล่านี้จะกัดกินความมั่นใจจนทำให้รู้สึกต่ำต้อย วิธีแก้คือ คุณต้องมีความแข็งแกร่งทั้งทางร่างกายและจิตใจ ตอบโต้พลังงานลบด้วยพลังงานบวกและผลงานที่จับต้องได้เสมอ จงเตรียมพร้อมและอย่าปล่อยให้ตัวเองอยู่ในจุดที่เปราะบาง ทัศนคติที่ว่า การยอมแพ้คือทางเลือกสุดท้าย จะช่วยให้เราก้าวข้ามคำสบประมาทได้ นอกจากนี้ ความยืดหยุ่นและพร้อมที่จะเรียนรู้จากทุกคนรอบตัว คือเสน่ห์ของผู้นำที่แท้จริง ไม่ว่าคุณจะเป็นหัวหน้าหรือลูกน้อง การวางตัวให้เข้าถึงง่ายและรู้จังหวะว่าเมื่อไหร่ควรรุก เมื่อไหร่ควรเงียบ คือศิลปะในการรักษาความเคารพจากทีม
เปลี่ยนจุดอ่อนให้เป็นอาวุธลับ
ไม่มีระบบใดในโลกที่สมบูรณ์แบบ มนุษย์เราก็เช่นกัน ทุกคนล้วนมีจุดอ่อน แต่สิ่งที่แยกคนธรรมดาออกจากผู้นำคือ วิธีจัดการกับจุดอ่อน การเปลี่ยนจุดอ่อนให้เป็นจุดแข็งจะช่วยเพิ่ม Self-awareness และความมั่นใจ Middleton เคยสอบตกหลักสูตรสำคัญเพียงเพราะตัวเตี้ยเกินไปและรับน้ำหนักไม่ไหว แต่เขาไม่เคยลดละความพยายาม จนในที่สุดเขาก็พิสูจน์ให้เห็นว่าความทุ่มเทในด้านอื่น ๆ สามารถชดเชยข้อด้อยทางสรีระได้
ในบริบทของการทำงาน หากเราไม่ถนัดเรื่อง Data Analytics เราก็สามารถดึงทักษะด้าน Creative Communication มาเป็นจุดแข็งหลัก แล้วค่อย ๆ อุดรอยรั่วเรื่อง Data ไปพร้อม ๆ กัน จงทำตัวเองให้โดดเด่น แต่อย่าหลงระเริงจนลืมความสำคัญของการทำงานเป็นทีม ผู้นำที่แท้จริงต้องรู้จักถ่อมตัว เพราะความหยิ่งผยองคือน้ำกรดที่กัดกร่อนความสำเร็จ การถ่อมตัวจะเปิดโอกาสให้เราเห็นต้นแบบที่ดีรอบตัวและพร้อมที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ อยู่เสมอ
ยอมรับความจริงอันโหดร้าย เพื่อก้าวไปข้างหน้า
เลิกโลกสวยแล้วหันมามองความจริง! โลกแห่งความจริงไม่ใช่ภาพยนตร์ที่ตอนจบพระเอกจะต้องชนะเสมอไป บางครั้งเราทำงานหนักแทบตาย อดหลับอดนอนปั้นแคมเปญการตลาดขึ้นมา แต่ผลลัพธ์กลับล้มไม่เป็นท่า นี่คือความเป็นจริงที่ต้องยอมรับให้ได้
Middleton แนะนำให้เรา ผูกมิตรกับความกลัวที่ลึกที่สุด มนุษย์ทุกคนมีด้านมืดและแรงผลักดันบางอย่างที่ซ่อนอยู่ จงใช้แรงผลักดันนั้นมาเป็นพลังในยามที่หลังชนฝา และที่สำคัญคือ อย่าคิดว่าต้องแบกโลกไว้คนเดียว เมื่อหลงทาง จงกล้าที่จะเอ่ยปากขอความช่วยเหลือ การขอความช่วยเหลือไม่ใช่ความอ่อนแอ แต่เป็นการลดความเครียด เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และสร้างสายสัมพันธ์ที่ดีในองค์กร จำไว้เสมอว่า ไม่ใช่คนใกล้ชิดทุกคนที่จะเป็นมิตร และไม่ใช่คนที่อยู่ห่างไกลทุกคนที่จะเป็นศัตรู
ผู้นำที่แท้จริง ต้องรู้ว่า “เมื่อไหร่ควรตัดสินใจ”
คุณไม่จำเป็นต้องมีตำแหน่งเป็นผู้จัดการเพื่อที่จะเป็นผู้นำ หลายครั้งในโปรเจกต์ที่สถานการณ์กำลังเข้าตาจน และคนที่เป็นหัวหน้าตัวจริงกลับไม่สามารถแก้ปัญหาได้ นั่นคือจังหวะที่คุณต้อง Step up ขึ้นมาจัดการสถานการณ์ แต่ต้องทำอย่างชาญฉลาด ไม่ก้าวร้าว และไม่หักหน้าใคร
การเป็นผู้นำที่ดีต้องรู้จังหวะ รู้ว่าเมื่อไหร่ควรใช้อำนาจ และเมื่อไหร่ควรใช้ความอดทน เพราะความอดทนคืออาวุธที่ทรงพลังที่สุดในการเจรจาต่อรองและการแก้ปัญหา Middleton เคยใช้ความอดทนและจิตวิทยาในการกดดันศัตรูจนยอมจำนนโดยไม่ต้องใช้กำลังเลยแม้แต่น้อย ในทางธุรกิจ การเลือกสมรภูมิที่จะรบ คือตัวตัดสินแพ้ชนะ คุณไม่จำเป็นต้องเถียงชนะทุกคน หรือกระโดดลงไปเล่นในทุกเทรนด์ที่เกิดขึ้น การประเมินสถานการณ์และรู้ว่าโปรเจกต์ไหนควรลุย โปรเจกต์ไหนควรปล่อย คือสติปัญญาของผู้นำ
นอกจากนี้ การให้โอกาสคนก็เป็นสิ่งสำคัญ เมื่อทีมทำพลาด อย่าเพิ่งด่วนตัดหางปล่อยวัด ให้โอกาสพวกเขาได้เรียนรู้และแก้ไข เว้นแต่ว่าพวกเขาปฏิเสธที่จะพัฒนาตัวเอง ค่อยจัดการขั้นเด็ดขาด
Mindset สู่การเปลี่ยนแปลงตัวเองขั้นสุด
การมี Positive Mindset ไม่ใช่การยิ้มรับทุกปัญหาแบบหลอกตัวเอง แต่คือกระบวนการรับมือกับปัญหาอย่างมีสติ Middleton นำเสนอ 3 ขั้นตอนในการปรับ Mindset ซึ่งสามารถนำไปใช้ได้กับทุกคน
- ซื่อสัตย์กับตัวเอง: ยอมรับความจริงที่ว่าคุณอาจจะไม่ได้เก่งกาจอย่างที่คิด นี่คือขั้นตอนที่อึดอัดที่สุด แต่ถ้าผ่านไปได้ มันคือประตูสู่การพัฒนา
- โทษตัวเองบ้าง: เลิกโทษดินฟ้าอากาศ โทษเศรษฐกิจ หรือโทษเพื่อนร่วมงาน เมื่อเกิดข้อผิดพลาด ให้มองหาจุดที่เราบกพร่อง การโทษตัวเองในที่นี้ไม่ใช่การบั่นทอน แต่เป็นการดึงอำนาจในการควบคุมชีวิตกลับมาอยู่ที่ตัวเราเอง
- ซ่อมแซมตัวเอง: เมื่อรู้ว่าพลาดตรงไหน ให้ลงมือแก้ไขอย่างจริงจัง ศึกษาสิ่งที่เป็นตัวกระตุ้นให้เกิดความผิดพลาด และกำจัดมันทิ้งไป
Thumbsup มองว่า การตัดสินใจของเราไม่ได้ส่งผลแค่ตัวเราเอง แต่ยังกระทบต่อทีมงานและทิศทางของธุรกิจ First Man In สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ผู้นำ คืองานที่หนักหน่วง ต้องแบกรับความคาดหวัง และต้องกล้าที่จะเดินนำหน้าเสมอ
สำหรับคนทำงานในแวดวงการตลาดและเทคโนโลยีที่เต็มไปด้วยความผันผวน การนำ 3 ขั้นตอนการปรับ Mindset มาใช้ จะช่วยสร้างความยืดหยุ่น ให้กับทั้งตัวเองและองค์กร ลองใช้เวลาทบทวนดูว่า วันนี้เราได้สร้างผลกระทบเชิงบวกให้กับทีมแล้วหรือยัง? ถ้ายัง… บางทีอาจจะถึงเวลาต้องเริ่มซื่อสัตย์กับตัวเองและลงมือทำอะไรสักอย่างแล้ว
อ่านเพิ่มเติม


