ท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือดของตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยปี 2026 การขยับตัวของ Chery Thailand กลายเป็นสปอตไลท์ที่น่าจับตามองที่สุด ในงาน Motor Show 2026 ครั้งนี้ Chery ไม่ได้มาเพียงเพื่อโชว์รถรุ่นใหม่ แต่มาเพื่อประกาศ “ชัยชนะ” ในก้าวแรกและยืนยันความเชื่อมั่นระยะยาวในฐานะผู้เล่นหลักที่จะเปลี่ยนโฉมหน้าอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย

มร. จิม ลี ผู้อำนวยการบริหารแบรนด์ เชอรี ประเทศไทย เปิดเผยตัวเลขที่น่าสนใจว่า หลังการเข้าสู่ตลาดอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนกันยายน 2568 รถรุ่นเรือธงอย่าง Chery V23 สามารถทำยอดจดทะเบียนติดอันดับ Top 5 ของรถยนต์ไฟฟ้าในไทยได้อย่างรวดเร็ว และคว้าอันดับ 1 ในกลุ่มรถทรง Boxy สิ่งนี้พิสูจน์ให้เห็นว่า “ดีไซน์ที่มีอัตลักษณ์” (Unique Design) คือกุญแจสำคัญที่ชนะใจผู้บริโภคชาวไทย

“Chery Q” หมัดเด็ดมัดใจคนเมือง: ครั้งแรกของโลกนอกแผ่นดินจีน

ไฮไลท์ที่สร้างแรงสั่นสะเทือนในงานคือการเปิดตัว Chery Q ซึ่งไทยได้รับเกียรติเป็นตลาดต่างประเทศแห่งแรกในโลกที่ได้สัมผัสรถรุ่นนี้ ภายใต้คอนเซปต์ “So Qute, So You”

Deep Dive สมรรถนะและดีไซน์

  • นิยามใหม่ของดีไซน์: ใช้แนวคิด “Square & Circle” ผสานความหรูหราและความนุ่มนวล โดดเด่นด้วยการเล่นแสงและเงาบนตัวถัง
  • Performance ที่เกินตัว: มอเตอร์ไฟฟ้า 122 แรงม้า แบตเตอรี่ 42.7 kWh วิ่งไกล 420 กม. (CLTC)
  • Tech-Focused: จอสัมผัส 15.6 นิ้ว พร้อม ADAS 21 ฟังก์ชัน
  • Pricing Strategy: เปิดราคาที่ 4xx,000 – 5xx,000 บาท ซึ่งถือเป็น “Sweet Spot” ที่เข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ได้ง่ายที่สุด

เติมเต็มไลน์อัป V23 สีใหม่ และ TIGGO 8 CSH

นอกจากรถรุ่นใหม่ Chery ยังส่ง V23 สีพิเศษ “Latte Gray” และ “Pop Purple” รวมถึงรุ่นตกแต่งพิเศษ IRONMAN 4X4 ADVENTURE EDITION เพื่อเจาะกลุ่มสายลุย ขณะที่ TIGGO 8 CSH (Plug-in Hybrid) ยังคงเป็นตัวเลือกที่แข็งแกร่งสำหรับกลุ่มครอบครัว ด้วยพละกำลังรวมถึง 501 แรงม้า และระยะวิ่งรวมกว่า 1,200 กม.

ยุทธศาสตร์บริการ จาก 40 สู่ 70 แห่ง

ความเชื่อมั่นไม่ได้สร้างด้วยตัวรถเพียงอย่างเดียว แต่คือ “After-sales Service” Chery ประกาศขยายเครือข่ายศูนย์บริการเป็น 70 แห่งทั่วประเทศภายในปี 2569 พร้อมอัดงบกว่า 46 ล้านบาทเพื่อปรับเปลี่ยนกระจกมองข้างให้ลูกค้า V23 เดิมฟรี เพื่อยกระดับความปลอดภัย นี่คือการซื้อใจลูกค้าที่เหนือกว่ามาตรฐานทั่วไป

20 เมษายน 2569 วันประวัติศาสตร์การผลิตในไทย

ข่าวใหญ่ที่สุดที่สะเทือนวงการคือการประกาศเปิดโรงงาน OMODA & JAECOO Manufacturing ในวันที่ 20 เมษายน 2569 นี้ นี่ไม่ใช่แค่โรงงานประกอบรถยนต์ทั่วไป แต่ถูกวางตัวให้เป็น NEV Hub (New Energy Vehicle Hub) แบบครบวงจร รวมถึงการประกอบแบตเตอรี่ในไทย เพื่อรองรับแผนการผลิตแบบ CKD ในอีก 5 ปีข้างหน้า

การเคลื่อนไหวนี้ส่งสัญญาณชัดเจนว่า Chery Group ไม่ได้มองไทยเป็นแค่ตลาดขายรถ แต่คือ “บ้านหลังที่สอง” และ “ฐานการส่งออก” สำคัญในภูมิภาค การลงทุนมหาศาลนี้จะช่วยสร้าง Ecosystem ของรถยนต์พลังงานใหม่ให้แข็งแกร่งและยั่งยืน

การมาของ Chery ในปี 2026 คือการผสานระหว่าง “Emotional Value” ผ่านรถยนต์ดีไซน์ล้ำสมัย และ “Rational Value” ผ่านการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและการผลิตในประเทศ  หากถามว่าใครคือผู้ชนะในสมรภูมิอีวีไทยรอบนี้ Chery Thailand คือหนึ่งในคำตอบที่ชัดเจนที่สุด

I'm a Content Creator and Storyteller, and i love Shooting my daughter :><: