ในยุคที่ Data คือขุมทรัพย์ใหม่ AirAsia MOVE ได้เปิดเผย Insight ที่น่าสนใจอย่างยิ่งผ่านรายงาน “Songkran Travel Trends (2567-2569)” ซึ่งเป็นการวิเคราะห์พฤติกรรมการเดินทางของคนไทยในช่วงเทศกาลสงกรานต์ (10-18 เมษายน) ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา ข้อมูลเหล่านี้ไม่ใช่แค่สถิติการจองตั๋วเครื่องบิน แต่คือเข็มทิศที่บอกทิศทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวไทยในปี 2569 นี้ได้อย่างแม่นยำ
Gen Y: พี่ใหญ่ผู้ขับเคลื่อนอุตสาหกรรม
จากการเปรียบเทียบข้อมูล 3 ปีซ้อน พบว่ากลุ่ม Gen Y (Millennials) คือหัวใจหลักของการท่องเที่ยวในช่วงสงกรานต์อย่างแท้จริง โดยครองส่วนแบ่งจำนวนที่นั่งจำหน่ายได้ (Seats Sold) สูงสุดเป็นอันดับหนึ่งในทุกปี
ที่น่าสนใจคือในปี 2568 กลุ่ม Gen Y มีอัตราการเติบโตของจำนวนที่นั่งสูงขึ้นเกือบ 30% เมื่อเทียบกับปี 2567 และในปี 2569 นี้เอง Gen Y ยังคงครองบัลลังก์ด้วยยอดจองที่นั่งสูงกว่ากลุ่ม Gen Z และ Gen X เกือบ 1 เท่าตัว สะท้อนให้เห็นว่านี่คือกลุ่มที่มีทั้งกำลังซื้อและมีความต้องการพักผ่อนสูงสุดในช่วงเทศกาล

พฤติกรรมที่แบรนด์ต้องรู้:
- ระยะเวลาพำนัก: นิยมพักผ่อนยาว 3-5 วัน
- Customer Journey: จองผ่านระบบ Digital เป็นหลัก โดยวางแผนล่วงหน้าประมาณ 31-60 วัน
Solo Traveler: นิยามใหม่ของการเที่ยวคนเดียวที่ไม่เดียวดาย
ดาต้าเผยให้เห็นเทรนด์ที่น่าตกใจ (ในแง่บวก) คือกลุ่ม Solo Traveler หรือนักเดินทางคนเดียว มีสัดส่วนการจองสูงถึง 65% – 75% ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา นี่ไม่ใช่แค่เทรนด์ชั่วคราว แต่เป็นพฤติกรรมหลักของผู้บริโภคยุคใหม่
นักเดินทางกลุ่มนี้เริ่มมีพฤติกรรมแบบ “Agile” คือวางแผนล่วงหน้าสั้นลง โดยส่วนใหญ่อยู่ในกรอบ 31-60 วันก่อนเดินทาง ซึ่งเป็นโจทย์ใหญ่สำหรับผู้ประกอบการที่ต้องปรับตัวให้ทันความเร็วนี้
จุดหมายปลายทาง: ไทยเที่ยวไทยยังแกร่ง แต่ต่างประเทศเริ่มคึกคัก
คนไทยยังคงให้ความสำคัญกับ “ไทยเที่ยวไทย” เป็นอันดับ 1 โดยจุดหมายยอดนิยมตลอดกาล ได้แก่ เชียงใหม่ (CNX), ภูเก็ต (HKT), และหาดใหญ่ (HDY)
อย่างไรก็ตาม ในฝั่งต่างประเทศ ญี่ปุ่น ยังคงเป็นแชมป์ที่ครองใจ Gen Y และ Gen X มากที่สุด ตามมาด้วย เวียดนาม และจีน ที่มีการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญในปี 2568 และ 2569
ยอมจ่ายเพื่อความสบาย: โอกาสของ Ancillary Revenue
ยอดใช้จ่ายเฉลี่ยต่อผู้โดยสารในปี 2569 เพิ่มสูงขึ้นมาอยู่ที่เกือบ 3,200 บาท ข้อมูลนี้สะท้อนว่านักท่องเที่ยวไม่ได้มองหาแค่ตั๋วถูก แต่พร้อมจ่ายเงินซื้อ “ความสะดวกสบาย” มากขึ้น
- น้ำหนักกระเป๋า: เป็นบริการเสริมที่มีสัดส่วนการใช้จ่ายสูงสุด
- การสั่งอาหารล่วงหน้า: เติบโตอย่างมาก โดยเฉพาะในปี 2568 ที่ความต้องการสั่งอาหารบนเครื่องพุ่งสูงขึ้นกว่าปีก่อนหน้า

เพื่อให้สอดรับกับดาต้าชุดนี้ AirAsia MOVE แนะนำกลยุทธ์ที่น่าสนใจ ดังนี้
- Solo-Friendly Packages: เมื่อยอดจองคนเดียวสูงถึง 70% โรงแรมควรเลิกขายแค่ห้อง Double หรือ Twin แต่ต้องออกแบบแพ็กเกจสำหรับ Solo Traveler โดยเฉพาะ
- Long-Stay Offers: สร้างแคมเปญ “Stay Longer, Pay Less” เพื่อดึงดูดกลุ่ม Gen Y ที่นิยมพัก 3-5 วัน
- Digital First: ต้องมั่นใจว่าระบบจองออนไลน์และ Mobile UX ลื่นไหลที่สุด เพราะนี่คือช่องทางหลัก
- Targeting Specific: เน้นโปรแกรมเที่ยวญี่ปุ่นและเวียดนามที่เจาะกลุ่มคนชอบถ่ายภาพและวัฒนธรรมท้องถิ่น
การท่องเที่ยวไทยในปี 2569 ไม่ใช่แค่เรื่องของ “ปริมาณ” แต่เป็นเรื่องของ “Insight” ใครที่เข้าใจความต้องการของ Gen Y และ Solo Traveler ได้ก่อน คือผู้ชนะในสมรภูมินี้
credit pic : sawasdee phuket



