ในโลกของการตลาดและการทำแบรนด์ การทำ Digital Transformation ถือเป็นความท้าทายขั้นสุดยอดขององค์กรที่มีอายุเก่าแก่และมีภาพจำฝังรากลึก ล่าสุดวงการการศึกษาไทยได้สร้างกระแสที่น่าจับตามอง เมื่อกระทรวงศึกษาธิการประกาศนโยบายรีแบรนด์กิจการลูกเสือไทย หวังลบภาพลักษณ์ของการเป็นภาระ ให้กลายเป็นกิจกรรมที่เยาวชนอยากเข้าร่วมด้วยความสมัครใจ โดยมีไฮไลต์สำคัญคือการดันแอปพลิเคชัน SCOUTDD ขึ้นมาเป็นแพลตฟอร์มหลัก

หากมองผ่านเลนส์ของนักการตลาด นี่คือความพยายามในการทำ User Acquisition และ Rebranding ที่น่าสนใจ แต่คำถามที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังความพยายามนี้คือ องค์กรมีความพร้อมทางด้านโครงสร้างและงบประมาณเพื่อสนับสนุนวิสัยทัศน์นี้อย่างแท้จริงหรือไม่? วันนี้เราจะพาทุกคนไปผ่างบประมาณและแผนปฏิบัติราชการของ สำนักงานลูกเสือแห่งชาติ เพื่อหาคำตอบว่านวัตกรรมนี้คือของจริง หรือแค่ฉากหน้าดิจิทัลที่ทาทับโครงสร้างอนาล็อก

แอปฯ SCOUTDD สมุดพกความดีหน้าตาทันสมัย?

แนวคิดหลักของแอปพลิเคชัน SCOUTDD คือการใช้ระบบ Gamification เข้ามาขับเคลื่อนพฤติกรรมเยาวชน โดยให้ผู้ใช้งานสามารถบันทึกความดี สะสมพอยต์เพื่อแลกของรางวัล และชักชวนเพื่อนมาร่วมกิจกรรมได้ ภายใต้สโลแกนทางการตลาดที่จำง่ายอย่าง ทำดี ทำได้ ทำทันที

ปัจจุบันแพลตฟอร์มนี้มีฐานผู้ใช้งานบน LINE กว่า 1 แสนราย และกำลังเตรียมย้ายระบบมาสู่แอปพลิเคชันแบบเต็มตัว ในแง่ของกลยุทธ์ การนำ Gamification มาช่วยเพิ่ม User Engagement ถือเป็นทิศทางที่ถูกต้อง แต่จุดชี้ชะตาของ Digital Product มักไม่ได้อยู่ที่ฟีเจอร์สะสมแต้ม แต่อยู่ที่ว่าแอปพลิเคชันนั้นสามารถแก้ Pain Point ที่แท้จริงของเยาวชนและผู้ปกครองได้หรือไม่

หากฟังก์ชันหลักมีเพียงแค่การจดบันทึกความดีโดยไม่ได้เชื่อมโยงกับทักษะแห่งอนาคต แพลตฟอร์มนี้ก็เสี่ยงที่จะกลายเป็นเพียง สมุดพกความดีอิเล็กทรอนิกส์ ที่มีรอบอายุขัยแสนสั้น

กางงบประมาณสำนักงานลูกเสือแห่งชาติ

เพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจนขึ้น เราต้องมาสำรวจดูงบประมาณขององค์กรกันเสียก่อน เพราะงบประมาณคือภาพสะท้อนวิสัยทัศน์ที่แท้จริง โดยจากรายงานงบประมาณเบิกจ่ายประจำปี 2563 สำนักงานลูกเสือแห่งชาติได้รับงบประมาณรวมกว่า 291.39 ล้านบาท แต่สิ่งที่น่าตกใจคือ เม็ดเงินส่วนใหญ่ถูกเทไปที่ อุดหนุนงบลงทุน สูงถึง 130.8 ล้านบาท โดยมีค่าที่ดินและสิ่งก่อสร้างกวาดไปถึง 118.5 ล้านบาท

ตอกย้ำด้วยงบแสดงฐานะการเงินประจำปี 2566 ที่ระบุว่าองค์กรมีสินทรัพย์ประเภทที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์มูลค่าสูงถึง 846 ล้านบาท ยิ่งไปกว่านั้น องค์กรยังมี อสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน มูลค่ามหาศาลถึง 1.29 พันล้านบาท เรียกได้ว่านี่คือองค์กรระดับเศรษฐีที่ดินตัวจริง แต่เมื่อตัดภาพมาดู แผนปฏิบัติราชการประจำปี 2567 ที่ได้รับงบอุดหนุนไปพลางก่อนจำนวน 55.5 ล้านบาท รายการจัดซื้อจัดจ้างกลับสะท้อนถึงโครงสร้างพื้นฐานที่ยังคงเป็นอนาล็อกแบบเต็มขั้น ไม่ว่าจะเป็น

  • การจัดซื้อวัสดุงานบ้านงานครัวอย่าง ผ้าปูที่นอน 500 ผืน และผ้าห่ม 500 ผืน สำหรับค่ายลูกเสือวชิราวุธ
  • จัดซื้อเก้าอี้พลาสติกและผ้าคลุมโต๊ะห้องประชุมจำนวนมหาศาล
  • การตั้งงบซื้อวัสดุการเกษตรระดับเบสิก อย่าง จอบ เสียม และขวาน

นี่คือคำถามตัวโต ๆ ว่า ท่ามกลางกระแสการสร้าง Tech Ecosystem องค์กรที่กำลังโปรโมทแอปพลิเคชันสุดล้ำ กลับยังมีโครงสร้างการทำงานและงบประมาณส่วนใหญ่จมอยู่กับวัสดุอุปกรณ์แบบคลาสสิก แล้วเช่นนี้ระบบนิเวศน์ทางเทคโนโลยีจะเกิดขึ้นได้อย่างไร?

ดร.วรัท พฤกษาทวีกุล รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ทำหน้าที่เลขาธิการสำนักงานลูกเสือแห่งชาติ (สลช.)

ดร.วรัท พฤกษาทวีกุล รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ทำหน้าที่เลขาธิการสำนักงานลูกเสือแห่งชาติ (สลช.)

เมื่อพิธีการและอีเวนต์สวนทางกับงบพัฒนาระบบ

อีกหนึ่งจุดสังเกตที่น่าสนใจคือความเหลื่อมล้ำของการจัดสรรงบประมาณระหว่างการสร้างเครือข่าย/พิธีการ กับการพัฒนานวัตกรรม โดยในแผนปฏิบัติการปี 2567 มีการอัดฉีดงบประมาณจำนวนมากไปกับงานพิธีการและการประชุมระหว่างประเทศดังนี้

  • โครงการจัดส่งผู้บริหารระดับสูงเข้าร่วมการประชุมสมัชชาลูกเสือโลก ครั้งที่ 43 ณ ประเทศอียิปต์ ใช้งบประมาณ 640,000 บาท
  • โครงการอภิปรายเยาวชนลูกเสือโลก ครั้งที่ 15 ณ ประเทศอียิปต์ ใช้งบประมาณ 218,000 บาท
  • โครงการจัดงานวันคล้ายวันสถาปนาคณะลูกเสือแห่งชาติ ใช้งบประมาณถึง 1.96 ล้านบาท

แต่เมื่อเราเปิดดูรายงานความก้าวหน้าใน ปีงบประมาณ 2568 หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้องกับการขับเคลื่อนเทคโนโลยีกลับได้งบประมาณที่ดูบางเบาอย่างน่าตกใจ

  • โครงการจัดงานแถลงข่าวเปิดตัวระบบบริหารกิจการลูกเสือและโปรแกรมฝึกอบรม ใช้งบเพียง 220,000 บาท
  • โครงการฝึกอบรมการใช้งานแพลตฟอร์มดิจิทัลระบบบริหารกิจการลูกเสือ ใช้งบเพียง 70,000 บาท
  • โครงการปรับปรุงกฎหมายลูกเสือให้ทันสมัยหลายโครงการยังคงมีสถานะ ยังไม่ได้ดำเนินงาน
  • และสิ่งนี้สวนทางอย่างสิ้นเชิงกับงบประมาณขับเคลื่อนโปรแกรมการฝึกอบรมลูกเสือแบบดั้งเดิมในสถานศึกษา ที่ตั้งไว้สูงถึง 11 ล้านบาท

Thumbsup มองว่า SCOUTDD คือกรณีศึกษาชั้นดีของการทำตลาดในยุคดิจิทัล การสร้างแอปพลิเคชันและการใส่ระบบ Gamification เพื่อดึงดูด User เป็นสิ่งที่สามารถสร้างกระแส PR ได้ในระยะสั้น แต่กระบวนการ Digital Transformation ที่ยั่งยืนนั้น ไม่สามารถใช้เพียงเทคโนโลยีเป็นเครื่องประดับ โดยที่โครงสร้างการทำงานหลังบ้านยังคงเหมือนเดิม

หากสำนักงานลูกเสือแห่งชาติยังคงมีสัดส่วนงบประมาณที่เทไปกับการดูแลรักษาสิ่งปลูกสร้างหลักพันล้าน การจัดซื้อจอบและเสียม รวมถึงการทุ่มเงินไปกับพิธีการเชิงสัญลักษณ์ มากกว่าการลงทุนพัฒนาระบบ Server การสร้างทีม Data Analytics หรือการปรับปรุงแก่นของหลักสูตรให้เข้ากับเยาวชนยุค AI ในท้ายที่สุดแล้ว แอปพลิเคชัน SCOUTDD ก็อาจจะหนีไม่พ้นชะตากรรมของการเป็นเพียงแค่นวัตกรรมเปลี่ยนเกมชั่วคราว ที่ไม่สามารถสร้าง Brand Loyalty จากผู้ใช้ได้จริง

อ้างอิง: ScoutDD, NSOT 1, 2, 3

I'm a Content Creator and Storyteller, and i love Shooting my daughter :><: