ข้อมูลอินไซต์ล่าสุดจาก TikTok แพลตฟอร์มระดับโลกเพื่อการค้นพบ ได้เปิดเผยภาพสะท้อนที่น่าสนใจของพฤติกรรมผู้บริโภคชาวไทยที่กำลังเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ยุค Value-Driven Spending อย่างเต็มรูปแบบ โดยข้อเท็จจริงที่น่าจับตามองคือ คนไทยไม่ได้ลดละการใช้จ่ายหรือจับจ่ายใช้สอยน้อยลงแต่อย่างใด แต่พวกเขากำลังก้าวสู่โหมดของการใช้เงินอย่างระมัดระวัง รอบคอบ และให้ความสำคัญกับ “ความคุ้มค่า” เป็นที่ตั้ง

ปรากฏการณ์นี้สร้างความท้าทายและโอกาสครั้งใหญ่ให้กับแบรนด์ทุกขนาด เพราะทุกการใช้จ่ายที่เกิดขึ้นคือ Real-demand หรือความต้องการซื้อที่แท้จริง เพียงแต่วิธีการตัดสินใจซื้อได้เปลี่ยนทิศทางไปจากการเห็นโฆษณาแล้วกดซื้อทันที มาเป็นการค้นหาข้อมูลรอบด้านและการสร้างบทสนทนาร่วมกับแบรนด์ก่อนควักกระเป๋า

สถิติน่ารู้ของพฤติกรรมผู้บริโภคไทยปี 2569

  • 50% ของผู้บริโภคไทย (1 ใน 2): ได้เปลี่ยนผ่านเข้าสู่โหมดการใช้จ่ายที่เน้นความคุ้มค่าเป็นหลักเมื่อเทียบกับช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา
  • 2 ใน 3 ของผู้ซื้อ: เพิ่มขั้นตอน “การเสิร์ชค้นหาข้อมูล” (Search) อย่างละเอียดก่อนตัดสินใจซื้อสินค้าที่ต้องการ
  • 83% คืออัตราการเติบโต: ของยอดการค้นหาคำสำคัญบน TikTok เช่น “ซื้อของ”, “ช็อปปิง” และ “ลดราคา”
  • มากกว่า 80% ของผู้ซื้อ: ยินดีและพร้อมที่จะติดต่อพูดคุยกับแบรนด์ผ่านกล่องข้อความ (Chat) เพื่อรับข้อมูลประกอบการตัดสินใจซื้อในขั้นสุดท้าย
  • 1.9 เท่า: คืออัตราการเติบโตของเครื่องมือ TikTok Messaging Ads ที่ช่วยปลดล็อกการสร้างบทสนทนาและปิดการขาย

‘Real Shopping Demand’ ยิ่งระวัง ยิ่งตั้งใจและยิ่งทำการบ้านมากขึ้น

ความเข้าใจผิดประการใหญ่ในแวดวงธุรกิจคือ เมื่อเศรษฐกิจมีความท้าทาย ผู้บริโภคจะหยุดซื้อสินค้า แต่ข้อมูล Internal Data ของ TikTok สะท้อนความจริงอีกด้านว่า ในยุคที่ผู้บริโภควางแผนการใช้จ่ายอย่างรัดกุมนี้ ลำดับความสำคัญบน Consumer Journey ได้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างอย่างมีนัยสำคัญ

การที่ผู้บริโภคหันมาเน้นความคุ้มค่า ทำให้เกิดพฤติกรรมการค้นหาข้อมูลที่ลึกซึ้งขึ้น โดยยอดเสิร์ชคำว่า “ซื้อของ ช็อปปิง ลดราคา” บนแพลตฟอร์มพุ่งสูงขึ้นถึง 83% ตัวเลขนี้สะท้อนให้เห็นว่าความต้องการซื้อไม่ได้หายไปจากตลาด แต่ผู้บริโภคกำลังตั้งใจทำการบ้านมากขึ้นเพื่อตามหาดีลที่ดีที่สุด โดยมี 7 ใน 10 ของผู้บริโภคยอมรับว่า “การได้รับความคุ้มค่าสูงสุดสำหรับเงินที่เสียไป” คือปัจจัยที่ทรงอิทธิพลที่สุดต่อการตัดสินใจซื้อสินค้าในปัจจุบัน

ดังนั้น สมการทางการตลาดจึงไม่ใช่เพียงการสร้างการรับรู้แล้วหวังผลให้เกิดการซื้อโดยธรรมชาติอีกต่อไป แต่แบรนด์ต้องสามารถตอบสนองความตั้งใจซื้อที่มีอยู่สูงนี้ และเปลี่ยนช่วงเวลาแห่งการพิจารณาให้กลายเป็นคอนเวอร์ชันผ่านการโต้ตอบร่วมกับแบรนด์ใน Inbox ได้ในทันที

ถอดรหัส 3 ปัจจัยหลักในการเลือกซื้อสินค้า เพื่อพิชิตใจผู้บริโภคยุคคิดเยอะ

เมื่อผู้บริโภคกว่า 80% ระบุว่าพวกเขายินดีและพร้อมติดต่อแบรนด์ผ่านช่องทางแชทเพื่อประกอบการตัดสินใจ สิ่งที่นักการตลาดต้องตั้งคำถามต่อคือ “ผู้บริโภคมองหาอะไรจากบทสนทนาเหล่านั้น?”

รายงานของ TikTok ชี้ให้เห็นว่า หากแบรนด์ต้องการเปลี่ยนความตั้งใจซื้อให้เป็นยอดขาย จะต้องออกแบบกลยุทธ์ที่สามารถตอบโจทย์ 3 ปัจจัยหลักที่ผู้บริโภคใช้เป็นเกณฑ์ตัดสินใจ ดังต่อไปนี้:

ปัจจัยหลักในการตัดสินใจ สัดส่วนผู้ให้ความสำคัญ สิ่งที่ผู้บริโภคมองหา กลยุทธ์ที่แบรนด์ต้องปรับใช้
1. Trust & Credibility

 

(ความเชื่อมั่นและน่าเชื่อถือ)

57% ความน่าเชื่อถือในตัวแบรนด์ ครีเอเตอร์ หรือผู้ให้บริการ แบรนด์ต้องสร้างตัวตนที่โปร่งใส และพร้อมให้ลูกค้าเข้าถึงได้ทันที (Reachability)
2. Purchase Confidence

 

(ความมั่นใจในการซื้อ)

1 ใน 2

 

(50%)

ความรู้สึกปลอดภัยและมั่นใจว่าตนเองกำลังตัดสินใจเลือกซื้อได้อย่างถูกต้อง ใช้การโต้ตอบและตอบคำถามแบบเรียลไทม์ผ่านแชท เพื่อทลายความลังเลใจและสร้างความมั่นใจ
3. Product Clarity

 

(ความชัดเจนในผลิตภัณฑ์)

56% ความเข้าใจรายละเอียดผลิตภัณฑ์และบริการที่ชัดเจน แม่นยำ ใช้ Two-way conversation มอบข้อมูลแบบ Personalized ซึ่งตอบโจทย์ได้ดีกว่าการอ่านรายละเอียดแบบเดิม ๆ

จาก ‘Discovery’ สู่ ‘Demand’

จากข้อมูลอินไซต์ดังกล่าว ทำให้บทบาทของ TikTok ในวันนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการเป็นแพลตฟอร์มวิดีโอสั้นเพื่อความบันเทิง หรือเป็นเพียงพื้นที่สำหรับการค้นพบสิ่งใหม่อีกต่อไป แต่ได้ก้าวขึ้นสู่การเป็น Growth Partner For Business อย่างเต็มตัว

ด้วยฐานผู้ใช้งานในประเทศไทยที่มีมากกว่า 50 ล้านราย และมียอดการค้นหาข้อมูลบนแพลตฟอร์มรวมกันสูงกว่า 4.8 พันล้านครั้ง ตลอดช่วงไตรมาส 1-4 ของปี 2568 ตัวเลขนี้เป็นเครื่องยืนยันถึงประสิทธิภาพของโซลูชันการโฆษณาแบบ Full-Funnel Marketing ที่เข้ามาช่วยขับเคลื่อนกลยุทธ์ Discovery-to-Demand

โซลูชันนี้เข้ามาปลดล็อกศักยภาพให้แบรนด์ทุกขนาดสามารถบริหารจัดการทุกจุดสัมผัสของลูกค้า ตั้งแต่ต้นน้ำอย่างการสร้างการรับรู้ (Reach) ไปจนถึงปลายน้ำคือการปิดการขายได้อย่างลื่นไหล โดยทั้งหมดสามารถจบลงได้อย่างสมบูรณ์ในระบบนิเวศการส่งข้อความเดียว พร้อมส่งมอบผลลัพธ์ทางธุรกิจด้วยผลตอบแทนจากการลงทุนโฆษณา (ROAS) ที่เติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมหลักของไทย ได้แก่ แฟชั่น, ความงาม และสินค้าอุปโภคบริโภค (FMCG)

นายธัญวุฒิ วงษ์สุนทร General Manager, TikTok for Business, ประเทศไทย ได้ให้มุมมองที่น่าสนใจเกี่ยวกับภูมิทัศน์การตลาดในยุคปัจจุบันว่า “วันนี้ TikTok ได้วิวัฒนาการสู่แพลตฟอร์มหลักทางธุรกิจ เพื่อทำหน้าที่เป็น Growth Partner For Business ในการขับเคลื่อนผลสำเร็จและการเติบโตทางการตลาดให้กับธุรกิจทุกขนาด ผ่านการส่งมอบ Full-Funnel Solutions บนแพลตฟอร์มที่วัดผลได้จริงมากกว่าแค่การสร้างการรับรู้ โดยมี TikTok Messaging Ads เป็นอาวุธการตลาดดิจิทัลชิ้นสำคัญที่จะเข้ามาปลดล็อกขีดความสามารถในการเชื่อมต่อก้าวแรกของการค้นพบและการเสิร์ชไปสู่ยอดขาย ได้อย่างรวดเร็ว พร้อมเปลี่ยนแรงบันดาลใจบนหน้าฟีดให้กลายเป็นการเติบโตทางธุรกิจที่มั่นคงทันทีที่ลูกค้าส่งข้อความเข้ามา”

นายธัญวุฒิ ยังกล่าวเสริมถึงหัวใจสำคัญของการปรับตัวว่า “ในภูมิทัศน์ตลาดยุคปัจจุบัน ยอดวิวหรือการหยุดสายตาผู้ชมไม่ใช่คำตอบสุดท้ายอีกต่อไป การได้ Attention เป็นเพียงแค่ใบเบิกทางในการทำตลาดเท่านั้น แต่โอกาสทางธุรกิจที่แท้จริงในวันนี้คือการเปลี่ยนพฤติกรรมการเสิร์ชค้นหาข้อมูล ไปสู่การสร้างบทสนทนา ที่นำไปสู่ยอดขาย เนื่องจากผู้บริโภคในยุค Value-Driven Spending มียอดการค้นหาข้อมูลบน TikTok สูงขึ้นอย่างมหาศาลเพื่อรีเสิร์ชดีลและรีวิวก่อนควักกระเป๋า ซึ่งพฤติกรรมการตั้งใจเสิร์ชนี้สะท้อนถึงความต้องการซื้อที่ชัดเจน และการตัดสินใจซื้อในขั้นตอนสุดท้ายมักมาจากความผูกพัน รวมถึงปฏิสัมพันธ์ที่แข็งแกร่งระหว่างแบรนด์กับลูกค้าผ่านช่องทาง Chat”

‘Messaging Ads’ อาวุธใหม่ลดช่องว่างบน Consumer Journey โตพุ่ง 1.9 เท่า

เมื่อ “บทสนทนา” คือสมรภูมิสุดท้ายของการปิดการขาย เครื่องมืออย่าง TikTok Messaging Ads จึงกลายเป็นอาวุธสำคัญที่ช่วยให้ธุรกิจสามารถบริหารจัดการขั้นตอนการพิจารณาไปสู่การตัดสินใจซื้อได้อย่างมีประสิทธิภาพ สะท้อนผ่านตัวเลขการเติบโตที่พุ่งสูงขึ้นถึง 1.9 เท่า โดยเครื่องมือนี้เข้ามาลดช่องว่างบน Consumer Journey ผ่าน 3 แกนหลัก

  • Shorten Path-to-action: ลดระยะเวลาในการตัดสินใจผ่านการสื่อสารแบบ Two-way ช่วยทลายคอขวดด้านข้อมูล ทำให้ผู้บริโภคได้รับคำตอบทั้งหมดเพื่อประกอบการตัดสินใจได้ทันทีในจุดเดียว
  • Qualify Leads Immediately: คัดกรองความต้องการที่แท้จริง ได้ตั้งแต่เริ่มต้นบทสนทนา ช่วยลดขั้นตอนการกรอกเอกสารที่ยุ่งยากหรือการนัดหมายที่ซ้ำซ้อน
  • Your Customer at the Centre: ยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลางด้วยปฏิสัมพันธ์แบบ Personalized interaction สร้างความเชื่อใจ ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการนำไปสู่การสร้าง Loyalty และการกลับมาซื้อซ้ำ

นอกจากนี้ ในมุมของการบริหารจัดการระบบหลังบ้าน TikTok Messaging Ads ยังมอบความยืดหยุ่นด้วยรูปแบบการทำงาน 2 รูปแบบ เพื่อลดอัตราการ Drop-off ของลูกค้า ได้แก่ Direct Messaging Ads (การแชทบน TikTok DM โดยตรง) และ Instant Messaging Ads (การเชื่อมต่อไปยังแอปพลิเคชันแชทพันธมิตร เช่น Facebook Messenger, WhatsApp และ Zalo)

มากไปกว่านั้น โซลูชันนี้ยังเข้ามาช่วยทลายปัญหาคอขวดในยุค AI Marketing ที่แบรนด์มักต้องเผชิญ ไม่ว่าจะเป็นปัญหา “ลูกค้ากดยอดคลิกแต่ไม่ซื้อ” หรือปัญหา “แชทขยะ” โดยนำเสนอระบบอัจฉริยะ Smart Automation Tools เช่น Message Assistant และ Automated Chat เข้ามาช่วยบริหารจัดการบทสนทนาได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การปรับใช้ Messaging Ads สำหรับแบรนด์ใหญ่ และ SME

ไม่ว่าจะเป็นองค์กรระดับเอ็นเตอร์ไพรส์หรือผู้ประกอบการ SME การนำ Messaging Ads ไปปรับใช้ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดนั้นมีกลยุทธ์ที่แตกต่างกันตามบริบทของธุรกิจ โดย TikTok ได้แนะนำแนวทางการปฏิบัติไว้ดังนี้

แบรนด์ใหญ่เน้น Data & Automation

  • ผสานพลัง Data และ Automation: ใช้ความสามารถของ Messaging Ads ร่วมกับระบบฐานข้อมูลและระบบอัตโนมัติในการคัดกรองและส่งมอบ Lead ที่มีคุณภาพสูง
  • เพิ่มประสิทธิภาพทีมขาย: ระบบการคัดกรองที่ดีจะช่วยให้ทีมขายสามารถปิดงานได้ง่ายและรวดเร็วขึ้น พร้อมทั้งช่วยลดต้นทุนในการบริหารจัดการ ภายใต้นโยบายความปลอดภัยและโปร่งใส

SME และร้านค้าออนไลน์เน้น Human Touch และ ‘กฎทอง 3 นาที’

  • เปลี่ยนคำแรกทักทายให้เป็นลูกค้าประจำ: ให้ความสำคัญกับการใช้ Human Touch ในการโต้ตอบเพื่อสร้างความประทับใจตั้งแต่ข้อความแรก
  • กฎทองความเร็ว 3 นาที (The 3-Minute Benchmark): ข้อมูลดาต้าชี้ชัดว่า การตอบกลับข้อความของลูกค้าภายในระยะเวลา 3 นาที เป็นบรรทัดฐานใหม่ที่สามารถเพิ่มโอกาสให้ลูกค้าอยู่ในบทสนทนาต่อ (Stay Engaged) ได้มากขึ้นถึง 2.2 เท่า
  • รักษาความสอดคล้อง 100%: แบรนด์ต้องรักษาความสอดคล้องของราคาและโปรโมชันระหว่าง “วิดีโอโฆษณา” กับ “ข้อมูลในแชท” ให้ตรงกันอย่างสมบูรณ์แบบ 100% เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมแห่งความน่าเชื่อถือสูงสุด (High-Trust Environment) ให้กับลูกค้า

อนาคตของการตลาด Full-Funnel ที่วัดผลได้จริงและปิดการขายด้วย Chat

พฤติกรรมของคนไทยในยุค Value-Driven Spending ชี้ให้เห็นว่า การทำการตลาดในปัจจุบันไม่ใช่เพียงการวิ่งไล่จับความสนใจชั่วคราวอีกต่อไป แต่คือการเข้าไปมีส่วนร่วมในบทสนทนาที่จริงใจ โปร่งใส และตอบโจทย์ความคุ้มค่าที่ผู้บริโภคมองหา

การบูรณาการระบบการค้นพบสินค้าแบบสมัยใหม่ เข้ากับการปิดการขายแบบ Direct Conversation ผ่านเครื่องมืออย่าง TikTok Messaging Ads จึงนับเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญของระบบ Full-Funnel Ads Solution ที่จะเข้ามาช่วยเปลี่ยนความบันเทิงและแรงบันดาลใจบนหน้าฟีด ให้กลายเป็นการเติบโตทางธุรกิจที่มั่นคงและจับต้องได้ เป็นเครื่องยืนยันว่าในยุคที่ผู้บริโภคคิดเยอะขึ้น แบรนด์ที่สามารถมอบข้อมูลที่ชัดเจน น่าเชื่อถือ และตอบสนองได้อย่างรวดเร็วผ่านบทสนทนา คือผู้ชนะที่แท้จริงในตลาด

I'm a Content Creator and Storyteller, and i love Shooting my daughter :><: