หากปี 2024 คือปีแห่งความตื่นเต้นใน Generative AI และปี 2025 คือปีแห่งการทดลองใช้งาน ก้าวเข้าสู่ปี 2026 นี้ ดูเหมือนว่ากฎกติกาของโลกดิจิทัลกำลังจะถูกเขียนใหม่อีกครั้ง จากการพูดคุยเจาะลึกกับเหล่าผู้บริหารระดับสูงด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ (CIO) ทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สิ่งที่สะท้อนออกมาอย่างชัดเจนไม่ใช่เพียงแค่ “เทคโนโลยีอะไรที่กำลังมา” แต่คือ “เราจะสร้างมูลค่าจากมันได้อย่างไร” ในวันที่โลกหมุนเร็วกว่าที่เคย

บทความนี้ Thumbsup จะพาคุณไปถอดรหัสคำทำนายและวิสัยทัศน์ของเหล่า CIO ระดับท็อปของอาเซียน ว่าในปี 2026 ภูมิทัศน์ของธุรกิจ เทคโนโลยี และคนทำงาน จะเปลี่ยนโฉมไปในทิศทางใด

หมดเวลาของ Hype Cycles: AI ต้อง “ทำเงิน” ได้จริง

ตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา องค์กรจำนวนมากติดหล่มอยู่กับโครงการนำร่องที่ดูหวือหวาแต่หาจุดคุ้มทุนไม่ได้ แต่ในปี 2026 เหล่า CIO ในอาเซียนฟันธงว่า “ยุคแห่งการเห่อของใหม่ได้จบลงแล้ว”

ความคาดหวังในปี 2026 จะเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง องค์กรต่างๆ จะเลิกตื่นเต้นกับความสามารถเชิงคอนเซปต์ของ AI แต่จะหันมาตัดสินกันที่ “ผลลัพธ์ทางธุรกิจที่วัดผลได้” เท่านั้น AI จะไม่ได้เป็นฟีเจอร์ที่เอาไว้โชว์ความล้ำอีกต่อไป แต่มันจะกลายเป็น “มาตรฐานพื้นฐาน” ที่ฝังรากลึกอยู่ในทุกแอปพลิเคชันและโครงสร้างพื้นฐาน

ความท้าทายใหม่ของ CIO จึงไม่ใช่การวิ่งหาเทคโนโลยี AI ที่ดีที่สุด แต่คือการ Operationalize หรือการนำ AI มาปรับใช้ในกระบวนการทำงานจริงให้สอดคล้องกับกลยุทธ์ของบริษัทอย่างแนบเนียนที่สุด

ยุคแห่ง “Agentic AI”: เมื่อซอฟต์แวร์มี “ชีวิต” และคิดเองได้

นี่คือจุดเปลี่ยนที่น่าจับตามองที่สุดของปี 2026 นั่นคือการผงาดขึ้นของ Agentic AI หรือระบบ AI ที่มีความเป็น “ตัวแทน” อิสระ

หาก Generative AI ยุคก่อนทำได้แค่ “ตอบคำถาม” หรือ “สร้างรูปภาพ” ตามคำสั่ง Agentic AI จะสามารถ “คิด วางแผน และลงมือทำ”  ได้ด้วยตัวเอง มันสามารถทำงานข้ามระบบ แอปพลิเคชัน หรือแม้แต่เจรจากับ AI ตัวอื่นเพื่อให้งานสำเร็จ

สิ่งที่ CIO ต้องเตรียมรับมือ

เราจะไม่ได้บริหารระบบ AI เพียงระบบเดียวอีกต่อไป แต่เรากำลังจะเข้าสู่ยุคที่ต้องบริหาร “เครือข่ายของ AI Agents” ที่แต่ละตัวมีตรรกะและพฤติกรรมต่างกัน บทบาทของ CIO จะเปลี่ยนจาก System Integrator ไปสู่ “Orchestrator”  ผู้กำกับวงดนตรีแห่งปัญญาประดิษฐ์ ต้องคอยดูเรื่อง ธรรมาภิบาล, อัตลักษณ์ดิจิทัล  และความเชื่อใจ ในระบบนิเวศที่ซับซ้อนนี้

Data Discipline: บทลงโทษของผู้ที่มี “หนี้ทางข้อมูล”

เมื่อ AI กลายเป็นหัวใจหลักของการดำเนินงาน “ข้อมูล”  จึงไม่ใช่แค่น้ำมัน แต่คือกระดูกสันหลัง คำทำนายระบุชัดเจนว่า ปี 2026 จะเป็นปีที่ “เปลือย” ให้เห็นความอ่อนแอขององค์กรที่ละเลยพื้นฐานด้านข้อมูล

องค์กรที่สะสม “Data Debt” หรือหนี้ทางข้อมูลเอาไว้ ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลขยะ ข้อมูลที่ไม่เชื่อมต่อกันหรือขาดการกำกับดูแล จะพบว่าตัวเอง “ไปต่อไม่ได้” ในยุค AI ขณะที่องค์กรที่ยอมเจ็บและลงทุนรื้อระบบข้อมูล มาตั้งแต่ต้น จะสามารถสเกลธุรกิจได้ด้วยความเร็วที่น่าตกใจ

เรื่องคุณภาพข้อมูล , การสืบย้อนที่มาข้อมูล และการควบคุมสิทธิ์ จะกลายเป็นตัวชี้วัดความเป็นความตายของโปรเจกต์ AI ทั้งหมด

หุ่นยนต์ จะเดินเพ่นพ่านในชีวิตประจำวัน

ลืมภาพหุ่นยนต์ในโรงงานประกอบรถยนต์ไปได้เลย เพราะ CIO อาเซียนมองเห็นตรงกันว่า ในปี 2026 ระบบอัตโนมัติในโลกกายภาพ จะขยายตัวเข้าสู่ภาคบริการอย่างเต็มรูปแบบ

เราจะได้เห็นหุ่นยนต์ทำงานร่วมกับมนุษย์มากขึ้นใน

  • Healthcare: ผู้ช่วยพยาบาลหุ่นยนต์ งานขนส่งยาและเวชภัณฑ์
  • Retail & F&B: พนักงานเสิร์ฟ พนักงานจัดเรียงสินค้า หรือแม้แต่พ่อครัว

แรงขับเคลื่อนสำคัญไม่ใช่แค่ความล้ำ แต่คือ “วิกฤตขาดแคลนแรงงาน”  และความต้องการรักษามาตรฐานคุณภาพบริการ ที่สม่ำเสมอ

Quantum Computing: คลื่นลูกใหญ่ที่ต้อง “จับตา” แต่ยังไม่ต้อง “กระโจนใส่”

แม้ควอนตัมคอมพิวเตอร์จะยังดูไกลตัว แต่สัญญาณเตือนเริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ ในปี 2026 เทคโนโลยีนี้จะเริ่มมีตัวตนชัดเจนขึ้นผ่านงานวิจัยและผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ

คำแนะนำสำหรับองค์กรในอาเซียนคือ “Proactive Monitoring” หรือการเฝ้าระวังเชิงรุก โดยเฉพาะในมิติของ Cybersecurity เพราะควอนตัมอาจเป็นภัยคุกคามต่อระบบเข้ารหัสข้อมูลแบบเดิมที่เราใช้กันอยู่ ภารกิจด่วนตอนนี้ไม่ใช่การรีบซื้อคอมพิวเตอร์ควอนตัม แต่คือการเตรียมแผนปกป้องข้อมูลในระยะยาวเพื่อไม่ให้ถูกโจมตีเมื่อเทคโนโลยีนี้สมบูรณ์แบบ

นิยามใหม่ของการทำงาน: Cognitive Supply Chains และการแยกส่วนงาน

นี่อาจเป็นคำทำนายที่ท้าทายความคิดที่สุด เมื่อ AI Agents เริ่มรับผิดชอบงานที่ซับซ้อนและเชื่อมโยงกันได้เอง เราจะเห็นการเกิดขึ้นของ “Cognitive Supply Chains” หรือห่วงโซ่อุปทานทางปัญญา ที่งานต่างๆ ถูกส่งต่อและประมวลผลโดยอัตโนมัติแทบไม่ต้องผ่านมือมนุษย์

ผลกระทบต่อคนทำงาน

  • Job Fragmentation: งานในรูปแบบเดิม จะถูกย่อยสลายกลายเป็น “งานรายชิ้น”
  • Dynamic Identity: ตัวตนในที่ทำงานจะไม่ได้ขึ้นอยู่กับ “ตำแหน่ง” อีกต่อไป แต่จะขึ้นอยู่กับ “ความสามารถ” ที่ปรับเปลี่ยนได้ตลอดเวลา

มนุษย์ต้องนิยามคุณค่าของตัวเองใหม่ ในเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วย AI ว่าเราจะอยู่ตรงไหนของห่วงโซ่นี้

Vibe Coding: เมื่อ “ความรู้สึก” เขียนโค้ดได้

ปิดท้ายด้วยเทรนด์ที่น่าสนใจในวงการพัฒนาซอฟต์แวร์ กับแนวคิด “Vibe Coding” ที่กำลังจะเติบโตเต็มที่ นี่คือการเขียนโปรแกรมที่ขับเคลื่อนด้วยภาษาธรรมชาติ ซึ่งจะเปิดประตูให้คนที่ไม่ใช่โปรแกรมเมอร์ สามารถสร้างสรรค์โซลูชันดิจิทัลได้ด้วยสัญชาตญาณและความเข้าใจในเนื้องาน

อย่างไรก็ตาม CIO ย้ำว่า นี่ไม่ได้แปลว่าโปรแกรมเมอร์จะตกงาน แต่ทั้งสองโลกจะอยู่ร่วมกัน โดย Vibe Coding จะมาช่วยอุดรอยรั่วและเพิ่มความเร็วในการสร้างนวัตกรรม ในขณะที่ระบบ Enterprise ขนาดใหญ่ยังคงต้องการความเชี่ยวชาญเชิงลึกเช่นเดิม

จากผู้ใช้ สู่ผู้กำกับดูแล

ภาพรวมจากวงสนทนาของ CIO ชั้นนำในอาเซียนชี้ให้เห็นชัดเจนว่า ภูมิภาคของเรากำลังเตรียมพร้อมรับแรงกระแทกจากคลื่นลูกใหม่—โลกที่ AI ฝังอยู่ในทุกอณู , ระบบอัตโนมัติทำงานในระดับสเกล , และวินัยทางข้อมูลที่เข้มงวด

เมื่อปี 2026 มาถึง คำถามสำคัญจะไม่ใช่ “ใครใช้ AI เป็น?” แต่จะเป็น “ใครกำกับดูแล AI ได้อย่างมีประสิทธิภาพ?” ใครสามารถบูรณาการมันได้อย่างรับผิดชอบ และใครสามารถกำหนดทิศทางของมันเพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับองค์กรได้จริง

นี่คือช่วงเวลาหัวเลี้ยวหัวต่อที่ผู้นำองค์กรต้องเลือกว่าจะเป็นเพียงผู้ตามกระแส หรือจะเป็นผู้กำหนดกติกาใหม่ในยุค Agentic AI

 

ที่มา : CIO100 ASEAN & Hong Kong Award 2025 Winners

I'm a Content Creator and Storyteller, and i love Shooting my daughter :><: