ตลาดแรงงานไทยในปี 2026 ยังคงเผชิญกับความท้าทายรอบด้านในทุกมิติ แม้ว่าองค์กรจำนวนมากจะมีความต้องการบุคลากรเพิ่มขึ้น แต่ในมุมของคนทำงานกลับรู้สึกว่าการหางานนั้นยากขึ้นกว่าเดิม ท่ามกลางแรงกดดันจากสภาวะเศรษฐกิจ ปัญหาหนี้ครัวเรือน สังคมสูงวัย ต้นทุนด้านพลังงานและการผลิตที่พุ่งสูง ตลอดจนการดิสรัปต์ของเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้ทั้งนายจ้างและลูกจ้างต้องเร่งปรับตัวเพื่อความอยู่รอด

ทางด้าน คุณแสงเดือน ตั้งธรรมสถิตย์ ผู้ร่วมก่อตั้งและหัวหน้าผู้บริหารด้านปฏิบัติการ จากแพลตฟอร์ม JobThai ได้เปิดเผยข้อมูลที่น่าสนใจจากรายงาน “Salary Survey 2026” ซึ่งเป็นการรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลจากประกาศรับสมัครงานทั่วประเทศบนแพลตฟอร์ม ระหว่างเดือนมกราคมถึงมิถุนายน 2569 โดยพบว่าความต้องการบุคลากรในหลายสายงานยังคงมีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มงานขาย งานผลิต/ควบคุมคุณภาพ และงานช่างเทคนิค

10 อันดับสายงานที่ตลาดต้องการตัวมากที่สุด

จากรายงานพบว่า “งานขาย” ครองแชมป์อันดับหนึ่งสายงานที่ตลาดมีความต้องการสูงที่สุด โดยมีการเปิดรับบุคลากรจำนวนมหาศาล รองลงมาคืองานในภาคการผลิตและงานช่างเทคนิค

สายงานไอที ไม่ติด Top 10 แต่ครองแชมป์เงินเดือนสูงสุด

ประเด็นที่น่าสนใจคือ แม้ “งานคอมพิวเตอร์/ไอที” จะไม่ติดอันดับ 10 สายงานที่มีการเปิดรับบุคลากรสูงสุด แต่กลับเป็นสายงานที่ครองแชมป์เงินเดือนเฉลี่ยสูงสุดในตลาด โดยมีฐานเงินเดือนเฉลี่ยอยู่ที่ 26,896–39,524 บาท สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นถึงเทรนด์ขององค์กรธุรกิจที่ยังคงให้ความสำคัญอย่างยิ่งยวดกับบุคลากรด้านเทคโนโลยี เนื่องจากกลุ่มคนเหล่านี้มีบทบาทสำคัญในการช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและขีดความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจ โดยเฉพาะในสายงานเฉพาะทางที่กำลังมาแรง เช่น งานด้าน AI, Automation, Cloud Infrastructure, Cyber Security, Software Architecture และกลุ่มนักพัฒนาแบบ Full Stack

5 สายงานดาวรุ่งที่เงินเดือนเติบโตโดดเด่น

เมื่อนำข้อมูลไปเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า พบว่ามี 5 สายงานที่มีแนวโน้มการเติบโตของเงินเดือนอย่างโดดเด่น ซึ่งค่าตอบแทนที่ปรับเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนนี้ มักจะอยู่ในกลุ่มของผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง รวมถึงผู้บริหารระดับกลางไปจนถึงระดับสูง มากกว่าตำแหน่งในระดับเริ่มต้น ได้แก่:

  • งานการเงิน/ธนาคาร: เติบโตเพิ่มขึ้น 7.6% เช่น ตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน (CFO), งานวางแผนและวิเคราะห์ทางการเงิน และ Relationship Manager
  • งานประกันภัย: เติบโตเพิ่มขึ้น 7.5% เช่น งาน Claims และ Claim Management
  • งานกฎหมาย: เติบโตเพิ่มขึ้น 6.1% เช่น ผู้เชี่ยวชาญด้าน Compliance และ Mergers and Acquisitions หรือ M&A
  • งานเลขานุการ/ผู้ช่วยผู้บริหาร: เติบโตเพิ่มขึ้น 5.6% บทบาทขยายจากการประสานงาน สู่การติดตามโครงการ วิเคราะห์ข้อมูล และช่วยสนับสนุนการตัดสินใจ
  • งานอีคอมเมิร์ซ: เติบโตเพิ่มขึ้น 4.8% ต้องการบุคลากรด้าน Operations และ Back Office เพื่อบริหารสินค้า คำสั่งซื้อ และสต็อกที่มีความซับซ้อน

5 สายงานที่เงินเดือนโต แต่ตลาดยังขาดแคลนคน

คุณแสงเดือน ได้เปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมว่า ในตลาดแรงงานปัจจุบันยังมี 5 สายงานที่จำนวนตำแหน่งงานเพิ่มขึ้นและเงินเดือนเติบโตสูงกว่าค่าเฉลี่ยของทุกสายอาชีพ แต่กลับประสบปัญหาขาดแคลนบุคลากร สิ่งนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญสำหรับผู้ที่กำลังมองหางาน ได้แก่:

  • งานกฎหมาย (ตำแหน่งงานเพิ่มขึ้น 58.29%)
  • งานช่างเทคนิค (ตำแหน่งงานเพิ่มขึ้น 16.71%)
  • งานการเงิน/ธนาคาร (ตำแหน่งงานเพิ่มขึ้น 4.61%)
  • งานก่อสร้างสถาปัตยกรรม (ตำแหน่งงานเพิ่มขึ้น 3.74%)
  • งานอีคอมเมิร์ซ (ตำแหน่งงานเพิ่มขึ้น 3.50%)

เจาะลึกเงินเดือนตามภูมิภาค กรุงเทพฯ นำโด่ง ปราจีนบุรีแจกหนักถึง 1.6 แสน

หากเจาะลึกลงไปในระดับภูมิภาคจะพบว่า กรุงเทพฯ และปริมณฑล ยังคงเป็นพื้นที่ที่มีเงินเดือนเฉลี่ยสูงสุดที่ 20,938–32,426 บาท รองลงมาคือ ภาคกลาง ที่ 16,500–27,320 บาท

ที่น่าจับตามองคือ ภาคตะวันออก ซึ่งมีเงินเดือนเฉลี่ยอยู่ที่ 15,867–30,237 บาท ถือเป็นภูมิภาคที่มีเพดานเงินเดือนสูงเป็นอันดับ 2 ของประเทศ ปัจจัยหลักมาจากการเป็นฐานอุตสาหกรรมการผลิต พลังงาน ปิโตรเคมี และโลจิสติกส์ โดยพบว่า นิคมอุตสาหกรรม 304 จังหวัดปราจีนบุรี เป็นพื้นที่ที่มีอัตราเงินเดือนเฉลี่ยสูงที่สุด และมีบางตำแหน่งที่ให้ค่าตอบแทนสูงลิ่วถึง 160,000 บาท โดยตลาดมีความต้องการผู้เชี่ยวชาญด้าน Operations, Quality Control และ Supply Chain ตลอดจนบุคลากรสายสนับสนุนที่มีทักษะภาษา การเงิน และระบบ ERP

สำหรับ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีเงินเดือนเฉลี่ยอยู่ที่ 14,485–25,534 บาท ภาคใต้ มีเงินเดือนเฉลี่ย 14,179–30,200 บาท สะท้อนให้เห็นว่ามีบางอุตสาหกรรมที่จ่ายค่าตอบแทนระดับสูงได้ แม้ฐานเริ่มต้นจะไม่สูง และ ภาคเหนือ มีเงินเดือนเฉลี่ย 14,057-25,596 บาท ซึ่งใกล้เคียงกับภาคอีสาน

ส่องรายได้เด็กจบใหม่ ทักษะภาษาคือใบเบิกทาง

สำหรับกลุ่มนักศึกษาจบใหม่ “งานล่ามและแปล” ครองแชมป์เงินเดือนเริ่มต้นเฉลี่ยสูงสุดที่ 24,524–35,378 บาท โดยเฉพาะผู้ที่มีทักษะภาษาจีนหรือภาษาญี่ปุ่น ควบคู่ไปกับความเข้าใจในบริบทของธุรกิจและอุตสาหกรรม รองลงมาคือ งานบริการด้านการแพทย์ (20,288–28,657 บาท), งานเลขานุการ/ผู้ช่วยผู้บริหาร (20,190–27,311 บาท), งานคอมพิวเตอร์/ไอที (19,500–28,110 บาท) และ งานวิศวกรรม (19,424–26,818 บาท) ข้อมูลนี้ตอกย้ำว่า ทักษะทางภาษา เทคโนโลยี วิศวกรรม และวิชาชีพเฉพาะทาง เป็นตัวช่วยเพิ่มมูลค่าให้ผู้เริ่มต้นทำงานได้อย่างแท้จริง

ในทางกลับกัน สายงานที่เด็กจบใหม่มีเงินเดือนเฉลี่ยเริ่มต้นน้อยที่สุด ได้แก่ งานช่างเทคนิค, งานบริการอาหารและเครื่องดื่ม, งานการเงิน/ธนาคาร, งานขนส่งและคลังสินค้า และงานจัดซื้อ/งานธุรการ อย่างไรก็ตาม แม้งานช่างเทคนิคจะมีเงินเดือนเริ่มต้นไม่สูง แต่ก็เป็นสายงานที่ตลาดมีความต้องการมาก และมีโอกาสเติบโตทางรายได้ตามทักษะและประสบการณ์ในอนาคต

“ตลาดแรงงานปี 2026 และในอนาคตจะเปลี่ยนแปลงรวดเร็วยิ่งขึ้น บุคลากรที่องค์กรต้องการจึงไม่ใช่เพียงผู้มีความรู้เฉพาะด้าน แต่ต้อง ‘เก่งงานรอบด้านและพร้อมปรับตัว’ ทั้งรู้ลึกในงานของตน เปิดรับการเรียนรู้สิ่งใหม่ และประยุกต์ใช้เทคโนโลยีได้อย่างเหมาะสม ความสามารถที่จะกลายเป็นข้อได้เปรียบสำคัญ ได้แก่ ความสามารถด้านภาษา ทักษะการสื่อสาร การทำงานร่วมกับผู้อื่น การคิดวิเคราะห์อย่างเป็นระบบ และการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ผู้ที่ผสานทักษะเหล่านี้เข้าด้วยกันได้ จะเป็นบุคลากรที่องค์กรต้องการตัวมากที่สุด”

(หมายเหตุ: ข้อมูลเงินเดือนมาจากประกาศงานทั่วประเทศบนแพลตฟอร์ม JobThai ระหว่างเดือนมกราคม–มิถุนายน 2569 เป็นเพียงค่าตอบแทนพื้นฐาน ยังไม่รวมสวัสดิการและค่าคอมมิชชัน เป็นข้อมูลรวมทุกระดับการศึกษาตั้งแต่ มัธยมศึกษา ไปจนถึง ปริญญาตรีขึ้นไป)

I'm a Content Creator and Storyteller, and i love Shooting my daughter :><: