ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา หากใครไถฟีดโซเชียลมีเดียคงอดไม่ได้ที่จะสะดุดตากับข่าวใหญ่ในวงการโลจิสติกส์ เมื่อ “Flash Express” (แฟลช เอ็กซ์เพรส) ยูนิคอร์นรายแรกของไทย ตกเป็นประเด็นร้อนแรงถึงสองระลอก ทั้งภาพพัสดุที่ล้นทะลักคลังสินค้าจนเกิดคำถามเรื่องสภาพคล่อง และข่าวช็อกวงการกับการประกาศยุติการดำเนินงานในประเทศมาเลเซียอย่างเป็นทางการ หลายคนเริ่มตั้งคำถามด้วยความกังวลว่า “ยักษ์ใหญ่สีเหลืองรายนี้ กำลังจะล้มหรือเปล่า?”

วันนี้ Thumbsup จะพาชาวการตลาดและคนทำงานทุกคนไปกะเทาะเปลือกข่าวนี้ให้ลึกถึงแก่น แยกแยะระหว่าง “วิกฤตชั่วคราว” กับ “เกมกลยุทธ์” ให้ออก เพราะสิ่งที่เราเห็นอาจไม่ใช่สัญญาณแห่งความพ่ายแพ้เสมอไป แต่มันคือการปรับตัวครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งของวงการ E-commerce Logistics ในภูมิภาคนี้

ตัดเนื้อร้ายเพื่อรักษาชีวิต : เบื้องลึกการทิ้งสมรภูมิมาเลเซีย

ข่าวการปิดกิจการในมาเลเซียโดยจะมีผลในวันที่ 31 มกราคม 2569 (2026) พร้อมกับการเลิกจ้างพนักงานกว่า 10,000 ชีวิต ถือเป็นเรื่องใหญ่ที่สั่นสะเทือนความเชื่อมั่นแน่นอน แต่หากเรามองในมุมของ Business Sustainability การตัดสินใจครั้งนี้อาจเป็น “ความเจ็บปวดที่จำเป็น”

สาเหตุหลักที่ Flash Express แจงออกมา คือเรื่องของ “การแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม” คำนี้มีความหมายลึกซึ้งมากในโลกอีคอมเมิร์ซปัจจุบัน เพราะในมาเลเซีย (และเริ่มลามมาไทย) แพลตฟอร์ม E-marketplace รายใหญ่ ไม่ได้ทำหน้าที่เป็นแค่ตลาดกลางอีกต่อไป แต่พวกเขากระโดดลงมาเล่นเกมขนส่งเอง (Self-Preferencing) หรือทำ Exclusive Deal กับพาร์ทเนอร์บางราย กีดกันไม่ให้ขนส่งอิสระอย่าง Flash เข้าถึงปริมาณพัสดุ (Volume) ที่จำเป็นในการรักษาระดับ Economy of Scale

เมื่อเจอกับสงครามราคา (Price War) ที่ดุเดือด ผสมโรงกับการถูกจำกัดท่อส่งน้ำเลี้ยง (พัสดุ) จากแพลตฟอร์ม การดันทุรังเปิดต่อก็เท่ากับ “เผาเงินทิ้ง” (Burn Rate) ไปวันๆ โดยไร้จุดคุ้มทุน การที่ผู้บริหาร Flash ตัดสินใจ “Cut Loss” ถอยทัพกลับมาโฟกัสในตลาดที่ตัวเองแข็งแกร่งอย่าง ไทย และ ฟิลิปปินส์ จึงเป็นกลยุทธ์การบริหารความเสี่ยงที่สมเหตุสมผล ดีกว่าปล่อยให้แผลเลือดไหลจนลามไปกระทบเส้นเลือดใหญ่

อ่านข่าวการปิดสาขาในมาเลเซีย

ดราม่าคลังแตกในไทย : ภัยธรรมชาติ หรือ สัญญาณอันตราย?

กลับมาที่ประเทศไทย ภาพพัสดุกองพะเนินที่ถูกแชร์ว่อนเน็ตนั้น ทาง Flash ได้ออกมายอมรับและชี้แจงว่าเป็นผลกระทบสืบเนื่องจาก “น้ำท่วมภาคใต้” ซึ่งเป็นปัจจัยภายนอก (Uncontrollable Factor) ที่ทำให้ระบบโลจิสติกส์สะดุด เมื่อ Hub หลักทางภาคใต้เป็นอัมพาต พัสดุจากทั่วประเทศที่ส่งลงไปก็เกิดการอั้น (Backlog) สะสมเป็นคอขวดจนล้นออกมายังศูนย์กระจายสินค้าภาคอื่นๆ

แน่นอนว่าในมุมของผู้บริโภคที่รอของ “ความล่าช้า” คือความผิดพลาดที่ยอมรับได้ยาก แต่ในมุมบริหารจัดการ นี่คือ Operational Crisis (วิกฤตหน้างาน) ที่แก้ไขได้ ไม่ใช่ Financial Crisis (วิกฤตการเงิน) ที่น่ากลัวเหมือนกรณีมาเลเซีย อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ Flash ต้องทำการบ้านอย่างหนักคือการสื่อสาร (Crisis Communication) เพราะความเชื่อมั่นในธุรกิจขนส่งนั้นเปราะบางมาก หากปล่อยให้ภาพจำ “คลังแตก” ฝังใจลูกค้านานเกินไป คู่แข่งที่จ้องตาเป็นมันอาจฉวยโอกาสนี้แย่งส่วนแบ่งตลาดไปได้ทันที

ตัวเลขไม่โกหก : สถานะการเงินและรากฐานในไทย

เพื่อความแฟร์ เราต้องกางตัวเลขดูข้อเท็จจริงด้วย แม้จะมีข่าวลบ แต่ Flash Express ประเทศไทย เพิ่งจะประกาศผลประกอบการปี 2567 ที่พลิกกลับมาทำกำไรได้สูงถึง 940 ล้านบาท หลังจากขาดทุนสะสมมานาน นี่คือตัวเลขที่ยืนยันว่า Core Business ในไทยยังแข็งแกร่งมาก

ปัจจุบัน Flash ในไทยมีโครงสร้างพื้นฐานที่คู่แข่งหน้าใหม่ไล่ตามได้ยาก ไม่ว่าจะเป็น

  • พนักงานกว่า 40,000 คน
  • รถขนส่ง 50,000 คัน
  • ศูนย์กระจายสินค้า 66 แห่ง
  • จุดให้บริการ 25,000 แห่ง

การมี Infrastructure ระดับนี้คือ Moat (คูเมือง) ป้องกันคู่แข่งที่สำคัญ การที่บริษัทยืนยันว่าจะยังคงเดินหน้าลงทุนในไทยต่อ และเร่งแก้ปัญหาเรื่องบุคลากรที่ถูกดึงตัว (Talent War) สะท้อนว่าพวกเขากำลังเปลี่ยนโหมดจาก “Expansion Phase” เข้าสู่ “Optimization Phase” เพื่อทำกำไรอย่างยั่งยืน แทนที่จะเน้นแค่ยอดส่งเหมือนในอดีต

ภาพใหญ่ของอุตสาหกรรม : ยุค “ปลาใหญ่กินรวบ” หรือ “การปรับสมดุล”?

กรณีของ Flash Express เป็น Case Study ที่สะท้อนภาพรวมของอุตสาหกรรม E-commerce Logistics ในปี 2026 ได้ชัดเจนที่สุด เรากำลังอยู่ในยุคที่

  1. Platform Power: อำนาจการต่อรองย้ายจากบริษัทขนส่งไปอยู่ในมือเจ้าของแพลตฟอร์มมากขึ้น ขนส่งรายไหนไม่ได้ “จูบปาก” กับแพลตฟอร์ม จะอยู่ยากขึ้น
  2. Consolidation: ตลาดกำลังคัดกรองผู้เล่น รายเล็กตาย รายกลางควบรวม เหลือเพียงรายใหญ่ที่มีสายป่านยาวและประสิทธิภาพสูงจริงๆ
  3. Service over Price: สงครามราคาเริ่มแผ่วลง เพราะตัดราคาจนเจ็บตัวกันหมดแล้ว สมรภูมิใหม่คือ “ความเร็วและคุณภาพ” และ “บริการเสริม”

การขยับตัวของ Flash Express ในครั้งนี้ ไม่ใช่สัญญาณของการล่มสลาย แต่คือ “การจัดระเบียบบ้านใหม่” ที่กล้าหาญ การยอมตัดแขน (ธุรกิจในมาเลเซีย) เพื่อรักษาชีวิต (กิจการในไทยและภาพรวม) เป็นสิ่งที่ต้องทำในยุคที่เศรษฐกิจโลกและพฤติกรรมผู้บริโภคผันผวน

สิ่งที่น่าจับตามองต่อไปไม่ใช่ว่า Flash จะเจ๊งไหม แต่คือ Flash จะ “กู้ศรัทธา” เรื่องคุณภาพการบริการกลับมาได้เร็วแค่ไหนมากกว่า เพราะในสมรภูมิ Logistics ต่อให้คุณมีรถหมื่นคันหรือกำไรพันล้าน แต่ถ้าลูกค้า “รอของนาน” หรือ “ของหาย” เขาก็พร้อมจะปันใจไปหาคู่แข่งทันที (ซึ่งตอนนี้ทั้งสีส้ม สีแดง สีแดง-ขาว ก็รุกหนักไม่แพ้กัน)

สำหรับนักการตลาดและคนทำงาน นี่คือบทเรียนชั้นดีว่า “อย่ายึดติดกับความสำเร็จเดิม” วันที่คุณเป็นยูนิคอร์น ไม่ได้การันตีว่าคุณจะไม่มีวันสะดุด การมีความยืดหยุ่น (Agility) ที่จะยอมรับความจริง เจ็บให้จบ แล้วรีบปรับตัว คือทักษะการเอาตัวรอดที่แท้จริงในโลกธุรกิจยุคนี้ครับ

I'm a Content Creator and Storyteller, and i love Shooting my daughter :><: