หากจะบอกว่านักพัฒนาที่สร้างสรรค์แอพพลิเคชันขึ้นมาสักตัวหนึ่ง จะมีรายได้จากการที่ผู้ใช้งานดาวน์โหลดแอพฯ นั้นๆ ไป โดยพวกเขาก็จะได้ส่วนแบ่งจากการขายแอพฯ นั้นๆ จากเจ้าของแพลตฟอร์ม แต่สำหรับนักพัฒนาหน้าใหม่ๆ ที่มักจะเริ่มจากการพัฒนาแอพฯ แล้วปล่อยให้ผู้ใช้งานทดลองใช้งานฟรีๆ พวกเขามีรายได้จากที่ไหนกัน…คำตอบก็คือโฆษณาที่เรามักจะเห็นกันนหน้าแอพฯ ซึ่งบางครั้งก็จะเห็นมันอยู่ด้านบนหรือด้านล่างของจอภาพ เราลองไปดูตัวอย่างของนักพัฒนารายหนึ่ง ซึ่งจะมีตัวเลขมาแสดงให้เราเห็นว่า เขามีรายได้จากการพัฒนาแอพฯ บนแพลตฟอร์มใดมากกว่าระหว่าง Android OS และ Windows Phone

โดยนักพัฒนารายที่ว่านี้ก็คือ Alex Perez ซึ่งเขาผู้นี้พัฒนาแอพฯ เล็กๆ ตัวหนึ่งที่มีชื่อว่า “Mortal Kombat Tactics” ซึ่ง Alex เปิดให้ดาวน์โหลดฟรีทั้งบน Android Market และ Marketplace ของ Windows Phone และแน่นอนเพื่อความเสมอภาค แอพฯ ที่เปิดให้ดาวน์โหลดไม่ได้มีคุณสมบัติที่แตกต่างกันเลย

ตัวเลขผู้ใช้งานโดยประมาณของระบบปฏิบัติการทั้ง 2 แพลตฟอร์ม มีความแตกต่างอย่างเห็นได้ชัด โดย Android OS นั้นครองส่วนแบ่งตลาดอยู่ประมาณร้อยละ 36 ส่วน Windows Phone นั้นมีเพียงแค่ประมาณร้อยละ 5-6 เท่านั้น และในระบบการแปะโฆษณาบนแอพฯ นั้น Android ใช้ AdMob เป็นผู้ดูแล ส่วน Windows Phone 7 นั้นใช้ PubCenter

การทดสอบนั้นทำกันใน 5 วันแรกของการเปิดให้มีการดาวน์โหลดบนระบบ App. Portal ของแต่ละแพลตฟอร์มเอง ซึ่งผลที่ได้นั้นเป็นดังนี้ครับ:-

Android:

  • วันที่ 1 – 1,866 Impressions / $0.57 Revenue
  • วันที่?2 – 497 Impressions / $0.27 Revenue
  • วันที่ 3 – 521 Impressions / $0.05 Revenue
  • วันที่ 4 – 496 Impressions / $0.25 Revenue
  • วันที่ 5 – 304 Impressions / $0.13 Revenue

Windows Phone:

  • วันที่ 1 – 2,070 Impressions / $1.28 Revenue (เริ่มนับหลังจากที่เปิดตัวบน Android ไปแล้ว 5 วัน)
  • วันที่ 2 – 1,903 Impressions / $2.52 Revenue
  • วันที่ 3 – 2,391 Impressions / $4.63 Revenue
  • วันที่ 4 – 3,693 Impressions / $3.86 Revenue
  • วันที่ 5 – 2,274 Impressions / $2.48 Revenue

จากตัวเลขรวมทั้งหมดก็แสดงให้เห็นถึงรายได้จากการโฆษณาที่ Windows Phone นั้นมีมากกว่า Android OS อย่างเห็นได้ชัด ผมเชื่อว่า คำถามเกิดทันทีสำหรับคนที่กำลังสนใจเรื่องนี้อยู่ ว่า “ทำไม” Android OS ถึงมีตัวเลขที่ต่ำกว่าอย่างเห็นได้ชัด ทั้งๆ ที่น่าจะมากกว่าด้วยจำนวนผู้ใช้งานที่มีมากกว่าอย่างเห็นได้ชัด

คำตอบก็คือ…ด้วยจำนวนแอพฯ ที่มากมาย แปรผันตามจำนวนผู้ใช้งานนั่นล่ะครับ ที่ทำให้บางครั้ง เมื่อมีการเปิดตัวแอพฯ ใหม่ๆ บน Android Market มักจะถูกมองข้ามหรือมองไม่เห็นจากผู้ใช้งาน ทำให้การเข้าถึงแอพฯ รวมถึงเรื่องของการโฆษณานั้นมีอัตราที่ต่ำกว่าทาง Windows Phone

ไม่รู้ว่าทาง Google และ Admob เองจะมองเห็นจุดด้อยตรงนี้บางหรือไม่ หรือนี่จะเป็นสัญญาณเตือนให้มีการปรับการวางเลย์เอาท์ และพัฒนามุมมองอื่นๆ สำหรับแอพฯ ที่เกิดใหม่อีกครั้งกันแน่…

ที่มา: WPCentral

10 years experience in telecommunication business, specialize in customer experience management and call center operation. Rungroj also passionate about how social technologies shape human interaction via social media. He is a co-author of "Marketing 2.0 and 2.1 - Social Media Marketing" and author of many best-selling mobile phone guidebook in Thailand.