ในโลกธุรกิจเทคโนโลยี ไม่มีช่วงเวลาไหนที่จะพิสูจน์ ความแข็งแกร่งของแบรนด์ ได้ดีไปกว่าการประกาศผลประกอบการไตรมาสแรก ซึ่งมักจะคาบเกี่ยวกับช่วงเทศกาลวันหยุดปลายปี สำหรับ Apple ไตรมาสที่ 1 ปีงบประมาณ 2026 (สิ้นสุดวันที่ 27 ธันวาคม 2025) ไม่ใช่แค่การผ่านเกณฑ์มาตรฐาน แต่คือการ ทุบสถิติ ครั้งประวัติศาสตร์
วันนี้ Thumbsup จะพาไปเจาะลึกไส้ในของตัวเลขรายได้ 1.43 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ว่ามีนัยสำคัญอะไรซ่อนอยู่ และทิศทางของยักษ์ใหญ่ในโลกเทคโนโลยีรายนี้กำลังบอกอะไรกับเราบ้าง

ภาพรวมที่เติบโตแบบ Double-Digit
สิ่งที่น่าสนใจที่สุดของรายงานฉบับนี้ไม่ใช่แค่ตัวเลขกำไร แต่คือ อัตราการเติบโต Apple รายงานรายได้รวมประจำไตรมาสอยู่ที่ 143,756 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งเติบโตขึ้นถึง 16% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่ทำได้ 124,300 ล้านเหรียญ
การที่บริษัทที่มีฐานรายได้มหาศาลขนาดนี้สามารถเติบโตได้ถึง 16% สะท้อนให้เห็นว่า Product Cycle รอบนี้ของ Apple จุดติดอย่างรุนแรง โดยกำไรสุทธิฃพุ่งแตะระดับ 42,097 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นจาก 36,330 ล้านเหรียญในปีก่อนหน้า
Tim Cook ซีอีโอของ Apple ระบุชัดเจนว่าความสำเร็จนี้มาจาก ความต้องการที่ไม่เคยมีมาก่อน และความพึงพอใจของลูกค้าที่ผลักดันให้ฐานผู้ใช้งานอุปกรณ์ทะลุ 2.5 พันล้านเครื่อง ไปแล้วเรียบร้อย
iPhone และการกลับมาของพระเอกตัวจริง
หากใครเคยปรามาสว่า iPhone ถึงจุดอิ่มตัว ตัวเลขไตรมาสนี้คือคำตอบที่ชัดเจนที่สุด รายได้จากผลิตภัณฑ์โดยรวมอยู่ที่ 113,743 ล้านเหรียญ แต่เมื่อเจาะดูรายผลิตภัณฑ์จะพบว่า iPhone คือหัวรถจักรที่แท้จริง
- iPhone: กวาดรายได้ไปถึง 85,269 ล้านเหรียญสหรัฐ เติบโตอย่างก้าวกระโดดจาก 69,138 ล้านเหรียญในปีที่แล้ว ส่วนต่างกว่า 1.6 หมื่นล้านเหรียญนี้สะท้อนว่า iPhone 17 ตอบโจทย์ผู้บริโภคได้อย่างตรงจุด ทั้งในแง่ฟีเจอร์และจังหวะเวลาการเปลี่ยนเครื่อง
- iPad: ยังคงรักษาระดับได้ดีที่ 8,595 ล้านเหรียญ เพิ่มขึ้นจาก 8,088 ล้านเหรียญ แสดงให้เห็นว่าตลาดยังมีความต้องการแท็บเล็ตประสิทธิภาพสูงอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ทุกพอร์ตจะเติบโต ในฝั่งของ Mac รายได้ลดลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ 8,386 ล้านเหรียญ จาก 8,987 ล้านเหรียญ และกลุ่ม Wearables, Home and Accessories ก็ลดลงเล็กน้อยเหลือ 11,493 ล้านเหรียญ จาก 11,747 ล้านเหรียญ ซึ่งอาจวิเคราะห์ได้ว่า ผู้บริโภคเทงบประมาณส่วนใหญ่ไปที่การอัปเกรด iPhone ในรอบปีนี้เป็นหลัก
Services กับขุมทรัพย์ Recurring Revenue ที่ไม่มีวันตาย
ในฐานะนักการตลาด เรามักพูดถึงความสำคัญของ Customer Lifetime Value (CLV) และ Apple คือราชาในเรื่องนี้ ธุรกิจบริการ หรือ Services ซึ่งรวมถึง App Store, iCloud, Apple Music และ Apple TV+ สร้างสถิติสูงสุดใหม่ด้วยรายได้ 30,013 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นจาก 26,340 ล้านเหรียญในปีก่อน โดยตัวเลขที่น่าสนใจยิ่งกว่ารายได้คือต้นทุนขาย
- ต้นทุนของกลุ่ม Products อยู่ที่ 67,478 ล้านเหรียญ จากยอดขาย 113,743 ล้านเหรียญ หรือ Gross Margin ประมาณ 40%
- ต้นทุนของ กลุ่ม Services อยู่เพียง 7,047 ล้านเหรียญ จากยอดขาย 30,013 ล้านเหรียญ นี่ทำให้เห็นว่า Gross Margin ของฝั่ง Services นั้นสูงมหาศาล และเป็นตัวช่วยพยุงกำไรสุทธิของบริษัทให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งแม้ในภาวะเศรษฐกิจผันผวน
รายได้จากจีนกลับมาผงาด
หนึ่งในไฮไลท์สำคัญที่นักลงทุนทั่วโลกจับตามองคือตลาด Greater China ที่ประกอบด้วยจีน ฮ่องกง และไต้หวัน หลังจากที่มีความกังวลเรื่องการแข่งขันจากแบรนด์ท้องถิ่น ตัวเลขไตรมาสนี้ถือว่าหักปากกาเซียน
- Greater China: รายได้พุ่งขึ้นเป็น 25,526 ล้านเหรียญ จาก 18,513 ล้านเหรียญในปีที่แล้ว การเติบโตระดับ 38% ในตลาดที่ปราบเซียนอย่างจีน คือเครื่องพิสูจน์ว่าแบรนด์ Apple ยังคงมีมนต์ขลังและสามารถเอาชนะคู่แข่งในตลาดระดับ High-end ได้
- Americas: ตลาดบ้านเกิดยังคงแข็งแกร่งที่สุดด้วยยอดขาย 58,529 ล้านเหรียญ
- Europe: เติบโตดีเช่นกันที่ 38,146 ล้านเหรียญ
- Rest of Asia Pacific: ตลาดเอเชียแปซิฟิกอื่น ๆ ก็เติบโตเป็น 12,142 ล้านเหรียญ สะท้อนการขยายตัวของชนชั้นกลางในภูมิภาคนี้
กระแสเงินสดที่แข็งแกร่งดั่งภูผา
ในส่วน Balance Sheet ทาง Apple มีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด สูงถึง 45,317 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นจาก 35,934 ล้านเหรียญเมื่อสิ้นสุดปีงบประมาณก่อนหน้า
Kevan Parekh ซีเอฟโอของ Apple ระบุว่าผลประกอบการอันยอดเยี่ยมนี้สร้างกระแสเงินสดจากการดำเนินงานเกือบ 54,000 ล้านเหรียญ และบริษัทได้คืนผลตอบแทนสู่ผู้ถือหุ้นไปเกือบ 32,000 ล้านเหรียญ ในไตรมาสเดียว รวมถึงการประกาศจ่ายเงินปันผล 0.26 เหรียญต่อหุ้น ที่จะจ่ายในวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2026 นี้
Thumbsup มองว่า จากรายงานผลประกอบการ Apple Q1 2026 เราเห็นบทเรียนสำคัญ 3 ข้อดังนี้
- Product Hero ยังจำเป็น: แม้จะกระจายความเสี่ยงไปหลายโปรดักต์ แต่การมี “สินค้าเรือธง” ที่แข็งแกร่งอย่าง iPhone ยังคงเป็นหัวใจสำคัญในการดึง Cash Flow เข้าบริษัท
- Ecosystem คือปราการ: ตัวเลขอุปกรณ์ที่ถูกใช้งานกว่า 2.5 พันล้านเครื่อง คือสินทรัพย์ที่มีค่าที่สุด เพราะมันคือฐานลูกค้าที่จะสมัคร Services ต่อไปเรื่อย ๆ สร้างรายได้แบบ Recurring ที่ยั่งยืน
- อย่ามองข้ามตลาดจีน: แม้จะมีกระแสลบหรือความท้าทาย แต่กำลังซื้อในจีนยังคงมหาศาลและพร้อมจ่ายให้กับสินค้าที่พวกเขามองว่าพรีเมียม และเชื่อถือได้
Apple พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า การผสมผสานระหว่างฮาร์ดแวร์ระดับนวัตกรรมและบริการที่ไร้รอยต่อ คือสูตรสำเร็จที่ยากจะเลียนแบบ และในปี 2026 นี้ ดูเหมือนว่าพวกเขายังคงครองเกมนี้ได้อย่างเหนียวแน่น
อ่านเพิ่มเติม



