Ask and It Is Given

ในโลกการตลาดยุคดิจิทัลที่หมุนไวระดับวินาที เรามักถูกสอนให้วิ่งตามเทรนด์ วิเคราะห์ตัวเลข และปรับตัวตามพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปมา แต่เคยสงสัยไหมว่า ทำไมบางแบรนด์หรือนักการตลาดบางคน ถึงดูเหมือน หยิบจับอะไรก็เป็นเงินเป็นทอง ราวกับมีแรงดึงดูดมหาศาลที่กวาดความสำเร็จเข้าหาตัวเองได้แบบไม่ต้องเหนื่อยหอบ?

วันนี้เราจะพักเรื่อง Metric หลังบ้าน แล้วมาสำรวจ Inner Work ผ่านหนังสือ Ask and It Is Given โดย Esther และ Jerry Hicks ที่จะพาเราไปรู้จักกับ Abraham และกฎแห่งแรงดึงดูด หรือ Law of Attraction ในมุมมองที่จะเปลี่ยนวิธีคิดของคุณไปตลอดกาล เพราะความสำเร็จไม่ได้เริ่มที่ Action เสมอไป แต่มันเริ่มที่ แรงสั่นสะเทือน ในใจคุณ

Ask and It Is Given

Abraham คือใคร และทำไมเราต้องเปิดใจ?

ก่อนจะก้าวเข้าสู่เนื้อหา เราต้องทำความเข้าใจก่อนว่า Abraham ไม่ใช่ชื่อคน แต่เป็นกลุ่มพลังงานทางจิตวิญญาณ (Non-physical Entities) ที่ถ่ายทอดความรู้ผ่าน Esther Hicks ซึ่งทำหน้าที่เป็น Channel หรือช่องทางการสื่อสาร โดยมี Jerry Hicks สามีของเธอเป็นผู้สนับสนุน

สำหรับใครที่อาจจะรู้สึกว่าเรื่องนี้ดู เหนือธรรมชาติ เกินไป อยากให้ลองนิ่งและเปิดใจสักนิด เพราะหัวใจสำคัญของหนังสือเล่มนี้คือ ความเชื่อ หากคุณไม่เชื่อในสิ่งที่คุณกำลังอ่าน หรือปิดกั้นตัวเองด้วยกรอบตรรกะเดิมๆ กฎแรงดึงดูดก็จะไม่ทำงาน หนังสือเล่มนี้เน้นย้ำว่าเราควรกลับมาอ่านซ้ำ ๆ เพื่อให้ระดับการสั่นสะเทือนของเราเชื่อมต่อกับแหล่งพลังงานต้นกำเนิดอีกครั้ง

คุณคือผู้สร้างประสบการณ์ชีวิตด้วยตัวเอง

ในมุมของคนทำงาน เรามักจะบ่นเรื่องลูกค้าเรื่องเยอะ งบประมาณน้อย หรือคู่แข่งตัดราคา แต่ Abraham บอกเราชัดเจนว่า เราเป็นคนสร้างประสบการณ์เหล่านั้นขึ้นมาเอง

ความปรารถนาของ Abraham คือการเห็นเรามีความสุขและพอใจกับจุดที่เรายืนอยู่ แต่ปัญหาคือคนส่วนใหญ่มัก หลุด จากปัจจุบันไปอยู่กับความกังวลในอดีตหรือความกลัวในอนาคต ซึ่งนั่นคือการตัดขาดจากพลังอำนาจที่แท้จริงของคุณ พลังสร้างสรรค์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของคุณมีอยู่แค่ วินาทีนี้ เท่านั้น

หากคุณกำลังรู้สึก ตัน ในหน้าที่การงาน หรือรู้สึกว่ายอดขายไม่เดิน นั่นอาจเป็นเพราะคุณกำลังโฟกัสไปที่ ความขาดแคลน มากกว่า ความปรารถนา เมื่อคุณรู้สึกแย่กับสถานการณ์ปัจจุบัน แรงสั่นสะเทือนของคุณจะไม่ตรงกับสิ่งที่คุณต้องการ ทำให้คุณรู้สึกเหมือนติดหล่มและมองไม่เห็นทางออก

การเชื่อมต่อกับ Source Energy คือกุญแจสู่การ Manifest

เราทุกคนเกิดมาพร้อมกับความรู้ที่ว่า เราสามารถเป็นอะไรก็ได้ และมีอะไรก็ได้ที่ต้องการ แต่เมื่อเติบโตขึ้นในโลกแห่งความเป็นจริง ประสบการณ์เลวร้ายและคำพูดของคนรอบข้างกลับค่อย ๆ ทำให้เราลืมพลังนั้นไป

การจะดึงความสำเร็จกลับมา คุณต้อง Reconnect กับพลังงานต้นกำเนิด โดยการล้างภาพจำผิด ๆ และความเชื่อที่จำกัดตัวเองทิ้งไป สิ่งสำคัญที่นักการตลาดต้องรู้คือ แรงสั่นสะเทือนต้องตรงกัน

ลองนึกภาพการหมุนคลื่นวิทยุ ถ้าคุณต้องการฟังคลื่น 102 FM แต่คุณดันหมุนไปที่ 99.4 FM คุณก็ไม่มีวันได้ยินเพลงที่อยากฟัง เช่นเดียวกับการ Manifest ถ้าคุณอยากได้ยอดขายถล่มทลาย แต่ในหัวคุณกลับคิดแต่เรื่อง ทำไมมันขายยากจัง หรือ เศรษฐกิจมันแย่ แรงสั่นสะเทือนของคุณกับผลลัพธ์มันไม่ match กัน!

กฎ 3 ขั้นตอนสู่ชีวิตที่คุณต้องการ

เพื่อให้เข้าใจง่าย Abraham สรุปขั้นตอนการสร้างความจริงใหม่ไว้เพียง 3 ข้อ

  1. ขอ (Ask): คุณต้องระบุให้ชัดเจนว่าต้องการอะไร
  2. จักรวาลตอบรับ (The Answer is Given): ส่วนนี้ไม่ใช่หน้าที่ของคุณ จักรวาลจัดการให้เสมอ
  3. รับ (Receive/Accept): นี่คือจุดที่คนส่วนใหญ่สอบตก! เรียกว่า The Art of Allowing

ศิลปะแห่งการอนุญาต คือการทำให้ตัวคุณอยู่ในสภาวะที่พร้อมรับสิ่งนั้นเข้ามา โดยการรักษาแรงสั่นสะเทือนให้เป็นบวกและตรงกับสิ่งที่คุณขอ ถ้าคุณขอรถคันใหม่ แต่ยังมัวแต่บ่นว่ารถคันเก่าเสียบ่อยแค่ไหน พลังงานของคุณจะยังคงจับจ้องอยู่ที่รถคันเก่า และขวางกั้นรถคันใหม่ไม่ให้เข้ามา

ฝึกฝนและสร้างแรงสั่นสะเทือนให้แข็งแกร่ง

การ Manifest ไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นได้ในข้ามคืนสำหรับทุกคน มันต้องใช้การฝึกฝน ยิ่งคุณปรารถนาสิ่งนั้นแรงกล้าเท่าไหร่ และคุณมีความเฉพาะเจาะจงมากแค่ไหน พลังดึงดูดก็จะยิ่งเข้มข้นขึ้น

สิ่งที่กำหนดความสำเร็จคือ Emotional Set Point หรือระดับอารมณ์ของคุณในขณะนั้น ถ้าคุณรู้สึกดี มีความสุข คุณจะมีโอกาสสูงมากในการดึงดูดสิ่งดี ๆ แต่ถ้าคุณรู้สึกหดหู่ โกรธ หรือกลัว พลังงานของคุณจะร่วงลงทันที

เทคนิคที่ Abraham แนะนำคือ The Prosperity Game หรือ เกมความมั่งคั่ง

ลองสมมติว่าคุณมีบัญชีธนาคารที่จักรวาลโอนเงินให้ทุกวัน

  • วันที่ 1: รับเงิน 1,000 ดอลลาร์สหรัฐ แล้วจินตนาการว่าคุณจะใช้มันซื้ออะไรให้หมดภายในวันนี้
  • วันที่ 2: รับเงิน 2,000 ดอลลาร์ แล้วใช้ออกไปให้หมด
  • ทำไปเรื่อย ๆ เกมนี้จะช่วยขยายขอบเขตจินตนาการของคุณ ลดความต้านทานเรื่องเงิน และทำให้คุณคุ้นเคยกับความรู้สึกของ ความมั่งคั่ง เมื่อใจคุณเชื่อว่ามันมีอยู่จริง จักรวาลจะหาทางส่งมาให้เอง

Thumbsup มองว่า การได้อ่าน Ask and It Is Given ในบริบทของยุค 2026 ทำให้เราเห็นความเชื่อมโยงที่น่าสนใจระหว่าง จิตวิญญาณ และ การทำธุรกิจ ในยุคที่ AI เข้ามาแย่งงานด้านตรรกะไปเกือบหมด สิ่งเดียวที่มนุษย์จะยังครองความได้เปรียบคือ Intention และ Energy

กฎแห่งแรงดึงดูด ไม่ใช่เรื่องเพ้อฝัน แต่มันคือการบริหารจัดการ Mindset ขั้นสูง หากเราในฐานะนักการตลาดมัวแต่จดจ่ออยู่กับตัวเลขที่ติดลบ หรือกลัว Algorithm ที่เปลี่ยนไป เราจะสูญเสียความคิดสร้างสรรค์ที่เป็นอาวุธหลัก การนำ The Art of Allowing มาใช้ในทีมงาน เช่น การสร้างบรรยากาศที่ส่งเสริมพลังบวกจะช่วยให้การผลิตแคมเปญต่าง ๆ ออกมาโดนใจผู้บริโภคได้ง่ายกว่าการกดดันด้วยความกลัว

ความสำเร็จไม่ได้มาจากความเหนื่อยยากเพียงอย่างเดียว แต่มันมาจากความชัดเจนในความต้องการและการรักษา ความรู้สึกสำเร็จ ให้เกิดขึ้นก่อนที่ภาพจริงจะปรากฏ เมื่อคุณจัดการกับเป้าหมายได้สมบูรณ์แบบ สิ่งที่คุณต้องการจะถูกดึงดูดเข้ามาหาคุณเองแบบที่เรียกว่า ถูกที่ ถูกเวลา อย่างแน่นอน

อ่านเพิ่มเติม

I'm a Content Creator and Storyteller, and i love Shooting my daughter :><: