อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของไทยกำลังก้าวเข้าสู่หมุดหมายใหม่อีกครั้ง เมื่อสองยักษ์ใหญ่จากสองน่านน้ำธุรกิจมารวมพลังกัน ฝั่งหนึ่งคือ AWC (Asset World Corporation) ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่มุ่งตอบสนองไลฟ์สไตล์แบบครบวงจร และอีกฝั่งคือ SCB (ธนาคารไทยพาณิชย์) สถาบันการเงินชั้นนำของประเทศ
การลงนามในสินเชื่อ Sustainability-Linked Loan (SLL) มูลค่ารวมสูงถึง 40,500 ล้านบาท ในครั้งนี้ ไม่ใช่แค่การอัดฉีดเม็ดเงินในงบดุลธรรมดา แต่มันคือยุทธศาสตร์ “Sustainable Growth-Led Strategy” ที่กำลังจะเปลี่ยนโฉมหน้าของย่านประวัติศาสตร์อย่าง “เวิ้งนครเกษม เยาวราช” ให้กลายเป็นหมุดหมายทางการท่องเที่ยวยั่งยืนระดับโลก พร้อมกับการดึงคอนเซปต์ระดับสากลอย่าง “Kung Fu Panda” มาร่วมสร้างสีสันในไชน่าทาวน์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก
Thumbsup จะพาไปเจาะลึก 3 มิติสำคัญของบิ๊กดีลนี้ ว่าทำไมโปรเจกต์นี้ถึงน่าจับตามองในแง่ของธุรกิจ เม็ดเงินลงทุน และการขับเคลื่อนความยั่งยืน

เจาะงบ 40,500 ล้านบาท เงินกู้สีเขียวที่ผูกกับอนาคตความยั่งยืน
กระแสของ ESG ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป และดีลนี้คือข้อพิสูจน์ที่ชัดเจนที่สุด การจัดสินเชื่อครั้งนี้แบ่งออกเป็น 2 ส่วนสำคัญ
- 10,500 ล้านบาท (Green Loan): มุ่งเน้นไปที่การพัฒนาโครงการ “เวิ้งนครเกษม เยาวราช” โดยเฉพาะ เพื่อปั้นให้พื้นที่ประวัติศาสตร์กว่า 14 ไร่แห่งนี้ กลายเป็นต้นแบบโครงการมิกซ์ยูสสีเขียวระดับสากล
- 30,000 ล้านบาท (Sustainability-Linked Loan – SLL): เม็ดเงินก้อนใหญ่ที่จะนำไปใช้สนับสนุนโครงการคุณภาพอื่น ๆ ของ AWC ทั่วประเทศในอนาคต โดยโครงสร้างของสินเชื่อประเภทนี้จะผูกโยงกับตัวชี้วัดด้านความยั่งยืน (KPIs) ขององค์กร ซึ่งช่วยลดต้นทุนทางการเงินหากทำได้ตามเป้าหมาย
การที่ SCB กล้าอนุมัติวงเงินระดับนี้ สะท้อนถึงความเชื่อมั่นในโครงสร้างทางการเงินที่แข็งแกร่งของ AWC ซึ่งมีอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (IBD/E) ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรม ประกอบกับดีกรีล่าสุดของทั้งสององค์กรที่ได้รับการยอมรับในเวทีโลก:
- AWC: คว้าอันดับ 1 ของโลกจาก S&P Global Corporate Sustainability Assessment (S&P CSA) ในกลุ่มอุตสาหกรรมโรงแรม รีสอร์ต และเรือสำราญ และอยู่ในกลุ่ม Top 1% ของ S&P Global Sustainability Yearbook 2026 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4
- SCBX (บริษัทแม่ของ SCB): ได้คะแนนสูงสุดในกลุ่มธนาคารของไทย และติด Top 10% ของ S&P Global Sustainability Yearbook 2026 พร้อมการันตีระดับ Leadership Level (A-List) ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจาก CDP เป็นปีที่ 2
“Legacy of the Past, Inspiration of Tomorrow” ชุบชีวิตเวิ้งนครเกษม
เวิ้งนครเกษม ถือเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ใจกลางเยาวราชที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานตั้งแต่ปลายศตวรรษที่ 18 เคยเป็นศูนย์กลางทางการค้า วัฒนธรรม และวิถีชีวิตชาวไทย-จีน การที่ AWC เข้ามาพัฒนาพื้นที่ตรงนี้จึงเต็มไปด้วยความท้าทายว่าจะทำอย่างไรให้ “ความเก่า” และ “ความใหม่” อยู่ร่วมกันได้อย่างลงตัว
ภายใต้แนวคิด “Legacy of the Past, Inspiration of Tomorrow” อาณาจักรมิกซ์ยูสแห่งนี้จะประกอบไปด้วย:
- World-Class Luxury Hotels: การปักหมุดของ 2 แบรนด์โรงแรมหรูระดับโลก ได้แก่ InterContinental Bangkok Chinatown และ Kimpton Bangkok Chinatown เพื่อรองรับกลุ่มนักท่องเที่ยวระดับพรีเมียม
- Premium Shopping & Cultural Space: พื้นที่ชอปปิ้งระดับบน ศาลาจีนร่วมสมัย และพื้นที่กิจกรรมทางวัฒนธรรมสำหรับครอบครัวและชุมชน
- Global Experience กับ “Kung Fu Panda”: ไฮไลต์สำคัญคือการจับมือกับ Universal Destinations & Experiences เพื่อนำเรื่องราวและตัวละครแอนิเมชันระดับโลกอย่าง Kung Fu Panda มาผสมผสานกับอัตลักษณ์ของเยาวราช ถือเป็น Magnet ชิ้นสำคัญที่จะดึงดูดนักเดินทางเจเนอเรชันใหม่จากทั่วโลก
เชื่อมต่อระบบนิเวศการเดินทางและชุมชน
ความน่าสนใจของโครงการนี้ไม่ได้หยุดอยู่แค่ในพื้นที่ 14 ไร่ แต่ AWC มองไกลไปถึงการทำ Destination Integration หรือการเชื่อมต่อระบบขนส่งสาธารณะเพื่อกระจายรายได้สู่ชุมชนรอบข้าง:
- ระบบรถราง (Tram): มีแผนจะพัฒนารถรางเพื่อเชื่อมโยงการเดินทางภายในย่านเยาวราช โดยใช้เวิ้งนครเกษมเป็นศูนย์กลาง
- Multimodal Transport: เชื่อมต่อการเดินทางทางน้ำผ่านคลองโอ่งอ่างและแม่น้ำเจ้าพระยา เชื่อมตรงสู่ระบบรถไฟฟ้า MRT และเตรียมพื้นที่จอดรถขนาดใหญ่กว่า 800 คันเพื่อลดปัญหาการจราจรในย่านเก่า
คุณวัลลภา ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ของ AWC ได้กล่าวถึงวิสัยทัศน์นี้ว่า เงินทุนก้อนนี้ไม่ใช่แค่การสร้างแหล่งท่องเที่ยวใหม่ แต่เป็นการสร้างจุดหมายปลายทางที่เชื่อมโยงผู้คน วัฒนธรรม และคนรุ่นต่อไปเข้าด้วยกัน ภายใต้กรอบ 3BETTERs (Better Planet, Better People, Better Prosperity) เพื่อส่งต่อรายได้และความยั่งยืนกลับคืนสู่ชุมชนอย่างแท้จริง
ขณะที่ คุณสารัชต์ รัตนาภรณ์ ซีอีโอของ SCB ก็ตอกย้ำว่า ความร่วมมือครั้งนี้สอดคล้องกับแนวคิด ‘อยู่ อย่าง ยั่งยืน – Live Sustainably’ ของธนาคาร ที่เชื่อว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจต้องเดินไปพร้อมกับการดูแลสิ่งแวดล้อมและการรักษาเอกลักษณ์ของประเทศ
การขยับตัวของ AWC และ SCB ในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า “ความยั่งยืนไม่ใช่ตัวเลือก แต่เป็นทางรอดและโอกาสทางธุรกิจใหม่” โครงการเวิ้งนครเกษม เยาวราช ซึ่งมีกำหนดเปิดให้บริการเต็มรูปแบบภายในปี 2572 จะกลายเป็น Case Study ที่น่าสนใจมากในระดับสากล
มันคือการพิสูจน์ว่า เม็ดเงินระดับสี่หมื่นล้านบาท สามารถนำมาใช้ขับเคลื่อน Capital Market ควบคู่ไปกับการรักษา Cultural Heritage และการสร้าง Green Infrastructure ได้อย่างไร ถ้าโครงการนี้สำเร็จตามหมุดหมาย เยาวราชจะไม่ใช่แค่ย่าน Street Food ที่คนมาเดินตอนเย็นอีกต่อไป แต่จะกลายเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและความยั่งยืนในระดับ Global Landmark อย่างแท้จริง






