ในยุคที่ผู้คนไม่ได้มองหาแค่ “ความมั่งคั่ง” แต่ต้องการ “อายุที่ยืนยาวอย่างมีคุณภาพ” ธุรกิจการแพทย์และอสังหาริมทรัพย์กำลังเดินหน้าเข้าสู่จุดตัดครั้งสำคัญ ล่าสุด บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS ผู้เล่นเบอร์ 1 ในดัชนีความยั่งยืน DJSI ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนระดับโลกด้วยการประกาศเปิดตัว WellEra (เวล-เอ-ร่า) โครงการ Wellness-Integrated Ecosystem ด้วยมูลค่าการลงทุนมหาศาลกว่า 29,000 ล้านบาท บนทำเลทองระดับ Super Prime ใจกลางย่านลุมพินี
ความน่าสนใจคือ โปรเจกต์นี้ไม่ใช่แค่การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ทั่วไปเพื่อหวังผลกำไรระยะสั้น แต่เป็นการมองข้ามช็อตไปถึงการสร้าง “พื้นที่” เพื่อแทรกซึมการดูแลสุขภาพเข้าไปอยู่ในไลฟ์สไตล์ของผู้คนในทุกๆ วัน โดยเป้าหมายหลักคือการทำเวลเนสอย่างแท้จริง

วิสัยทัศน์เบื้องหลัง: สุขภาพดี + อายุยืนยาว = การดูแลสุขภาพให้ดี
การดูแลสุขภาพอย่างยั่งยืนถือเป็นหนึ่งในวิสัยทัศน์หลักของคุณหมอ ปราเสิรฐ ปราสาททองโอสถ ที่มองว่าการมีสุขภาพดีคือการหมั่นดูแลตนเอง ออกกำลังกาย และคุมอาหาร ซึ่งเมื่อผู้คนให้ความสำคัญกับสิ่งเหล่านี้ ก็จะนำไปสู่การมีอายุที่ยืนยาวไปด้วยกัน
ดร.ปรมาภรณ์ ปราสาททองโอสถ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ BDMS ได้ขยายภาพวิสัยทัศน์นี้ให้ชัดเจนยิ่งขึ้นว่า ตลอดกว่า 5 ทศวรรษ BDMS ได้รับความไว้วางใจจากผู้รับบริการทั้งชาวไทยและต่างชาติมาอย่างต่อเนื่อง วันนี้ BDMS กำลังก้าวข้ามจากการเป็นเพียงผู้ให้บริการทางการแพทย์ สู่การเป็นผู้ร่วมสร้างอนาคตของคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับผู้คนในระยะยาว โครงการนี้เกิดขึ้นเพื่อตอบรับการเปลี่ยนแปลงของโลกที่ก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ และการเพิ่มขึ้นของโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs)

เจาะลึก Data ทำไมถึงต้องเป็นธุรกิจ Scientific Wellness?
คำตอบของเรื่องนี้ซ่อนอยู่ในตัวเลขสถิติที่น่าสนใจ นายแพทย์ตนุพล วิรุฬหการุญ ประธานคณะผู้บริหาร กลุ่มบีดีเอ็มเอส เวลเนส ได้เปิดเผยข้อมูลอินไซต์ที่ทำให้เราต้องกลับมาทบทวนรูปแบบการใช้ชีวิต ได้แก่:
- ปัจจุบันมนุษย์ทั่วโลกมีอายุขัยเฉลี่ย (Lifespan) อยู่ที่ 71.4 ปี
- แต่มีช่วงชีวิตที่มีสุขภาพดี (Healthspan) เพียง 61.9 ปีเท่านั้น
- สำหรับคนไทย มีอายุขัยเฉลี่ยประมาณ 75.3 ปี
- แต่คนไทยมีช่วงชีวิตที่มีสุขภาพดีเพียง 65.8 ปี
ตัวเลขนี้สะท้อนความจริงที่เจ็บปวดว่า ผู้คนจำนวนมากต้องใช้เวลาเกือบ 10 ปีสุดท้ายของชีวิตไปกับความเจ็บป่วยและการพึ่งพาระบบรักษาพยาบาล นี่คือจุดเปลี่ยนที่ทำให้แนวคิดการดูแลสุขภาพของโลกต้องทรานส์ฟอร์มจาก Reactive Healthcare (รอให้ป่วยแล้วค่อยรักษา) มาเป็น Proactive Healthcare และ Scientific Wellness (การส่งเสริมสุขภาพเชิงป้องกันเพื่อยืดช่วงเวลาที่แข็งแรงให้ยาวนานที่สุด)
ในแง่ของมูลค่าตลาด ธุรกิจเวลเนสถือเป็นขุมทองแห่งใหม่
- เศรษฐกิจสุขภาพโลก (Global Wellness Economy) มีมูลค่าถึง 6.8 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ
- คาดการณ์ว่าจะเติบโตพุ่งสูงถึง 9.8 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี พ.ศ. 2572
- สำหรับประเทศไทย ตลาดนี้มีมูลค่าสูงกว่า 42.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 1.4 ล้านล้านบาท
- กลุ่มการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Wellness Tourism) มีการเติบโตสูงถึง 36.4%
- กลุ่มที่อยู่อาศัยเชิงสุขภาพ (Wellness Real Estate) ขยายตัวกว่า 22.9%
ด้วยสถิติที่กล่าวมา บวกกับศักยภาพของประเทศไทยที่มีทั้งจุดแข็งด้านการแพทย์และบริการ จึงทำให้การดึงดูดชาวต่างชาติกว่า 12.8 ล้านคนต่อปีที่เข้ามารักษาตัว เป็นแต้มต่อสำคัญที่พร้อมผลักดันไทยให้เป็น Wellness Hub ของภูมิภาค

ถอดรหัส WellEra: The DNA of World Well-Living
ด้วยพื้นที่โครงการรวมกว่า 2 ล้านตารางฟุต หรือกว่า 2 แสนตารางเมตร โครงการ WellEra ถูกออกแบบผ่านแนวคิดการบูรณาการองค์ความรู้ด้านการแพทย์ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และการออกแบบเข้าด้วยกันอย่างไร้รอยต่อ โดยประกอบไปด้วย 4 องค์ประกอบหลักที่ทำงานเกื้อหนุนกัน ได้แก่
- Wellness Residence: ที่อยู่อาศัยเพื่อสุขภาพที่ผสานบริการระดับโลกเข้ากับการอยู่อาศัยเพื่อสุขภาวะ
- Wellness Clinic: คลินิกดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน
- Urban Wellness Retreat: พื้นที่พักผ่อนฟื้นฟูสุขภาพ
- Lifestyle Retail: พื้นที่ร้านค้าและบริการสำหรับการใช้ชีวิต
ไฮไลต์สำคัญคือการจับมือกับพันธมิตรระดับโลกอย่าง Capella แบรนด์ Luxury Hospitality ชื่อดัง เข้ามาร่วมพัฒนาในส่วนของ Branded Residence ในชื่อ “Capella Residences Bangkok at WellEra” จำนวน 45 ชั้น 262 ยูนิต ซึ่งถือเป็นโครงการที่พักอาศัยภายใต้แบรนด์ Capella แห่งแรกในประเทศไทย
วิทยาศาสตร์แห่งการอยู่อาศัย: 6S+ Strategy และ 6S+ Surrounding
BDMS มองว่าปัจจัยที่กำหนดสุขภาพไม่ได้อยู่ในโรงพยาบาล แต่อยู่ใน “ที่อยู่อาศัย” ซึ่งคนเราใช้เวลามากกว่า 1 ใน 3 ของชีวิต โครงการนี้จึงนำมาตรฐานอาคารระดับโลกมาใช้แบบครบชุด ทั้ง LEED Gold (ด้านความยั่งยืน), Fitwel 3-Star (ส่งเสริมสุขภาวะ) และ WELL Platinum (มาตรฐานสูงสุดด้านสุขภาวะ)
นอกจากนี้ยังประยุกต์ใช้แนวคิด 6S+ Surrounding เข้ากับสภาพแวดล้อมโดยตรง ได้แก่:
- อากาศ (Air): ติดตั้งระบบกรอง PM 2.5 สูงถึง 95% ในระดับ MERV-14 ซึ่งเป็นมาตรฐานเดียวกับที่ใช้ในห้อง ICU เพื่อปกป้องคุณภาพการทำงานของสมองและการนอนหลับ
- น้ำ (Water): ใช้น้ำอุปโภคผ่านระบบกรอง Carbon Filtration และ UV และน้ำดื่มผ่านระบบพิเศษเพื่อจัดการไมโครพลาสติก
- แสง (Light): ใช้แนวคิด Circadian-Friendly Light Design ควบคุมค่าความแยงตา (UGR) ให้อยู่ที่ 16 หรือต่ำกว่า เพื่อให้สอดคล้องกับนาฬิกาชีวภาพของร่างกาย
- เสียง (Sound): ติดตั้งผนัง High Performance Wall มาตรฐาน STC-60 ช่วยลดเสียงรบกวนจากภายนอกได้สูงสุด 60 เดซิเบล
- อุณหภูมิและความชื้น (Thermal): ควบคุมความชื้นสัมพัทธ์ให้อยู่ในระดับ 50 – 65% RH ตามมาตรฐาน ASHRAE เพื่อลดความเสี่ยงจากเชื้อโรคและเชื้อรา
ควบคู่ไปกับแนวทางการดูแลสุขภาพ ‘BDMS Wellness Clinic 6S+ Strategy’ ที่ประกอบด้วย Sleep, Strong, Soul, Smart, Social และ Span พร้อมเสริมทัพด้วย “Healthcare Humanware” ที่มีทีมพยาบาลดูแลตลอด 24 ชั่วโมง และระบบรองรับเหตุฉุกเฉินระดับสูงด้วยรถพยาบาลและเฮลิคอปเตอร์ (Emergency Helicopter & Ambulance)
อาคารแห่งรอยยิ้มและการเติบโตที่ยั่งยืน
นางสาวฐิติพร หนูคง ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ด้านพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ BDMS ได้เน้นย้ำถึงแนวคิด “Smile Building” ที่มองว่าอาคารที่ดีต้องสร้างประสบการณ์ที่ดีให้ผู้ใช้งาน โดยได้ KPF บริษัทสถาปนิกชั้นนำระดับโลกจากนิวยอร์กผู้ออกแบบตึกระดับไอคอนิกมาแล้วกว่า 40 ประเทศ มาร่วมออกแบบ พร้อมการใช้การออกแบบ Biophilic Design เพื่อเชื่อมโยงผู้คนเข้ากับธรรมชาติ
ในมุมของผลประกอบการ ธุรกิจเวลเนสได้พิสูจน์แล้วว่าไม่ใช่ตลาดเฉพาะกลุ่มอีกต่อไป ในปี พ.ศ. 2568 ที่ผ่านมา BDMS มีรายได้รวมถึง 113,272 ล้านบาท โดยธุรกิจเวลเนสสร้างสัดส่วนรายได้ถึง 12% ของรายได้รวม หรือคิดเป็นมูลค่าประมาณ 13,600 ล้านบาท
WellEra ที่มีกำหนดเปิดให้บริการเต็มรูปแบบในปี พ.ศ. 2573 จึงไม่ได้เป็นเพียงแค่แลนด์มาร์กแห่งใหม่ของกรุงเทพฯ แต่คือ Business Model รูปแบบใหม่ที่เชื่อมโยง Healthcare, Wellness, Hospitality และ Urban Living เข้าไว้ด้วยกัน เพื่อปักหมุดพาประเทศไทยก้าวขึ้นสู่การเป็น Wellness Destination of the World อย่างเต็มภาคภูมิ





