ในโลกของเศรษฐกิจดิจิทัลบริการ Ride-hailing ไม่ใช่แค่ทางเลือก แต่มันคือโครงสร้างพื้นฐานของการเดินทางยุคใหม่ แต่เชื่อไหมว่าในไทย เรายังมี “กำแพง” เส้นหนาที่กั้นระหว่างผู้ขับขี่กับความถูกต้องตามกฎหมาย นั่นคือการจดทะเบียนรถยนต์สาธารณะ หรือ รย.18 ที่ตัวเลขปัจจุบันมีคนขับเข้าสู่ระบบได้เพียง 5-10% เท่านั้น

ทำไม 90% ยังไปไม่ถึงฝั่งฝัน?

จากข้อมูลที่ Bolt สะท้อนออกมา ปัญหาไม่ได้อยู่ที่คนขับไม่อยากทำตามกฎหมาย แต่เป็นเรื่องของ “ต้นทุน” และ “เงื่อนไขที่ซับซ้อน” คุณณัฐดนย์ สุขศิริฐานันท์ ผู้จัดการทั่วไป โบลท์ ประเทศไทย และทีมจึงมีความพยายามในการดึงพาร์ทเนอร์ขับขี่ให้ทำตามเงื่อนไขที่ถูกต้องของระบบ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือในการให้บริการแก่ลูกค้า แต่ก็ยังพบว่าการทำให้ถูกกฏระเบียบยังมีเงื่อนไขที่ซ่อนอยู่ ไม่ว่าจะเป็น

  • ปมไฟแนนซ์: รถส่วนใหญ่ติดสัญญาเช่าซื้อ การจะเปลี่ยนเป็นรถรับจ้างต้องได้รับคำยินยอมจากเจ้าของกรรมสิทธิ์ (ไฟแนนซ์) ซึ่งมักถูกมองว่าเป็นการเปลี่ยนลักษณะการใช้ทรัพย์สินที่เพิ่มความเสี่ยงและกระทบมูลค่า
  • ด่านประกันภัย: เมื่อเปลี่ยนประเภทรถ เบี้ยประกันจะถูกคำนวณใหม่เป็นแบบ Commercial ทันที ซึ่งแพงหูฉี่จนคนขับแบกไม่ไหว
  • ระบบ Smart Regulator ที่ยังไม่มา: กระบวนการที่ยังเป็น Manual และความล่าช้าของภาครัฐ ทำให้เกิดอาการ “คอขวด” ที่แก้ไม่ตก

Bolt จับมือเพียบ หวังส่งเสียงให้ภาครัฐ

ตั้งแต่ต้นปี Bolt พยายามที่จะแสดงความจุดยืนในความร่วมมือกับ สมาคมธุรกิจเช่าซื้อไทย x ชับบ์ x ด๊อกเตอร์ มันนี่ หวังให้เกิดการแก้ปัญหาแบบ Ecosystem  โดย Bolt เลือกที่จะไม่เดินลำพัง แต่ดึงพาร์ทเนอร์มาช่วย “ทลายกำแพง” ดังนี้

  1. ลดภาระต้นทุนเปลี่ยนสัญญา: สมาคมธุรกิจเช่าซื้อไทยเข้ามาช่วยคุมเพดาน Recontracting Fee ไม่เกิน 1% ของยอดหนี้ และยอมให้ใช้ “สำเนาเล่มทะเบียน” ในการจดแจ้งเพื่อลดเงินมัดจำเล่ม
  2. ประกันภัยที่จับต้องได้จริง: ชับบ์ และ ด๊อกเตอร์ มันนี่ ร่วมกันทำประกันสำหรับรถสาธารณะที่ราคาเริ่มต้นเพียง 8,400 บาท พร้อมออปชัน “ผ่อน 0%” และออก e-Policy ได้ทันทีเพื่อไปยื่น รย.18
  3. Bolt Bonus: ตัวแพลตฟอร์มเองอัดฉีดโบนัสสูงสุด 2,500 บาท และมี Support ณ ศูนย์บริการของกรมการขนส่งทางบก เพื่อลดความยุ่งยากด้านเอกสาร

Beyond กฎหมาย คือ ‘ความปลอดภัย’ และ ‘การท่องเที่ยว’

นอกจากเรื่อง รย.18 แล้ว Bolt ยังจับมือกับ “บริษัทกลางฯ” เปิดตัวโครงการ “สุภาพบุรุษไรเดอร์” เพื่อยกระดับความปลอดภัยทางถนน ซึ่งร้อยละ 83 ของอุบัติเหตุเกิดจากรถจักรยานยนต์  การสร้างมาตรฐานให้ไรเดอร์มี พ.ร.บ. และรู้จักแจ้งเหตุผ่านสายด่วน 1791 หรือ Traffy Fondue จึงเป็นการยกระดับภาพลักษณ์อุตสาหกรรมในสายตานักท่องเที่ยวและผู้ใช้บริการไปพร้อมกัน

ถึงเวลาแล้วที่รัฐต้องขยับตามให้ทัน การเป็น Smart Regulator ไม่ใช่แค่การออกกฎ แต่คือการทำให้ระบบ Digital สอดรับกับความจริง หากเรายังแก้ปัญหานี้ไม่ได้ ต้นทุนทั้งหมดจะตกไปอยู่ที่ผู้บริโภคในรูปของค่าบริการที่สูงขึ้นและเวลารอรถที่นานขึ้นนั่นเอง

I'm a Content Creator and Storyteller, and i love Shooting my daughter :><: