ในยุคที่เส้นแบ่งระหว่าง “การทำงาน” กับ “การใช้ชีวิต” แทบจะแยกกันไม่ออก แบรนด์ระดับโลกอย่าง Brother Commercial (Thailand) ไม่ได้นิ่งนอนใจ ในปีงบประมาณ 2026 นี้ Brother ประกาศรีโพสิชันนิ่งแบรนด์ครั้งสำคัญ เพื่อก้าวสู่การเป็น Life Solutions Provider อย่างเต็มตัว
มากกว่าแค่ผลิตภัณฑ์ แต่คือ “โซลูชัน” ที่เปลี่ยนชีวิต
คุณธีรวุฒิ ศุภพันธุ์ภิญโญ กรรมการผู้จัดการ ของ Brother Thailand ย้ำชัดว่าเป้าหมายใหม่คือการมอบประสบการณ์ที่ทำให้ชีวิตง่ายขึ้น Brother จะไม่โฟกัสแค่การขายฮาร์ดแวร์อีกต่อไป แต่จะมองไปที่ “Customer Experience” เป็นหลัก ตั้งแต่การจัดการเอกสารในออฟฟิศขนาดใหญ่ ไปจนถึงการสนับสนุนกลุ่ม Home-based Entrepreneurs หรือพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ที่อยากเปลี่ยนงานอดิเรกให้เป็นรายได้

กลยุทธ์ 3 ขา Home, Work and Beyond
คุณกิตติพงษ์ กนกวิไลรัตน์ ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายขายและการตลาด เผยว่า Brother ยังเติบโตได้ดีแม้ตลาดจะหดตัว โดยปี 2026 นี้จะเน้นการเพิ่ม “Customer Lifetime Value” หรือการดูแลลูกค้าในระยะยาว ผ่าน 3 เซกเมนต์หลัก
- Home: เน้นความสะดวกสบาย การจัดระเบียบ และงาน DIY
- Work: สนับสนุนงานเอกสารดิจิทัลและระบบ Workflow ในองค์กร
- Beyond: ขยายไปยังกลุ่ม Non-print เช่น เครื่องพิมพ์ฉลาก, จักรเย็บผ้า และเครื่องพิมพ์ผ้าดิจิทัล เพื่อตอบโจทย์สาย Creative
Service Excellence บริการที่ไม่ได้มีแค่ไว้ซ่อม
เรื่องบริการหลังการขาย Brother วางกลยุทธ์ไว้ด้วยแผนงาน Center of Service Excellence (CoSE) ปี 2025-2027 ภายใต้การดูแลของคุณรัสสิยากร ตันถะวานิช ที่เน้นความเร็วและความแม่นยำ การันตีด้วยมาตรฐาน ISO 18295-1:2017 และรางวัลจาก สคบ. เพื่อให้ทุกการทำงานของลูกค้าไหลลื่นไม่มีสะดุด

AI & Sustainability นวัตกรรมที่มาพร้อมความรับผิดชอบ
สุดท้าย พี่ใหญ่อย่าง Brother ยังนำ AI เข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานภายในองค์กร และยังยึดมั่นในเรื่อง ESG อย่างเหนียวแน่น โดยคุณพรภัค อุไพศิลป์สถาพร ยืนยันว่าการเติบโตที่แท้จริงต้องไปพร้อมกับความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม



