เรากำลังก้าวเข้าสู่ “Expansionary Moment” หรือยุคแห่งการขยายตัวครั้งใหญ่ของการค้นหา ที่ถูกขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ อย่างเต็มรูปแบบ ข้อมูลล่าสุดจาก Google ระบุว่า ปัจจุบันมีการค้นหาบนแพลตฟอร์มสูงถึง 5 ล้านล้านครั้งต่อปี และสิ่งที่น่าสนใจยิ่งกว่าคือ “พฤติกรรม” ของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง

วันนี้ Thumbsup จะพาไปสรุป Insight สำคัญจาก Dan Taylor, Vice President, Global Ads ของ Google ที่ได้ร่วมแชร์วิสัยทัศน์ในงาน Media Roundtable ถึงทิศทางของ AI ที่กำลังเข้ามาปลดล็อกโอกาสใหม่ๆ ให้กับแบรนด์และนักการตลาดทั่วโลก รวมถึงบริบทที่น่าสนใจสำหรับตลาดประเทศไทย

ยุคสมัยของ “Conversational Search” และพลังของ Visual Search

การพิมพ์ Keyword สั้นๆ กำลังกลายเป็นเรื่องล้าสมัย Dan Taylor เผยว่าผู้คนเริ่มตั้งคำถามที่ซับซ้อนขึ้นและมีความเป็นธรรมชาติเหมือนการคุยกับมนุษย์มากขึ้น ที่น่าจับตาคือการเติบโตของ Google Lens ที่มียอดการค้นหาผ่านภาพสูงถึง 2.5 หมื่นล้านครั้งต่อเดือน และที่สำคัญคือ 1 ใน 5 ของการค้นหาเหล่านั้นคือ “Commercial Intent” หรือความต้องการซื้อสินค้า

นี่คือสัญญาณเตือนแบรนด์ว่า หากคุณยังโฟกัสแค่ Text Search คุณอาจกำลังพลาดโอกาสมหาศาล เพราะ AI ได้ยกระดับความคาดหวังของผู้บริโภคให้สูงขึ้น พวกเขาต้องการคำตอบที่แม่นยำ ทันใจ และตรงบริบทที่สุด

AI Overviews และ AI Mode สะพานเชื่อมระหว่าง Chatbot และ Search Engine

Google ได้เปิดตัว AI Overviews ซึ่งปัจจุบันมีผู้ใช้งานมากกว่า 2 พันล้านรายต่อเดือนใน 200 กว่าประเทศ สิ่งที่นักการตลาดต้องรู้คือ Google เริ่มวางโฆษณาในตำแหน่งที่ “กลมกลืน” ไปกับคำตอบของ AI ทั้งด้านบน ด้านล่าง และภายในเนื้อหา

แต่ที่ล้ำไปกว่านั้นคือการเปิดตัว AI Mode ซึ่งเป็น Search ประสบการณ์ใหม่ที่ทรงพลังที่สุดด้วยความสามารถในการใช้เหตุผล (Advanced Reasoning) และทำงานแบบ Multimodal จากสถิติพบว่า คำค้นหาใน AI Mode มีความยาวเฉลี่ยมากกว่าการค้นหาแบบเดิมถึง 3 เท่า! สิ่งนี้ช่วยให้ Google เข้าใจความต้องการเชิงพาณิชย์เชิงลึก และเปิดโอกาสให้แบรนด์ถูกค้นพบในช่วงเวลาที่ผู้ซื้อมี Intent สูงสุด

Gemini หัวใจสำคัญที่ทำให้โฆษณา “แม่น” จนเหมือนรู้ใจ

ความน่ารำคาญที่สุดของผู้บริโภคคือการเห็นโฆษณาที่ไม่เกี่ยวข้อง แต่ด้วยการนำ Gemini เข้ามาเป็นหัวใจหลักในระบบ Ad Quality Stack ผลลัพธ์ที่ได้คืออัตราโฆษณาที่ไม่เกี่ยวข้องลดลงเฉลี่ยถึง 40%

Gemini ไม่ได้ทำหน้าที่แค่เดา Keyword แต่ทำหน้าที่ “เข้าใจเจตนา” ของคำถามที่ซับซ้อน ทำให้โฆษณาที่ปรากฏมีความ Personalization สูงสุด แบรนด์จึงไม่ได้แค่ “โฆษณา” แต่กำลัง “มอบทางเลือก” ที่ลูกค้าต้องการจริงๆ ในวินาทีนั้น

จาก Linear Path สู่ Loop พลังของ AI-powered Campaigns

พฤติกรรมผู้บริโภคในปี 2026 ไม่ได้เป็นเส้นตรงอีกต่อไป แต่เป็น Loop ของการค้นหา สตรีมมิ่ง เลื่อนดู และช้อปปิ้ง ซึ่งมีจุดสัมผัสบนมือถือมากกว่า 130 ครั้งต่อวัน

Google จึงส่งเครื่องมืออย่าง AI Max for Search และ Performance Max (PMax) เข้ามาเป็นตัวช่วย เครื่องมือเหล่านี้จะเรียนรู้จาก Input ของนักการตลาด (เช่น Landing Page และ Creative Assets) เพื่อไปปรากฏตัวในทุกประสบการณ์ AI ใหม่ๆ โดยอัตโนมัติ โดยเฉพาะ AI Max ที่กลายเป็นผลิตภัณฑ์โฆษณาที่เติบโตเร็วที่สุด ช่วยให้นักการตลาดเข้าถึง “Net New Searches” หรือการค้นหาใหม่ๆ นับพันล้านครั้งที่เครื่องมือแบบเดิมเข้าไม่ถึง

Creative at Scale เมื่อ AI คือ Creative Director ส่วนตัว

ข้อจำกัดเรื่องงบประมาณและเวลาในการทำ Production กำลังจะหมดไป ด้วยเครื่องมืออย่าง Google Ads Studio ที่ขับเคลื่อนด้วย Nano Banana Pro และ Veo 3 แบรนด์สามารถสร้างภาพและวิดีโอคุณภาพสูงได้ในระดับสเกล ในปี 2025 ที่ผ่านมา เราเห็นการเติบโตของชิ้นงานโฆษณาที่สร้างโดย Gemini เพิ่มขึ้นถึง 3 เท่าตัว สิ่งนี้ช่วยให้แบรนด์ขนาดเล็กสามารถแข่งขันกับแบรนด์ใหญ่ได้ด้วยความคิดสร้างสรรค์ที่ไม่มีขีดจำกัด

ยุคแห่ง Agentic Commerce

นี่คือไฮไลท์ที่สำคัญที่สุด Google กำลังก้าวข้ามจากการเป็นแค่ผู้ช่วยค้นหา สู่การเป็น “AI Agents” ที่ทำงานแทนเราได้จริง

  • Ads Advisor & Analytics Advisor: เอเจนต์ส่วนตัวสำหรับนักการตลาดที่จะช่วยบริหารจัดการ Campaign ตั้งแต่ต้นจนจบ รวมถึงให้คำแนะนำและลงมือปรับปรุงประสิทธิภาพให้ทันที
  • Universal Commerce Protocol (UCP): มาตรฐานใหม่ที่ช่วยให้ธุรกิจเชื่อมต่อกับ AI Agents ได้อย่างไร้รอยต่อ ทำให้ผู้บริโภคสามารถ “ซื้อสินค้า” ได้ทันทีภายใน AI Mode หรือ Gemini App
  • Agentic Checkout: นวัตกรรมสุดล้ำ (เริ่มใช้ในสหรัฐฯ) ที่อนุญาตให้ AI ตัดสินใจซื้อสินค้าแทนเราเมื่อราคาลดลงมาอยู่ในงบที่ตั้งไว้

การมาถึงของ AI ยุคใหม่ไม่ใช่แค่การอัปเดตฟีเจอร์ แต่คือการเปลี่ยนกระบวนทัศน์ของการทำธุรกิจ แบรนด์ไทยที่ต้องการอยู่รอดและเติบโตในปี 2026 ต้องเริ่มให้ความสำคัญกับ

  1. Data Quality: การเตรียมข้อมูลสินค้าและ Landing Page ให้พร้อมเพื่อให้ AI นำไปประมวลผลได้อย่างถูกต้อง
  2. Creative Diversification: ใช้ AI ช่วยผลิตคอนเทนต์ที่หลากหลายเพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคในทุก Micro-moments
  3. Embracing Agents: เตรียมระบบหลังบ้านให้พร้อมรับกับ Agentic Commerce ที่การตัดสินใจซื้ออาจเกิดขึ้นผ่าน AI

Dan Taylor ย้ำเตือนเราว่า AI คือ “Performance Multiplier” แต่หัวใจสำคัญยังคงอยู่ที่การสร้างคุณค่าที่แท้จริงให้กับลูกค้า ใครที่เริ่มปรับตัวก่อน ย่อมกุมความได้เปรียบในยุค AI Search นี้อย่างแน่นอน

I'm a Content Creator and Storyteller, and i love Shooting my daughter :><: