ในยุคที่เศรษฐกิจดิจิทัลไทยก้าวสู่มูลค่า 5.6 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 1.78 ล้านล้านบาท Grab ในฐานะเบอร์หนึ่งแพลตฟอร์ม Super App ไม่ได้มองแค่ตัวเลขการเติบโตอีกต่อไป แต่กำลังเคลื่อนทัพสู่ทิศทางใหม่ที่น่าสนใจภายใต้แนวคิด “Winning with Purpose Together” ซึ่งเป็นการประกาศศักดาในวันที่ 24 มีนาคม 2569 ว่าการรักษาสมดุลอีโคซิสเต็มคือ “หัวใจ” ของการอยู่รอดอย่างยั่งยืน
กางตัวเลขความสำเร็จ: ส่วนแบ่งตลาด 47% และการโตแบบก้าวกระโดด
ปี 2568 ที่ผ่านมา Grab แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่ง แม้จะเผชิญความท้าทายจากกำลังซื้อที่ชะลอตัว แต่ตัวเลขภายในกลับสะท้อนภาพที่ต่างออกไป
- Market Share: Grab ครองส่วนแบ่งการตลาด (Market Share) ในไทยอยู่ที่ 47% ท่ามกลางมูลค่าตลาดฟู้ดเดลิเวอรีรวม 1.62 แสนล้านบาท
- User Engagement: พฤติกรรมผู้ใช้เปลี่ยนอย่างชัดเจน โดยมียอดการใช้งานทุกวัน (Daily Usage) เติบโตสูงถึง 37% และค่าเฉลี่ยการส่งต่อออเดอร์เพิ่มขึ้น 19%
- Supply Chain: ฝั่งพาร์ทเนอร์คนขับเติบโตถึง 52% ขณะที่ร้านค้าเพิ่มขึ้น 13.5% สะท้อนถึงความเชื่อมั่นในตัวแพลตฟอร์ม
กลยุทธ์ “Barbell 2.0” บาลานซ์ความประหยัดและพรีเมียม
หัวใจสำคัญที่ทำให้ Grab ยังรักษาแชมป์ไว้ได้คือ Barbell Strategy ที่ไม่ได้เน้นแค่กลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง แต่เป็นการรุกทั้งบนและล่าง
- ฐาน (Mass/Saver): บริการ SAVER ทั้งรถยนต์และรถจักรยานยนต์เติบโตกว่า 250% ตอบโจทย์ยุครัดเข็มขัด รวมถึงการสนับสนุนโครงการรัฐอย่าง “คนละครึ่งพลัส” ที่มีร้านค้าเข้าร่วมเกือบ 4 หมื่นร้าน ช่วยดันยอดขายพาร์ทเนอร์โต 3 เท่า
- ยอด (Premium): การเปิดตัว GrabExecutive เจาะกลุ่มลักชัวรีและองค์กร รวมถึงแฟลกชิปแบรนด์อย่าง GrabThumbsUp และ Only at Grab ที่มีร้านคุณภาพกว่า 2 หมื่นร้าน เพื่อรักษาฐานลูกค้าที่มีกำลังซื้อสูง
S-Curve ใหม่ จาก “คนนอนดึก” ถึง “นักศึกษา” และ “สินเชื่อ”
Grab ปี 2569 ไม่ได้หยุดแค่รับส่งคนหรืออาหาร แต่กำลังเจาะเซกเมนต์ใหม่ที่แหลมคมกว่าเดิม:
- Late Night Market: การดึง สเตฟาน ฐสิษฐ์ (Antihero Thailand) มาเป็น Friend of Grab เพื่อจับกลุ่มคอบอลและคนนอนดึก
- Gen Z & Students: แพ็กเกจ GrabForStudent มัดรวมสิทธิประโยชน์ที่ช่วยให้นักศึกษาประหยัดได้ถึง 9,000 บาทต่อปี
- Financial Inclusion: การเปิดตัว Grab Quick Cash สินเชื่อเงินสดวงเงินสูงสุด 20,000 บาท โดยใช้ Data-driven ในการคัดกรองผู้รับสินเชื่อจากพฤติกรรมบนแพลตฟอร์มเพื่อลดความเสี่ยง
นวัตกรรมที่ขับเคลื่อนด้วย AI และ Experience
เพื่อสร้าง User Experience ที่เหนือกว่า Grab ส่ง 3 ฟีเจอร์ใหม่ลงสนาม
- Group Ride: เรียกรถไปพร้อมกัน ประหยัดและสะดวกกว่า
- Discover: เปลี่ยนผู้ใช้ให้เป็น “Eatfluencer” รีวิวร้านเด็ดเพิ่มการมองเห็นให้ร้านค้า
- Basket Builder: ใช้ AI ช่วยช้อป GrabMart เพียงแค่พูดหรือถ่ายรูปสินค้าก็ลงตะกร้าได้ทันที
การเดินทางสู่ “Green Mobility”
Grab ตระหนักดีถึงปัญหาราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้น จึงเร่งผลักดันโครงการ Grab EV ซึ่งปัจจุบันมีรถอีวีบนแพลตฟอร์มหลักหมื่นคันและเติบโตระดับ Double Digits ควบคู่ไปกับสวัสดิการคนขับที่มีการจัดระดับเกรดเพื่อรับสิทธิประโยชน์ เช่น ประกันอุบัติเหตุที่ครอบคลุมมากกว่า พรบ. พื้นฐาน และการคุยกับห้างสรรพสินค้าเพื่อจัดที่พักคอยให้ไรเดอร์
การประกาศโรดแมปของ Grab ครั้งนี้สะท้อนว่า “สงครามแพลตฟอร์ม” ไม่ได้วัดกันที่การเบิร์นเงินเพื่อทำโปรโมชันอีกต่อไป แต่วัดกันที่ใครจะสามารถนำ “Data” มาสร้าง “Service” ที่ตอบโจทย์เฉพาะกลุ่มได้มากกว่ากัน การที่ Grab มุ่งเป้าไปที่กลุ่มพรีเมียมและกลุ่มนักศึกษา พร้อมๆ กับการทำธุรกิจอย่างมีเป้าหมาย คือกลยุทธ์ที่น่าจับตามองว่าจะเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้ Grab ครองตลาดไทยอย่างเบ็ดเสร็จในทศวรรษหน้าหรือไม่





