GrabFood แอปพลิเคชันสั่งอาหารที่ได้รับความนิยมอันดับหนึ่งในประเทศไทย จัดหนักรับกลางปีด้วยการขานรับนโยบายฟื้นฟูเศรษฐกิจของรัฐบาล “ไทยช่วยไทยพลัส 60/40” โดยประกาศลดค่าคอมมิชชัน (GP) ให้กับร้านอาหารเหลือเพียง 9% พร้อมอัดโปรแกรมสนับสนุนยอดขายและสินเชื่อเงินสดสูงสุดถึง 2 ล้านบาท หวังกระตุ้นกำลังซื้อและต่อลมหายใจให้ผู้ประกอบการที่กำลังเผชิญวิกฤตต้นทุน
ความท้าทายที่ร้านอาหารต้องเผชิญ
ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา แวดวงธุรกิจร้านอาหารในประเทศไทยต้องเผชิญกับคลื่นความท้าทายลูกใหญ่ นางสาวจันต์สุดา ธนานิตยะอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ แกร็บ ประเทศไทย ได้สะท้อนภาพรวมของตลาดว่า ผู้ประกอบการกำลังแบกรับภาระหนักจากต้นทุนวัตถุดิบที่พุ่งสูงขึ้น ซึ่งเป็นผลพวงมาจากวิกฤตพลังงาน ประกอบกับสภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซาทำให้กำลังซื้อของผู้บริโภคหดตัวลงอย่างเห็นได้ชัด
ดังนั้น การมาถึงของโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส 60/40” ซึ่งเป็นนโยบายเยียวยาและฟื้นฟูเศรษฐกิจจากรัฐบาล จึงถือเป็น “จุดเปลี่ยน” ที่สำคัญในการกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยในช่วงกลางปี สัญญาณบวกนี้เห็นได้ชัดเจนจากยอดผู้ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการที่พุ่งทะลุ 26 ล้านสิทธิ์ ภายในเวลาเพียง 4 วัน (ระหว่างวันที่ 25-28 พฤษภาคม 2569)

GrabFood X ไทยช่วยไทยพลัส 60/40: กลยุทธ์กระตุ้นตลาดแบบจัดเต็ม
ในฐานะแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรีชั้นนำ (อ้างอิงจากข้อมูลของ Kantar ที่ระบุว่าแกร็บคือแอปสั่งอาหารอันดับ 1 ในไทยปี 2025) แกร็บได้ตอกย้ำจุดยืนในการเคียงข้างผู้ประกอบการด้วยแคมเปญ “GrabFood X ไทยช่วยไทยพลัส 60/40” โดยดึงเอาซุปตาร์ตัวน้อยอย่าง “น้องเกล” (แอบิเกล รังษีสิงห์พิพัฒน์) มาเป็น Friend of Grab เพื่อช่วยโปรโมตแคมเปญตลอดโครงการ
ไฮไลต์สำคัญที่ถือเป็นไม้ตายของแกร็บในแคมเปญนี้ คือการมอบแพ็กเกจสิทธิประโยชน์ถึง 10 ข้อ (10 เด้ง) ให้กับผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการผ่าน GrabFood ดังนี้
- หั่นค่าคอมมิชชัน (GP) ดึงดูดร้านค้า: ลดค่า GP เหลือเพียง 9% สำหรับร้านอาหารที่สมัครเข้าร่วมโครงการฯ กับ GrabFood ในวันที่ 10 มิถุนายน 2569
- อัดฉีดงบกระตุ้นยอดขาย: สนับสนุนแคมเปญและโค้ดส่วนลดให้ร้านอาหารรวมมูลค่าสูงสุด 20,000 บาทต่อร้าน (ตลอดระยะเวลา 4 เดือน) เพื่อใช้เป็นแม่เหล็กดึงดูดลูกค้าและกระตุ้นการตัดสินใจซื้อ
- เสริมสภาพคล่องด้วยสินเชื่อ: ปล่อยสินเชื่อเงินสดให้ร้านอาหารด้วยวงเงินเริ่มต้นตั้งแต่ 2,500 บาท และสูงสุดถึง 2,000,000 บาท (อัตราดอกเบี้ย 25% – 33% ต่อปี ขึ้นอยู่กับประเภทสินเชื่อ กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว)
- โปรโมชันส่งฟรี: มอบสิทธิ์ส่งฟรี 5 กิโลเมตรแรก สำหรับออเดอร์ที่เลือกการจัดส่งแบบประหยัด (SAVER)

- แจกส่วนลดลูกค้าจัดหนัก: มอบส่วนลดพิเศษสูงสุด 12,000 บาทต่อคน สำหรับลูกค้าที่สั่งอาหารผ่านโครงการฯ เพื่อสร้างการสั่งซื้อซ้ำ (Repeat Order)
- เครดิตโฆษณาฟรี: ให้เครดิต GrabAds มูลค่าสูงสุด 1,200 บาท สำหรับร้านที่ลงทะเบียนรับสิทธิ์บนแอปฯ GrabMerchant เพื่อเพิ่มยอดการมองเห็น (Visibility)
- การตลาดแบบปูพรม: อัดสื่อโฆษณาและกิจกรรมการตลาดแบบครบวงจร (Omnichannel) ทั้งออนไลน์และออฟไลน์ทั่วประเทศ
- ไอเทมตกแต่งหน้าร้านสุดเอ็กซ์คลูซีฟ: แจกฟรีสื่อประชาสัมพันธ์และอุปกรณ์ตกแต่งหน้าร้านรูป “น้องเกล” พร้อมป้าย “เติมเกลแล้ว สั่งร้านนี้เลย” ให้กับ 40,000 ร้านแรกที่ลงทะเบียน
- คูปอง GrabMart: แจกคูปองมูลค่าสูงสุด 2,000 บาทต่อคน ให้ลูกค้าช้อปปิ้งสินค้าอุปโภคบริโภค
- ลุ้นรางวัลใหญ่ระดับ Mega Prize: มอบสิทธิ์ลุ้นรางวัลขายอาหารผ่าน GrabFood ฟรีตลอด 1 ปี (GP 0%) และรางวัลอื่นๆ รวมมูลค่ากว่า 20 ล้านบาท
ขั้นตอนการเข้าร่วมแคมเปญสำหรับร้านอาหาร
สำหรับผู้ประกอบการร้านอาหารที่ต้องการคว้าโอกาสจากแคมเปญนี้ สามารถดำเนินการตามขั้นตอนได้ดังนี้:
ขั้นที่ 1: ศึกษาเงื่อนไข (ตั้งแต่วันที่ 29 พ.ค. 2569 เป็นต้นไป)
- เข้าไปที่แอปฯ GrabMerchant และคลิกที่แบนเนอร์โครงการไทยช่วยไทยพลัส 60/40
- อ่านรายละเอียดและกด “ยอมรับข้อตกลงและเงื่อนไข”
- ที่สำคัญ ต้องตรวจสอบ “เลขประจำตัวผู้เสียภาษี” ให้ตรงกับข้อมูลในแอปพลิเคชันถุงเงิน
ขั้นที่ 2: ลงทะเบียนเข้าร่วม (วันที่ 10 มิ.ย. 2569 เป็นต้นไป)
- เข้าไปที่แอปฯ ถุงเงิน และกด “สมัครฟรี” ที่แบนเนอร์
- เลือกเข้าร่วมโครงการฯ กับแพลตฟอร์ม Grab
- นำ “รหัสร้านค้า” จากแอปฯ GrabMerchant มากรอกในแอปฯ ถุงเงิน
- ยืนยันตัวตนผ่านรหัส OTP เพื่อรับข้อความยืนยันการลงทะเบียนสำเร็จ
การขยับตัวของ Grab ในครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการสร้างแรงกระเพื่อมในตลาดฟู้ดเดลิเวอรี แต่ยังเป็นการใช้จุดแข็งด้านอีโคซิสเต็มที่ครบวงจรของบริษัท (ครอบคลุมกว่า 900 เมืองใน 8 ประเทศอาเซียน) เข้ามาเป็นกลไกสำคัญในการฟื้นฟูเศรษฐกิจฐานรากของไทยให้กลับมาแข็งแกร่งอีกครั้ง




