ปัจจุบันนี้ หากพูดถึงสมรภูมิของแพลตฟอร์มเทคโนโลยีชั้นนำระดับโลก การแข่งขันไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่การแย่งชิงจำนวนฐานผู้ใช้งานหรือการขยายพื้นที่โฆษณาอีกต่อไป แต่สิ่งที่กำลังเป็นตัวชี้วัดความสำเร็จที่แท้จริงคือ “ประสิทธิภาพของโมเดลการวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภค” รวมไปถึงความสามารถในการนำข้อมูลจากหลากหลายช่องทางมาเชื่อมโยงเข้าด้วยกัน
ไม่ว่าจะเป็นร่องรอยดิจิทัลจากเสิร์ชเอนจิ้น, อีคอมเมิร์ซ, สื่อวิดีโอ, โซเชียลมีเดีย, แผนที่, แพลตฟอร์มความบันเทิง, อุปกรณ์อัจฉริยะ (Smart Devices) ไปจนกระทั่งประสบการณ์และสื่อออฟไลน์ต่าง ๆ ทั้งหมดนี้ก็เพื่อให้แบรนด์สามารถเข้าใจผู้บริโภคได้อย่างรอบด้านในระดับ 360 องศา
ในเสี้ยววินาที แพลตฟอร์มยักษ์ใหญ่อย่าง Google, Amazon, Meta, TikTok และ Yandex ต้องประมวลผลข้อมูลจำนวนมหาศาล เพื่อเฟ้นหาคอนเทนต์ สินค้า หรือโฆษณาที่ “ใช่” ที่สุดสำหรับผู้ใช้งานแต่ละคนในจังหวะเวลานั้น ๆ แม้กระบวนการทั้งหมดนี้จะจบลงอย่างรวดเร็ว แต่นี่คือหัวใจสำคัญที่จะกำหนดศักยภาพและการเติบโตของแบรนด์ในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล

ยักษ์ใหญ่ Tech Company กับการใช้ AI ขับเคลื่อน Ecosystem
การนำ AI เข้ามาเป็นฟันเฟืองหลักไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่ความลึกซึ้งในการใช้งานคือสิ่งที่สร้างความแตกต่าง
- Google: นำ AI มาใช้เพื่อบริหารจัดการแคมเปญโฆษณาแบบอัตโนมัติแบบครบวงจร โดยครอบคลุมพื้นที่ตั้งแต่เสิร์ชเอนจิ้น, YouTube, แพลตฟอร์มช้อปปิ้ง, แผนที่, Discover ไปจนถึงหน้าจอโทรทัศน์ที่เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต รวมถึงกำลังขยายระบบโฆษณาไปยัง YouTube บนหน้าจอทีวี, Google TV และแอปพลิเคชันของพาร์ทเนอร์
- Amazon: สร้างอีโคซิสเต็มด้านโฆษณาที่ล้ำหน้าด้วยการเชื่อมโยงพฤติกรรมการซื้อสินค้าบนมาร์เก็ตเพลส เข้ากับความบันเทิงอย่าง Prime Video, Twitch, Fire TV และสื่อค้าปลีก ทั้งหมดนี้อาศัยข้อมูลเชิงพาณิชย์และระบบการวัดผลแบบปิด
- Yandex Ads: หนึ่งในคีย์เพลเยอร์ที่กำลังมีบทบาทสำคัญในการทรานส์ฟอร์มวงการนี้ โดยใช้เทคโนโลยี “ระบบแนะนำ” เป็นขุมพลังสำคัญในการขับเคลื่อนแพลตฟอร์มการโฆษณาด้วย AI ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก และกำลังเดินหน้าพัฒนาระบบโฆษณาให้ครอบคลุมทั้งป้ายดิจิทัลกลางแจ้ง, Connected TV และสื่อของครีเอเตอร์ โดยใช้ AI วิเคราะห์เป้าหมายและวัดผลแบบ Omnichannel
บริบทของตลาดไทย
เมื่อหันมามองที่ประเทศไทย เราถือเป็นหนึ่งในตลาดที่มีความตื่นตัวและนำเทคโนโลยี AI มาใช้งานมากที่สุดแห่งหนึ่งในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
อ้างอิงจากผลการศึกษาของ Yandex Ads ร่วมกับ YouGov เผยให้เห็นตัวเลขที่น่าสนใจดังนี้:
- นักการตลาดชาวไทยมากถึง 84% ได้นำ AI มาใช้งานจริง หรืออยู่ในช่วงทดลองใช้โซลูชัน AI แล้ว
- แต่ในขณะเดียวกัน 79% ของนักการตลาดก็ยอมรับว่า “ต้นทุน”, “เครื่องมือที่มีอยู่” และ “ข้อจำกัดด้านศักยภาพบุคลากร” ยังคงเป็นอุปสรรคชิ้นใหญ่ที่ขวางกั้นการยกระดับประสิทธิภาพการตลาด
ตัวเลขนี้สะท้อนภาพชัดเจนว่า การมี AI ไม่ใช่แค่ปัจจัยที่สร้างความเก๋ไก๋หรือความแตกต่างอีกต่อไป แต่ “ความสามารถในการนำ AI ไปประยุกต์ใช้ให้เกิดผลลัพธ์จริง” ต่างหากคือตัวชี้วัดความได้เปรียบทางธุรกิจ ยิ่งผู้บริโภคชาวไทยใช้มือถือเป็นหลัก เสพโซเชียลมีเดียหนัก และตัดสินใจซื้อผ่านจอดิจิทัลมากขึ้นเท่าไหร่ Customer Journey ก็ยิ่งซับซ้อนและยากจะคาดเดาด้วยการวางแผนแคมเปญแบบเก่า ๆ การซื้อหนึ่งครั้งอาจเริ่มจากการดูคลิปรีวิว > เสิร์ชหาข้อมูล > โดนป้ายยาจากครีเอเตอร์ > เห็นโฆษณาซ้ำบนสมาร์ททีวี > จบที่การกดซื้อผ่านแอปอีคอมเมิร์ซ
ดังนั้น แม้นักการตลาดจะเป็นผู้วางหมากกำหนดเป้าหมายและทิศทางของแบรนด์ แต่คนที่ตัดสินใจแบบ “วินาทีต่อวินาที” ว่าโฆษณาชิ้นไหนควรไปโผล่ที่ใคร คือเทคโนโลยีระบบแนะนำที่ขับเคลื่อนด้วย AI

รู้จัก ARGUS ไพ่ใบสำคัญจาก Yandex Ads
เพื่อตอบโจทย์ความซับซ้อนนี้ ในปี 2569 Yandex Ads ได้เปิดตัวเทคโนโลยีระดับเรือธงที่ชื่อว่า ARGUS (AutoRegressive Generative User Sequential Modeling) ซึ่งถือเป็นการยกระดับเทคโนโลยีระบบแนะนำสำหรับการโฆษณาครั้งใหญ่ที่สุดของบริษัท
ARGUS คือสถาปัตยกรรมเฉพาะที่ผสานพลังของ Generative AI เข้ากับโครงข่าย (Neural Networks) หลายสิบชุดให้ทำงานร่วมกันเป็นระบบเดียว ความน่าสนใจคือโมเดลนี้ไม่ได้แค่พุ่งเป้าไปที่การแสดงผลโฆษณา แต่ยังสามารถ:
- คาดการณ์โอกาสที่ผู้ใช้จะคลิกโฆษณา
- ประเมินความเป็นไปได้ในการปิดการขายหรือเกิดการซื้อ
- วิเคราะห์ข้อมูลเชิงบริบทขั้นสูง เช่น สถานที่ เวลา และพฤติกรรมการโต้ตอบกับสื่อ
พื้นที่โฆษณาใหม่ที่ถูกปลดล็อกด้วย AI
ผลลัพธ์จากการผนวก AI เข้ากับระบบโฆษณา ทำให้พื้นที่ใหม่ ๆ กลายเป็นขุมทรัพย์ที่วัดผลได้ ไม่ว่าจะเป็นสมาร์ททีวีที่สามารถใช้ทำแบรนดิ้งไปพร้อมกับการตลาดเชิงประสิทธิภาพ สื่อค้าปลีกที่เติบโตจากการที่มาร์เก็ตเพลสใช้ข้อมูลการซื้อมาสร้างผลิตภัณฑ์โฆษณา หรือแม้กระทั่งป้ายโฆษณาดิจิทัลนอกบ้านก็ถูกผูกเข้ากับระบบซื้อสื่ออัตโนมัติ รวมไปถึงคอนเทนต์จากครีเอเตอร์ เกม และหน้าจอล็อกมือถือ ที่ต่างก็กลายมาเป็นโครงสร้างพื้นฐานใหม่ของอุตสาหกรรม
ข้อมูลจาก Yandex Ads Lift Studies ปี 2568 ชี้ให้เห็นว่า แคมเปญโฆษณาบน Connected TV ที่ผสานกลยุทธ์อัจฉริยะ สามารถสร้างผลลัพธ์ที่จับต้องได้จริง:
- เพิ่มจำนวนการค้นหาแบรนด์บน Yandex Search ได้เฉลี่ยถึง 50% หลังจากเห็นโฆษณา
- ดันยอดผู้เข้าชมเว็บไซต์ (Website Traffic) ได้ถึง 35%
- กระตุ้นการดำเนินการตามเป้าหมายของแบรนด์ (Conversions) สูงถึง 116%



