JobsDB by Seek

ในยุคที่ Digital Disruption เข้ามาเปลี่ยนโฉมหน้าของทุกอุตสาหกรรม ไม่เว้นแม้แต่ “วงการสรรหาบุคลากร” หรือ “Recruitment” สิ่งที่เรากำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้ไม่ใช่แค่การแข่งขันที่ดุเดือดระหว่างผู้สมัครงาน หรือการเฟ้นหา Talent ขององค์กรเท่านั้น แต่คือสงครามประสาทกับ “มิจฉาชีพ” ที่พัฒนาความซับซ้อนขึ้นตามเทคโนโลยี

วันนี้ Thumbsup จะพาไปเจาะลึกสถานการณ์ “กลโกงสมัครงาน” (Job Scams) ที่กำลังพุ่งสูงขึ้นทั่วโลก ตั้งแต่ฝั่งตะวันตกจนถึงตลาดบ้านเรา พร้อมวิเคราะห์ว่าทำไมตำแหน่งงานยอดฮิตอย่าง “Sales” และ “Admin” ถึงกลายเป็นเป้าหมายหลัก และแบรนด์จะปกป้อง Employer Branding ของตัวเองได้อย่างไรในวันที่ความเชื่อมั่นถูกสั่นคลอน

JobsDB by Seek

พื้นที่เปราะบางของคนหางานในตอนนี้

ต้องยอมรับว่าสภาพเศรษฐกิจโลกในช่วงครึ่งหลังของปี 2025 ยังคงมีความไม่แน่นอนสูง ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อตลาดแรงงาน เมื่อตำแหน่งงานหายากขึ้น ความ “Desperate” หรือความต้องการงานอย่างเร่งด่วนของผู้สมัครจึงกลายเป็นช่องโหว่ชั้นดี

ข้อมูลล่าสุดจากฝั่งสหรัฐฯ ระบุว่าในช่วงครึ่งแรกของปี 2025 รายงานเกี่ยวกับกลโกงการหางานออนไลน์พุ่งสูงขึ้นถึง 19% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า คิดเป็นมูลค่าความเสียหายกว่า 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ตัวเลขนี้สะท้อนให้เห็นว่ายิ่งตลาดแรงงาน “มีปัญหา” มากเท่าไหร่ มิจฉาชีพยิ่งทำงานได้ผลดีมากขึ้นเท่านั้น โดยเฉพาะการส่ง SMS หลอกลวงที่มีสถิติพุ่งกระฉูดจากเพียง 4,872 รายงานในปี 2020 เป็นกว่า 20,000 รายงานในปีที่ผ่านมา

Insight จาก Jobsdb by SEEK ที่บอกว่า ไทยเจ็บน้อยกว่า แต่เจาะจงกว่า

ข้ามกลับมามองที่ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและประเทศไทย ข้อมูลจาก Jobsdb by SEEK ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มหางานยักษ์ใหญ่เปิดเผยว่า ระหว่างเดือนกรกฎาคม 2567 ถึงมิถุนายน 2568 ระบบตรวจจับการโกงพบพฤติกรรมที่แตกต่างกันไปในแต่ละประเทศ โดย “อินโดนีเซีย” ครองแชมป์ประเทศที่พบการฉ้อโกงด้านการจ้างงานมากที่สุดในภูมิภาค คิดเป็นสัดส่วนถึง 38%

สำหรับประเทศไทย แม้ปริมาณประกาศงานหลอกลวงจะยังอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าตลาดอื่น ๆ ในภูมิภาค แต่สิ่งที่น่ากังวลคือ “การกระจุกตัว” ของเป้าหมาย มิจฉาชีพในไทยไม่ได้หว่านแหไปทั่ว แต่พุ่งเป้าไปที่ “งานด้านการขาย” (Sales) สูงถึง 67% ของประกาศงานหลอกลวงทั้งหมด รองลงมาคืองานบัญชีและงานด้านสื่อโฆษณาที่ 17%

ทำไมต้องเป็นงานขาย? คำตอบในเชิงจิตวิทยาและพฤติกรรมศาสตร์นั้นชัดเจน เพราะงานขายมักมาพร้อมกับคำว่า “ค่าคอมมิชชัน” และ “รายได้สูง” ซึ่งเป็นเหยื่อล่อชั้นดีสำหรับคนที่ต้องการเงินด่วน ต่างจากในระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่เป้าหมายหลักมักเป็น “ตำแหน่งงานด้านธุรการและสำนักงาน” (Admin & Office Support) ซึ่งเป็นตำแหน่งระดับเริ่มต้น (Entry Level) ที่มีสัดส่วนการหลอกลวงถึง 29%

Evolution of Scams จาก SMS สู่ AI และ Deepfake

ถ้าคุณคิดว่ากลโกงคืออีเมลภาษาอังกฤษแปลกๆ หรือ SMS ชวนทำงานกดไลก์ แนะนำให้คิดใหม่ครับ เพราะวันนี้มิจฉาชีพ Upgrade ตัวเองไปไกลมาก

  1. AI & Sophistication: มิจฉาชีพเริ่มใช้ AI เข้ามาสร้างประกาศงานและข้อความสื่อสารที่แนบเนียนยิ่งขึ้น ตัดปัญหาเรื่องภาษาไวยากรณ์ผิด ๆ ถูก ๆ ออกไป ทำให้แยกแยะได้ยากว่านี่คือ HR ตัวจริงหรือบอท
  2. Impersonation (การแอบอ้าง): มีการแอบอ้างชื่อแพลตฟอร์มที่น่าเชื่อถืออย่าง SEEK, Jobsdb หรือ Jobstreet ในการติดต่อผู้สมัครผ่าน SMS หรือ Social Media เพื่อสร้างความตายใจ
  3. Fake Recruitment Process: ในต่างประเทศเริ่มพบเคสที่ซับซ้อนถึงขั้นมีการนัดสัมภาษณ์งานผ่านวิดีโอ (Video Interview) แต่ลิงก์ที่ส่งมากลับเป็นมัลแวร์เพื่อขโมยข้อมูล หรือในบางกรณีมีการใช้ Deepfake สวมรอยเป็นผู้สัมภาษณ์ เพื่อหลอกเอาข้อมูลส่วนตัวอย่างเลขประกันสังคมหรือข้อมูลบัญชีธนาคาร

ผลกระทบต่อ Ecosystem เมื่อ ‘ความเชื่อมั่น’ คือเรื่องสำคัญ

ในมุมของคนทำงานด้านการตลาดและ HR เรื่องนี้ไม่ใช่แค่ปัญหาของฝ่าย IT หรือฝ่ายกฎหมาย แต่เป็นวิกฤตของ “Employer Branding” โดยตรง หากชื่อบริษัทของคุณถูกนำไปแอบอ้าง ความเสียหายที่เกิดขึ้นไม่ได้วัดกันแค่ตัวเงิน แต่คือ Reputation ที่สั่งสมมา

ทาง Jobsdb by SEEK ประเทศไทย ได้ชี้ให้เห็นประเด็นสำคัญว่า ปัญหาประกาศงานหลอกลวง “บั่นทอนความเชื่อมั่นต่ออีโคซิสเต็มของการจัดหางานในภาพรวม” ดังนั้น แพลตฟอร์มอย่าง SEEK จึงต้องยกระดับมาตรการด้วยการใช้ทั้ง AI สแกนอัตโนมัติและทีมงานผู้เชี่ยวชาญ (Trust & Safety) เข้ามาตรวจสอบ

ผลลัพธ์จากการเอาจริงเอาจังนี้ทำให้ในปีงบประมาณที่ผ่านมา SEEK สามารถสแกนประกาศงานไปกว่า 4.3 ล้านรายการ และปิดบัญชีผู้จ้างงานที่มีความเสี่ยงไปกว่า 650 บัญชี นี่คือตัวอย่างของการที่ Platform ต้องลุกขึ้นมาเป็น Gatekeeper เพื่อปกป้อง User

How to Survive คู่มือเอาตัวรอดสำหรับคนหางานยุคดิจิทัล

สำหรับชาว Thumbsup ที่กำลังมองหาโอกาสใหม่ หรือ HR ที่ต้องการแนะนำผู้สมัคร นี่คือ Checklist สำคัญในการตรวจสอบ

  1. ตรวจสอบที่มา: หากได้รับการติดต่อผ่าน SMS หรือ Social Media โดยที่ไม่ได้สมัครไปก่อน ให้ตั้งข้อสงสัยไว้ก่อนเลยครับ บริษัทชั้นนำมักติดต่อผ่านช่องทางที่เป็นทางการ หรือผ่านแพลตฟอร์มที่ตรวจสอบได้
  2. ระวังงานที่ “Too Good To Be True”: งานที่ให้รายได้สูงเกินจริง โดยเฉพาะงานขายที่การันตีรายได้เว่อร์วัง งานที่รับทุกคนไม่จำกัดวุฒิ หรือเน้นว่า “ได้เงินไว” มักเป็นธงแดง (Red Flag) สำคัญ
  3. อย่าโอนเงินเด็ดขาด: กฎเหล็กคือ การสมัครงานต้องไม่มีค่าใช้จ่าย ไม่ว่าจะเป็นค่ามัดจำอุปกรณ์ ค่าอบรม หรือค่าเสื้อผ้า หากมีการเรียกเก็บเงิน ให้ถอยออกมาทันที
  4. ใช้ Security & Privacy Hub: แพลตฟอร์มอย่าง Jobsdb มีศูนย์ข้อมูลความปลอดภัยที่รวบรวมรูปแบบกลโกงและการตรวจสอบไว้ให้แล้ว การเข้าไปเช็กข้อมูลก่อนตัดสินใจคือเกราะป้องกันที่ดีที่สุด

Thumbsup มองว่า ในสมรภูมิการหางานยุคใหม่ “ความรู้เท่าทัน” (Digital Literacy) สำคัญพอ ๆ กับ “ทักษะวิชาชีพ” (Hard Skills) ปรากฏการณ์ Job Scams ที่ระบาดหนักนี้ สะท้อนให้เห็นว่าเทคโนโลยีไม่ได้นำมาซึ่งความสะดวกสบายเพียงอย่างเดียว แต่ยังนำมาซึ่งภัยคุกคามรูปแบบใหม่ที่แนบเนียนจนน่ากลัว

สำหรับแบรนด์และองค์กร นี่คือเวลาที่ต้องสื่อสารกับผู้สมัครให้ชัดเจนถึงกระบวนการสรรหา (Recruitment Process) ที่ถูกต้อง เพื่อสร้าง Trust ให้เกิดขึ้น ส่วนในมุมของคนหางาน การมีสติและไม่เร่งรีบจนเกินไป แม้ในยามที่ต้องการงานมากที่สุด จะเป็นเกราะป้องกันที่ดีที่สุด เพราะในโลกออนไลน์ “ของฟรีไม่มีในโลก และงานที่ได้เงินง่ายเกินจริง… มักไม่มีอยู่จริง”

อ้างอิง: Morning Brew

อ่านเพิ่มเติม

I'm a Content Creator and Storyteller, and i love Shooting my daughter :><: