ในยุคที่พฤติกรรมการเดินทางของผู้คนเริ่มมองหา “Experience” ที่แตกต่างและเป็นเอกลักษณ์มากกว่าเดิม ข้อมูลล่าสุดจากศูนย์วิจัยกสิกรไทย (KResearch) ได้เผยให้เห็นสัญญาณที่น่าสนใจของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยในปี 2568 เมื่อ “เมืองรอง” กำลังก้าวขึ้นมาเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจการท่องเที่ยว แต่ในขณะเดียวกันก็ยังคงมีช่องว่างขนาดใหญ่ที่ท้าทายทั้งภาครัฐและผู้ประกอบการ
ตัวเลขผู้เยี่ยมเยือนแตะ 357 ล้านคน
หากย้อนดูสถิติในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เราจะเห็นการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2568 นี้ คาดการณ์ว่าจำนวนผู้เยี่ยมเยือน (Visitor) ทั้งชาวไทยและต่างชาติที่เดินทางท่องเที่ยวทั่วประเทศจะมีจำนวนรวมกว่า 357 ล้านคน เติบโตขึ้น 1% (YoY) ซึ่งแม้จะเป็นตัวเลขที่โตไม่หวือหวา แต่เมื่อมองลึกลงไปในรายละเอียด จะพบการขยับตัวที่น่าสนใจของสัดส่วนระหว่าง “เมืองหลัก” และ “เมืองรอง”

เมืองรอง จากทางเลือก สู่ทางหลักที่เติบโต
เทรนด์การเที่ยวเมืองรองไม่ใช่แค่กระแสชั่วคราว ข้อมูลระบุชัดเจนว่าสัดส่วนจำนวนผู้เยี่ยมเยือนในเมืองรองขยับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดังนี้:
- ปี 2562: สัดส่วนผู้เยี่ยมเยือนเมืองรองอยู่ที่ 30%
- ปี 2567: เพิ่มขึ้นเป็น 33%
- ปี 2568: ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 34%
เมื่อพิจารณาอัตราการเติบโต (YoY) ในปี 2568 จะพบว่าเมืองรองมีอัตราการเติบโตของผู้เยี่ยมเยือนสูงถึง 3.2% ซึ่งสูงกว่าภาพรวมตลาดที่โตเพียง 1% และสูงกว่าเมืองหลักที่เติบโตเพียง 0.05% โดยกลุ่มที่เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญคือ นักท่องเที่ยวชาวไทย ที่หันไปเที่ยวเมืองรองเพิ่มขึ้นถึง 3.4% ขณะที่นักท่องเที่ยวต่างชาติในเมืองรองติดลบเล็กน้อยที่ 0.05%

ความย้อนแย้งของรายได้ โจทย์หินที่ต้องแก้
แม้จำนวนคนจะพุ่งสูงขึ้น แต่เมื่อหันมามองที่ฝั่ง “รายได้” กลับพบความท้าทายที่รออยู่ เพราะรายได้จากการท่องเที่ยวในเมืองรองในปี 2568 มีสัดส่วนเพียง 13% ของรายได้ทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากปี 2562 ที่มีเพียง 10% เท่านั้น
แม้ในแง่ของอัตราการเติบโต รายได้จากเมืองรองจะโตถึง 4.5% (YoY) ในปี 2568 (ในขณะที่รายได้รวมทั้งประเทศติดลบ 3.1%) แต่ยอดรวมรายได้ยังถือว่าห่างไกลจากเมืองหลักอยู่มาก สะท้อนให้เห็นว่านักท่องเที่ยวที่ไปเมืองรองอาจยังมีค่าใช้จ่ายต่อหัวไม่สูงนัก หรือใช้เวลาพำนักไม่นานพอ
การกระจุกตัวของนักท่องเที่ยว 11 จังหวัดหลักยังครองแชมป์
ปัจจุบันการท่องเที่ยวไทยยังคงมีการกระจุกตัวอยู่ที่เมืองหลัก 11 จังหวัด เป็นส่วนใหญ่ โดยแผนที่การท่องเที่ยวระบุว่า จังหวัดที่มีจำนวนผู้เยี่ยมเยือนต่ำกว่า 1 ล้านคนต่อปี ยังคงมีกระจายตัวอยู่ทั่วประเทศ เช่น สิงห์บุรี, พิจิตร, หนองบัวลำภู, อำนาจเจริญ และปัตตานี
อย่างไรก็ตาม ยังมีสัญญาณบวกในบางพื้นที่ เช่น เชียงราย และนครพนม ที่เริ่มมีแนวโน้มการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในหลายจังหวัดเมืองรอง

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยให้ความเห็นว่า แม้แนวโน้มเมืองรองจะดีขึ้น แต่ “โจทย์ใหญ่” คือการเพิ่มรายได้ต่อหัว ซึ่งต้องอาศัยกลยุทธ์ที่มากกว่าแค่การดึงคนเข้าไปในพื้นที่ โดยมีประเด็นสำคัญคือ:
- การจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยว: ต้องดึงเอกลักษณ์เฉพาะถิ่นออกมาเป็นจุดขายที่แข็งแรง
- เพิ่มจำนวนวันพำนัก: ทำอย่างไรให้นักท่องเที่ยวเปลี่ยนจาก “One day trip” เป็นการ “พักค้างคืน” ในพื้นที่
- สร้างมูลค่าเพิ่ม: พัฒนาสินค้าและบริการที่ตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะกลุ่ม เพื่อกระตุ้นยอดการใช้จ่าย
สรุปได้ว่า ปี 2568 คือปีแห่งการ “กระจายตัว” ของนักท่องเที่ยวเข้าสู่เมืองรองอย่างแท้จริง แต่ความสำเร็จที่ยั่งยืนจะไม่ได้วัดกันที่จำนวนคนเพียงอย่างเดียว หากแต่อยู่ที่ว่าแต่ละจังหวัดจะสามารถเปลี่ยน “ผู้เยี่ยมเยือน” ให้กลายเป็น “รายได้” ที่มั่นคงให้กับชุมชนได้อย่างไร



