ในยุคที่ความมั่งคั่งไม่ได้วัดกันแค่ตัวเลขในบัญชี แต่คือ “สุขภาพที่ดี” ทำให้เทรนด์การเลือกรับประทานอาหารของคนไทยเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ล่าสุด Seafood from Norway ได้เปิดตัวแคมเปญใหญ่ครั้งแรกของปี 2569 ในชื่อ “นอร์วีเจียนซาบะ: ฟิช แอนด์ เฟิร์ม” เพื่อตอกย้ำภาพลักษณ์ของนอร์วีเจียนซาบะในฐานะ “ซูเปอร์ฟู้ด” ที่เข้าถึงง่ายและเปี่ยมด้วยโภชนาการ
ทำไมต้องเป็น “นอร์วีเจียนซาบะ”?
หลายคนอาจคุ้นเคยกับปลาซาบะตามร้านอาหารญี่ปุ่น แต่รู้หรือไม่ว่าแหล่งที่มานั้นสำคัญมาก นางสาวโอซฮิลด์ นัคเค่น ผู้อำนวยการภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (NSC) ระบุว่านอร์วีเจียนซาบะเติบโตในน้ำทะเลที่เย็นและใสสะอาดของนอร์เวย์ โดยจะถูกจับเฉพาะช่วงเดือนสิงหาคมถึงตุลาคม ซึ่งเป็นช่วงที่ปลามีความสมบูรณ์ที่สุด ทั้งในแง่ของรสสัมผัสที่ชุ่มฉ่ำและคุณค่าทางโภชนาการที่สูงสุด

คุณประโยชน์ที่มากกว่าแค่คำว่า “ปลา”:
- โปรตีนคุณภาพสูง: มีกรดอะมิโนจำเป็นครบถ้วนที่ร่างกายนำไปใช้ได้ทันที
- โอเมก้า-3 และไขมันดี: ช่วยเรื่องการทำงานของหัวใจและพัฒนาการสมอง
- วิตามินและแร่ธาตุ: ทั้งวิตามินบี 12, วิตามินดี และไอโอดีน ซึ่งช่วยเสริมระบบเผาผลาญและตอบโจทย์คนไทยที่มีภาวะขาดวิตามินดีในบางกลุ่ม
พฤติกรรมผู้บริโภคไทย: จากร้านอาหารสู่ “มื้ออาหารในบ้าน”
สถิติที่น่าสนใจคือ ปัจจุบันปลานอร์วีเจียนซาบะกว่า 80% ในไทยถูกบริโภคผ่านร้านอาหารญี่ปุ่น โดยในปีที่ผ่านมามีการนำเข้าสูงถึง 8,200 ตัน คิดเป็นมูลค่ากว่า 1.02 พันล้านบาท แต่แคมเปญนี้มุ่งหวังจะเปลี่ยนภาพจำนั้น ให้ครอบครัวรุ่นใหม่นำนอร์วีเจียนซาบะมาปรุงเองที่บ้านมากขึ้น ด้วยความที่ปรุงง่าย เข้ากับเมนูไทยได้ดี และมีราคาที่คุ้มค่า
เสียงสะท้อนจากผู้เชี่ยวชาญและอินฟลูเอนเซอร์
ในงานเสวนา “เคล็ดลับสุขภาพดีด้วยโปรตีนจากท้องทะเล” ดร.ฐนิต วินิจจะกูล จากมหาวิทยาลัยมหิดล ยืนยันว่าการกินปลาเป็นประจำส่งผลดีต่อทุกช่วงวัย ขณะที่เหล่าอินฟลูเอนเซอร์อย่าง BB Memory, Aum Napat และ eatwithdyny ต่างแชร์มุมมองเดียวกันว่า นอร์วีเจียนซาบะคือวัตถุดิบที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่เร่งรีบแต่ยังต้องการสารอาหารที่ครบถ้วนสำหรับลูกๆ และคนในครอบครัว

แคมเปญ “ฟิช แอนด์ เฟิร์ม” ไม่ใช่แค่การขายปลา แต่คือการส่งต่อไลฟ์สไตล์ “Healthy Balanced” ที่ทุกคนเข้าถึงได้จริง สำหรับใครที่มองหาเมนูสุขภาพ อย่าลืมนึกถึงปลาที่มี “ลายเสือ” อันเป็นเอกลักษณ์จากนอร์เวย์



