เทคโนโลยีบ้านอัจฉริยะกำลังก้าวเข้าสู่จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญในแง่การตลาดและพฤติกรรมผู้บริโภค เมื่อ Tapo แบรนด์ผู้นำกล้องวงจรปิด Wi-Fi ในประเทศไทย และผู้พัฒนาเทคโนโลยีสมาร์ทโฮมระดับสากล ภายใต้เครือ TP-Link ประกาศวิสัยทัศน์ขับเคลื่อนสู่การเป็น Smart Home Ecosystem แบบครบวงจรเป็นรายแรกในประเทศ

ภายในงาน “Tapo: Where Smart Home Meets Real AI” พร้อมโชว์ศักยภาพการเป็นเจ้าของนวัตกรรมระดับโลกที่มุ่งปลดล็อกข้อจำกัดเดิม ๆ ของตลาด IoT ในปัจจุบัน

ที่ผ่านมา หนึ่งใน Pain Point หรืออุปสรรคสำคัญที่ทำให้ผู้บริโภคไทยส่วนใหญ่ยังไม่สามารถเข้าถึงระบบสมาร์ทโฮมได้อย่างเต็มรูปแบบ เกิดจากภาพจำและการรับรู้ว่าอุปกรณ์สมาร์ทโฮมเป็น ‘เรื่องของบ้านราคาแพง ติดตั้งยุ่งยากซับซ้อน และใช้งานจริงได้ยาก’ ทำให้แบรนด์ส่วนใหญ่จำกัดอยู่เพียงกลุ่มเฉพาะ

จากโจทย์ดังกล่าว Tapo จึงเดินเกมรุกด้วยแนวคิด “Affordable Smart Home” มุ่งเปลี่ยนภาพจำให้บ้านอัจฉริยะกลายเป็นสิ่งที่ เข้าถึงง่าย ราคาเป็นกันเอง และใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวันสำหรับคนทุกกลุ่มและทุกเจนเนอเรชั่น โดยผู้บริโภคสามารถเริ่มต้นก้าวแรกได้ง่าย ๆ จากอุปกรณ์พื้นฐาน เช่น กล้อง Wi-Fi, ปลั๊กไฟอัจฉริยะ (Smart Plug), เซ็นเซอร์ หรือหลอดไฟอัจฉริยะ (Smart Lighting) โดยจุดเด่นคือไม่จำเป็นต้องรื้อระบบไฟฟ้าเดิม ไม่ต้องเดินสายใหม่ และไม่ต้องมีความรู้เชิงเทคนิคชั้นสูง เพียงเชื่อมต่อทุกอุปกรณ์เข้ากับแอปพลิเคชัน Tapo เพียงแอปเดียว ก็สามารถสั่งการและสร้างระบบความปลอดภัยหรือวิถีชีวิตอัตโนมัติ (Automation) ร่วมกันได้อย่างลื่นไหลแบบ Real Time

อย่างไรก็ตาม เพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาด Smart Home ครบวงจร และเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้บริโภคไปอีกขั้น  TAPO ประกาศเปิดตัวนวัตกรรมล่าสุดครั้งแรกในภูมิภาคเอเชีย! กับ ‘Aireal Technology’ นวัตกรรม AI ยุคใหม่จาก Tapo x Microsoft และแนวคิด ‘Camera+’ พลิกโฉมสู่การสั่งการสมาร์ทโฮมด้วยภาษาธรรมชาติ ก้าวข้ามขีดจำกัดเดิม ๆ ของอุปกรณ์สมาร์ทโฮมทั่วไปในท้องตลาด ด้วยความสามารถในการรับคำสั่งและเชื่อมโยงข้อมูลรวมกันระหว่างเครือข่ายสัญญาณ Wi-Fi, อุปกรณ์กล้องวงจรปิด และเซ็นเซอร์ต่าง ๆ ที่ถูกติดตั้งไว้ทั่วทั้งบ้านเข้าด้วยกันเป็นหนึ่งเดียว ส่งผลให้ระบบ AI สามารถทำความเข้าใจบริบทของบ้านและเข้าใจเจตนาที่แท้จริงของผู้ใช้งานผ่านการสื่อสารด้วย ภาษาธรรมชาติ (Natural Language) ได้

คุณเดฟ เฉิน (Mr. Dave Chen) กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทีพีลิงค์ เอ็นเตอร์ไพรส์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้กล่าวอธิบายถึงฟังก์ชันการทำงานสุดล้ำนี้ว่า “เป้าหมายหลักของเราคือการพัฒนาให้เทคโนโลยี AI สามารถพูดคุย สื่อสาร และปฏิสัมพันธ์กับคุณได้เสมือนเป็นหนึ่งในสมาชิกของครอบครัว แทนที่ในอดีตผู้ใช้งานจะต้องคอยเปิดสมาร์ทโฟนแล้วเข้าไปตั้งค่าคำสั่งที่ยุ่งยากซับซ้อนในแอปพลิเคชัน แต่สำหรับระบบ Aireal คุณเพียงแค่เอ่ยปากถามด้วยประโยคสั้น ๆ เช่น วันนี้มีคนแปลกหน้าเข้ามาที่หน้าบ้านเรากี่ครั้งแล้ว หรือ วันนี้แมวของฉันทำอะไรบ้าง ตัวระบบ AI จะเข้าไปทำการวิเคราะห์ไฟล์ภาพจากกล้องควบคู่กับข้อมูล Log ที่ได้จากเซ็นเซอร์ทั่วบ้าน แล้วประมวลผลสรุปออกมาเป็นคำพูดเล่าให้คุณฟังได้ทันที นี่คือจุดเริ่มต้นสำคัญที่จะเปลี่ยนภาพจำของบ้านให้มีความฉลาดรอบรู้ และเป็นมิตรต่อการใช้งานของผู้บริโภคมากกว่าที่เคยเป็นมา”

ไม่เพียงเท่านั้น อีกหนึ่งแนวคิดด้านฟังก์ชันนวัตกรรมที่น่าสนใจและถูกนำมาใช้เป็นแกนหลักในการเชื่อมโยงระบบสมาร์ทโฮมของ Tapo ในชีวิตจริง คือแนวคิด “Camera+” (คาเมรา พลัส) ซึ่งเป็นการดึงเอาประสิทธิภาพสูงสุดของกล้อง Wi-Fi ที่ผู้บริโภคมีความคุ้นเคยในการใช้งานเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว มาปรับเปลี่ยนบทบาทและหน้าที่ให้กลายเป็น สมองส่วนกลาง ของบ้าน เพื่อทำหน้าที่คอยส่งสัญญาณและสั่งการให้อุปกรณ์สมาร์ทโฮมชิ้นอื่น ๆ ทำงานร่วมกันแบบอัตโนมัติ (Automation Triggers)

ยกตัวอย่าง Scenario การทำงานในชีวิตจริง เช่น เมื่อกล้องที่ติดตั้งอยู่ภายนอกตัวบ้าน ได้ทำการตรวจจับและพบว่ามีรถยนต์ของเจ้าของบ้านขับเคลื่อนข้ามเส้นขอบเขตพื้นที่ (Boundary) ที่ตั้งค่ากำหนดไว้ ระบบสมองส่วนกลางนี้จะทำการส่งคำสั่งล่วงหน้าไปยังอุปกรณ์ Digital Door Lock ให้เตรียมพร้อมสำหรับการปลดล็อก พร้อม ๆ กับการเชื่อมโยงระบบไปยังสัญญาณ Smart IR Hub เพื่อสั่งเปิดเครื่องปรับอากาศและเปิดระบบไฟส่องสว่างภายในบ้านให้เริ่มทำงานในทันที โดยที่ตัวของเจ้าของบ้านไม่ต้องหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเพื่อกดสั่งงานใด ๆ 

ยิ่งไปกว่านั้น เพื่อทลายข้อจำกัดในเรื่องของ “ระบบปิด” (Closed Ecosystem) ที่ผู้บริโภคมักจะพบเจอเมื่อซื้ออุปกรณ์สมาร์ทโฮมต่างยี่ห้อมาใช้งานแล้วไม่สามารถเชื่อมต่อกันได้ แบรนด์ Tapo จึงได้พัฒนาแอพลิเคชั่นรองรับมาตรฐานกลาง Matter อย่างเต็มรูปแบบ เพื่อเปิดโอกาสให้อุปกรณ์สมาร์ทโฮมของ Tapo สามารถเชื่อมต่อและทำงานร่วมกับแพลตฟอร์มเทคโนโลยีอื่น ๆ ได้อย่างอิสระและไร้รอยต่อ โดยระบบทั้งหมดจะทำงานอยู่บนโครงสร้างเน็ตเวิร์กที่เสถียรสูงอย่าง Wi-Fi 6 และ Mesh Wi-Fi อันเป็นจุดแข็งของแบรนด์แม่อย่าง TP-Link

ทั้งนี้ ภายในงานยังได้มีการจัดพื้นที่ Experience Zone จำลองรูปแบบของบ้านจริงออกมาเป็น 5 โซนสำคัญ เพื่อให้ผู้ร่วมงานเห็นฟังก์ชันการทำงานจริง ประกอบด้วย โซนหน้าบ้าน (ตรวจจับรถและเปิดไฟอัตโนมัติ) โซน Living Room (ควบคุมผ่าน Smart Plug, IR Hub และ Central Hub) โซน Outdoor (สาธิตกล้องประเภทต่าง ๆ) โซนห้องครัว (ใช้งาน Sensor และ Smart Plug ป้องกันการลืมปิดเครื่องใช้ไฟฟ้า) และโซนห้องนอน (สั่งเปิดแอร์ล่วงหน้า หรือปิดไฟทั้งบ้านจากในห้องนอน) เพื่อพิสูจน์ให้เห็นถึงความง่ายและความลื่นไหลในการสร้างระบบนิเวศบ้านอัจฉริยะด้วยแอปพลิเคชันเดียว

เพื่อให้สมาร์ทโฮมเข้าถึงคนไทยได้มากขึ้น Tapo ได้ขยายช่องทางจัดจำหน่ายอย่างเต็มรูปแบบ ทั้งผ่านทางออนไลน์ Official Store ทุกแพลตฟอร์ม และทางออฟไลน์ผ่านร้านค้าไอทีชั้นนำ อาทิ Advice, JIB, IT City, Banana IT, AIS Shops, HomePro, Lotus’s, ไทวัสดุ และ BeTrend รวมถึงการเปิด Tapo Experience Store ในเซ็นทรัลแจ้งวัฒนะ และเซ็นทรัลเวสต์เกต และ Authorized Shop แบบ Standalone ในหัวเมืองใหญ่ อาทิ ขอนแก่น, นครศรีธรรมราช และกระบี่ เพื่อให้ลูกค้าได้เข้าไปทดลองสร้าง Scenario การใช้งานจริงก่อนตัดสินใจซื้อ 

I'm a Content Creator and Storyteller, and i love Shooting my daughter :><: