ในโลกของการท่องเที่ยวที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ข้อมูลจากแพลตฟอร์มดิจิทัลระดับโลกอย่าง Agoda มักจะเป็นเข็มทิศสำคัญที่บอกเราว่า “พฤติกรรมผู้บริโภค” กำลังเคลื่อนที่ไปในทิศทางไหน ล่าสุดกับการเปิดเผยอันดับจุดหมายปลายทางยอดนิยมประจำปี 2569 (Agoda’s Top Destination Rankings) ได้สะท้อนภาพชัดเจนว่า นักเดินทางยุคใหม่ไม่ได้มองหาเพียงแค่ “แลนด์มาร์คหลัก” อีกต่อไป แต่กำลังมุ่งหน้าสู่ “ประสบการณ์ที่แท้จริง” (Authentic Experience) และความคุ้มค่าที่เป็นหัวใจสำคัญ

เทรนด์ “Hidden Gems” ที่ไม่ใช่แค่ทางเลือก แต่คือทางหลัก

จากคำกล่าวของ นางสาวอรรคพร รอดคง ผู้อำนวยการประจำประเทศไทยของ Agoda สิ่งที่น่าสนใจที่สุดในปีนี้คือการที่นักเดินทางเริ่ม “มองไปไกลกว่าเดิม” (Beyond the familiar) ไม่ว่าจะเป็นชาวต่างชาติที่มาเที่ยวไทย หรือคนไทยที่ไปต่างประเทศ สถิติแสดงให้เห็นว่าจุดหมายปลายทางที่เคยอยู่นอกสายตา หรือเป็นเพียงเมืองรอง กำลังขยับขึ้นมาเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ ด้วยปัจจัยด้านวัฒนธรรม ความสะดวกในการเข้าถึง และความสวยงามทางธรรมชาติที่ยังไม่ถูกรบกวนมากนัก

1. เกาะช้าง: จากอันดับ 17 สู่เบอร์ 1 ของจุดหมายปลายทางดาวรุ่ง

หากจะพูดถึงความสำเร็จที่โดดเด่นที่สุดในไทยปีนี้ ต้องยกให้ “เกาะช้าง” ที่ก้าวกระโดดจากอันดับ 17 ในปี 2567 ขึ้นมาอยู่ที่อันดับ 12 ในปี 2568 และครองตำแหน่งอันดับหนึ่งในกลุ่มจุดหมายปลายทางดาวรุ่ง (Rising Destination) สำหรับนักเดินทางต่างชาติ

ทำไมต้องเกาะช้าง? * Accessibility (การเข้าถึง): ในยุคที่นักท่องเที่ยวให้ความสำคัญกับเวลาและความคุ้มค่า เกาะช้างตอบโจทย์ด้วยการเดินทางที่สะดวกจากกรุงเทพฯ โดยไม่ต้องพึ่งพาเที่ยวบินเสมอไป

  • Diverse Experience: เกาะช้างไม่ได้มีดีแค่ทะเล แต่มีระบบนิเวศที่ครบครัน ทั้งป่าฝน น้ำตก และกิจกรรมแนว Eco-Tourism เช่น การพายคายัค หรือการล่องเรือชมหิ่งห้อย ซึ่งตอบโจทย์เทรนด์ Sustainable Travel ที่กำลังมาแรงทั่วโลก
  • Value for Money: เมื่อเทียบกับหัวเมืองท่องเที่ยวใหญ่อย่างภูเก็ต หรือสมุย เกาะช้างยังคงมอบประสบการณ์ระดับพรีเมียมในราคาที่เข้าถึงได้ง่ายกว่า

2. นนทบุรี: เมื่อ “ความใกล้” ผสมผสานกับ “วัฒนธรรม”

ทางด้านตลาดในประเทศ (Domestic Market) สถิติที่น่าเซอร์ไพรส์คือการเติบโตของ จังหวัดนนทบุรี ที่ขยับขึ้นมาถึง 10 อันดับ (จากอันดับ 46 มาสู่ 36) กลายเป็นจุดหมายที่คนไทยให้ความสนใจเพิ่มขึ้นสูงสุด

นี่คือสัญญาณที่บอกว่าคนเมืองกำลังมองหาการพักผ่อนแบบ Staycation ที่ลึกซึ้งกว่าเดิม นนทบุรีไม่ใช่แค่เมืองผ่าน แต่คือพื้นที่ทางวัฒนธรรมริมน้ำเจ้าพระยาที่มีเสน่ห์เฉพาะตัว เช่น เกาะเกร็ด และชุมชนมอญ ซึ่งมอบประสบการณ์ “Slow Life” ในวันหยุดสุดสัปดาห์ได้โดยไม่ต้องเดินทางไกล

3. ปักกิ่ง: ปลายทางต่างประเทศที่คนไทยถวิลหา

สำหรับนักเดินทางชาวไทยที่มองหาทริปต่างประเทศ “กรุงปักกิ่ง” คือดาวรุ่งที่พุ่งแรงที่สุด โดยขยับขึ้นมา 8 อันดับ (จาก 39 มาสู่ 31)

ปัจจัยสนับสนุนหลักคาดว่ามาจากนโยบายความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวระหว่างไทย-จีน และความกระหายในการสำรวจมรดกโลก (World Heritage) ปักกิ่งในวันนี้ไม่ได้มีเพียงประวัติศาสตร์อย่างพระราชวังต้องห้าม แต่ยังมีไลฟ์สไตล์แบบ Urban และอาหารระดับโลกที่ดึงดูดใจนักท่องเที่ยว Gen Z และ Millennials ที่ชอบถ่ายภาพและแชร์ประสบการณ์บนโซเชียลมีเดีย

เมื่อนักท่องเที่ยวเริ่มกระจายตัวไปสู่เมืองรองมากขึ้น นี่คือโอกาสทองของธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) รวมถึงกลุ่มธุรกิจบริการ (Hospitality) ในพื้นที่เหล่านี้

  1. Hyper-local Content: แบรนด์ควรเน้นการเล่าเรื่อง (Storytelling) ที่ดึงจุดเด่นของท้องถิ่นออกมา
  2. Digital Integration: การที่ Agoda มีที่พักกว่า 6 ล้านแห่ง และกิจกรรมกว่า 3 แสนรายการ หมายความว่าการมีตัวตนบนแพลตฟอร์มดิจิทัล (Digital Presence) คือสิ่งที่ไม่สามารถมองข้ามได้
  3. Experience-centric: เลิกขายแค่ห้องพัก แต่ต้องขาย “ประสบการณ์” เช่น กิจกรรมดำน้ำ เดินป่า หรือเวิร์กชอปวัฒนธรรม

การขยับตัวของอันดับในครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นภาพสะท้อนของตลาดท่องเที่ยวที่เติบโตเต็มที่ (Mature Market) ซึ่งผู้บริโภคมีความต้องการที่เฉพาะเจาะจงมากขึ้น ใครที่จับเทรนด์นี้ได้ก่อน ย่อมมีโอกาสเป็นผู้ชนะในสมรภูมิการท่องเที่ยวปี 2026 นี้อย่างแน่นอน

I'm a Content Creator and Storyteller, and i love Shooting my daughter :><: