เคยรู้สึกไหมว่าในหนึ่งวันมี 24 ชั่วโมงเท่าเดิม แต่ทำไมบางคนถึงสร้างผลลัพธ์ได้มหาศาล ในขณะที่เราวิ่งวุ่นทำร้อยแปดอย่างแต่ชีวิตกลับย่ำอยู่กับที่?
คำตอบไม่ได้อยู่ที่ว่าเราขยันไม่พอ แต่อยู่ที่ว่าเรา โฟกัส ผิดจุด
ในโลกของการทำงานและการตลาดปัจจุบัน เรามักถูกสอนให้เชื่อว่า More is Better หรือทำเยอะไว้ก่อนดีกว่า กระจายความเสี่ยง ทำโปรเจกต์พร้อมกันหลาย ๆ ตัวคือคนเก่ง แต่ Gary Keller ผู้เขียนหนังสือ The One Thing กำลังจะบอกเราว่า นั่นคือกับดักที่อันตรายที่สุด เพราะความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่นั้น ล้วนเกิดจากสมการที่เรียบง่ายอย่างเหลือเชื่อ นั่นคือการทำ น้อย ให้ได้ มาก
วันนี้ Thumbsup จะพาไปแกะรอยวิธีคิดแบบ The One Thing ที่จะช่วยให้คุณตัดสิ่งรกสมอง แล้วมองเห็นเพชรเม็ดงามในกองงานที่ท่วมท้น เพื่อสร้างผลลัพธ์ระดับที่ไม่เคยมีใครพบเห็นมาก่อน

กับดักของคำว่าทำได้ทุกอย่าง
เริ่มต้นกันที่ Pain Point คลาสสิกของคนทำงานยุคนี้ คือความเชื่อที่ว่าเราเป็นยอดมนุษย์ เราอยากเรียนกีตาร์ เตะบอล เป็นอาจารย์พิเศษ และเป็นเชฟไปพร้อม ๆ กัน ซึ่ง Passion เป็นเรื่องดี แต่ความเป็นจริงคือทรัพยากรมนุษย์มีจำกัด โดยเฉพาะ เวลา และ พลังงาน
หนังสือเปรียบเทียบไว้อย่างน่าสนใจว่า ความสำเร็จก็เหมือนกับโดมิโน่ ถ้าคุณเรียงโดมิโน่ได้อย่างถูกต้อง การผลักโดมิโน่ตัวเล็ก ๆ เพียงตัวเดียว หรือ The One Thing จะสามารถส่งแรงกระแทกให้โดมิโน่ตัวที่ใหญ่ขึ้นล้มลงได้เรื่อย ๆ จนเกิดผลลัพธ์ที่ยิ่งใหญ่ แต่ถ้าคุณพยายามผลักโดมิโน่ทุกตัวพร้อมกัน… ไม่มีอะไรล้มเลยสักอย่าง
ความสำเร็จระดับ Google มีจุดเริ่มต้นจากการโฟกัสแค่ Search Engine, KFC เริ่มจากสูตรไก่ทอด หรือ Star Wars เริ่มจากหนังภาคแรกที่โฟกัสสุดพลัง การกระจายความสนใจไปหลายทางคือศัตรูตัวฉกาจของความสำเร็จระยะยาว
ทลาย 6 ความเชื่อผิด ๆ ที่ขวางทางสำเร็จ
Gary Keller ชี้ให้เห็นว่ามี คำโกหก 6 ข้อที่เรามักเผลอเชื่อ และมันฉุดรั้งเราไว้
- ทุกเรื่องสำคัญเท่ากัน: ไม่จริง! กฎ Pareto 80/20 ทำงานเสมอ จะมีงานเพียง 20% ที่สร้างผลลัพธ์ 80% หน้าที่ของคุณคือหางานชิ้นนั้นให้เจอ ไม่ใช่ทำ To-do list ให้เสร็จทุกข้อ แต่คือการทำ Success list ต่างหาก
- การทำงานหลายอย่างพร้อมกัน: นี่คือหายนะของ Productivity สมองคนเราไม่ได้ถูกออกแบบมาให้ประมวลผลซับซ้อนพร้อมกัน การสลับงานไปมาทำให้เสียเวลาและลดคุณภาพงานลง
- ชีวิตต้องมีระเบียบวินัยตลอดเวลา: ข่าวดีคือคุณไม่ต้องเป็นคนเป๊ะทุกกระเบียดนิ้ว คุณแค่ต้องมีวินัยมากพอที่จะสร้าง นิสัย ในเรื่องที่สำคัญที่สุด เมื่อนิสัยเกิดแล้ว วินัยก็ไม่จำเป็นอีกต่อไป ซึ่งโดยปกติแล้วจะใช้เวลาเฉลี่ย 66 วันในการสร้างนิสัยใหม่
- พลังใจมีให้ใช้ไม่จำกัด: พลังใจเหมือนแบตเตอรี่มือถือ มันหมดได้! ถ้าคุณใช้พลังใจไปกับการตัดสินใจเรื่องจุกจิกแต่เช้า พอถึงงานสำคัญตอนบ่ายคุณจะหมดไฟ ดังนั้น งานที่สำคัญที่สุด หรือ Your One Thing) ต้องทำตอนที่คุณมีพลังงานสูงสุด
- ชีวิตที่สมดุล: คำนี้เจ็บปวดแต่จริง การจะประสบความสำเร็จแบบสุดโต่ง คุณต้องยอมเทน้ำหนักไปที่เรื่องนั้น ๆ ช่วงเวลาหนึ่ง การพยายามรักษาสมดุลตรงกลางตลอดเวลา เท่ากับคุณไม่ได้ขับเคลื่อนอะไรไปข้างหน้าเลย
- เล่นใหญ่เป็นเรื่องแย่: อย่ากลัวที่จะคิดใหญ่ ความสำเร็จใหญ่ ๆ เริ่มต้นจากวิธีคิดที่ใหญ่เกินตัว แล้วค่อย ๆ หาวิธีไปถึงมัน การคิดเล็กคือการจำกัดศักยภาพตัวเองตั้งแต่ยังไม่เริ่ม
คำถามเดียวที่เปลี่ยนชีวิต
แล้วเราจะรู้ได้ยังไงว่าอะไรคือสิ่งเดียวที่เราต้องทำ? หนังสือเล่มนี้มอบเครื่องมือที่ทรงพลังที่สุดที่เรียกว่า The Focusing Question
“อะไรคือสิ่งเดียวที่ฉันทำได้ในตอนนี้ ซึ่งจะทำให้สิ่งอื่น ๆ ที่เหลือกลายเป็นเรื่องง่าย หรือไม่ต้องทำเลย?”
นี่ไม่ใช่แค่คำถาม แต่คือเข็มทิศ คุณใช้ถามตัวเองได้ทุกเรื่อง
- ธุรกิจ: อะไรคือสิ่งเดียวที่เราทำได้ เพื่อให้ยอดขายไตรมาสนี้ทะลุเป้า?
- สุขภาพ: อะไรคือสิ่งเดียวที่ทำแล้ว น้ำหนักจะลดลงและแข็งแรงขึ้น?
- ความสัมพันธ์: อะไรคือสิ่งเดียวที่ทำได้วันนี้ เพื่อให้ความสัมพันธ์กับคู่รักดีขึ้น?
คำถามนี้จะช่วยตัดสิ่งรบกวน และพาคุณพุ่งตรงไปที่แก่นทันที
กลยุทธ์ 3P หรือ Purpose, Priority, Productivity
การจะยืนระยะทำ The One Thing ได้ ต้องอาศัย 3P ที่เหมือนภูเขาน้ำแข็ง
- Purpose: ฐานรากที่อยู่ลึกสุด คุณต้องตอบให้ได้ว่าชีวิตนี้คุณต้องการอะไร? อะไรคือความสุขที่แท้จริง? เช่น Martin Seligman บิดาแห่งจิตวิทยาเชิงบวกบอกว่า ความหมาย หรือ Meaning คือกุญแจสำคัญ
- Priority: เมื่อมีเป้าหมาย คุณต้องแปลงมันเป็นแผนงาน จากแผน 5 ปี ย่อยลงมาเป็น 1 ปี, 1 เดือน, 1 สัปดาห์ และวันนี้
- Productivity: ส่วนยอดภูเขาน้ำแข็งที่เราเห็น คือการลงมือทำสิ่งนั้นให้เกิดผลลัพธ์สูงสุด
ส่องเทคนิค Time Blocking เพื่อความสำเร็จ
ทฤษฎีแน่นแล้ว มาสู่การปฏิบัติจริง เคล็ดลับคือ Time Blocking หรือการล็อกเวลาในปฏิทินไว้เลย
- Block เวลาให้ The One Thing: ขั้นต่ำ 4 ชั่วโมงต่อวัน เพื่อทำสิ่งเดียวที่สำคัญที่สุด ช่วงเวลานี้ห้ามใครรบกวน ปิดมือถือ ปิดอีเมล สร้างบังเกอร์ส่วนตัว
- Block เวลาสำหรับการวางแผน: เพื่อทบทวนว่าเรายังอยู่บนเส้นทางที่ถูกต้องไหม
- Block เวลาพักผ่อน: สำคัญมาก เพราะเราต้องชาร์จแบตเตอรี่เพื่อกลับมาลุยต่อ
ศัตรูของการ Time Blocking คือความเกรงใจและการไม่กล้าปฏิเสธ คุณต้องกล้าพูดว่าไม่กับเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับเป้าหมายหลัก และต้องจัดการสิ่งแวดล้อมไม่ให้เป็นอุปสรรค
Thumbsup มองว่า The One Thing ไม่ได้ให้แค่การอ่านหนังสือ How-to แต่มันคือการ Set Zero วิธีคิดในการใช้ชีวิต
ในมุมมองของคนทำงานสาย Tech และ Marketing ที่ต้องเจอกับเทรนด์ใหม่ ๆ ทุกวัน เดี๋ยว AI มา เดี๋ยว Algorithm เปลี่ยน ความพยายามที่จะตามให้ทันทุกอย่างมักจบลงด้วยความว่างเปล่า บทเรียนสำคัญจากเล่มนี้คือการกล้าที่จะ เลือก
การเลือกโฟกัสสิ่งเดียว ไม่ได้แปลว่าเราจะทิ้งสิ่งอื่นไปตลอดกาล แต่มันคือการจัดลำดับความสำเร็จทีละขั้น เหมือนการล้มโดมิโน่ ถ้าวันนี้คุณรู้สึกว่างานล้นมือแต่ผลลัพธ์ไม่เกิด ลองหยุดวิ่ง แล้วถามตัวเองด้วย The Focusing Question ดู โดยเฉพาะ
อะไรคือสิ่งเดียวที่คุณทำได้ในวันนี้… ที่จะเปลี่ยนเกมธุรกิจหรือชีวิตคุณไปตลอดกาล?
หาให้เจอ แล้วทุ่มเทให้กับมันอย่างสุดตัว นั่นแหละคือหนทางของความสำเร็จที่แท้จริง
อ่านเพิ่มเติม



