หากเอ่ยชื่อ “ทิพสมัย ผัดไทยประตูผี” คงไม่มีผู้บริโภคหรือนักการตลาดคนใดปฏิเสธว่านี่คือหนึ่งในแบรนด์ที่เป็นสัญลักษณ์สำคัญของวัฒนธรรมอาหารสตรีทฟู้ดไทยที่แข็งแกร่งที่สุด แบรนด์นี้เดินทางผ่านกาลเวลาและประวัติศาสตร์เศรษฐกิจการเมืองไทยมานานกว่า 84 ปี นับตั้งแต่ยุคจอมพล ป. พิบูลย์สงคราม ที่เริ่มส่งเสริมให้ผัดไทยกลายเป็นอาหารประจำชาติเพื่อแก้ปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจข้าวยากหมากแพง จากจุดเริ่มต้นในอดีตที่เสิร์ฟผัดถั่วงอกสูตรดั้งเดิม จนกระทั่งพัฒนาสูตรมาสู่การใส่เต้าเจี้ยว หอมแดง และกุ้งสดอันเป็นเอกลักษณ์ลือชื่อในย่านประตูผี

อย่างไรก็ตาม ในโลกธุรกิจยุคปัจจุบันที่พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ประกอบกับการเกิดขึ้นของความท้าทายใหม่ ๆ ในยุคดิจิทัล การพึ่งพาเพียงยอดขายจากโมเดลหน้าร้าน ทั้ง 4 สาขาอาจไม่ใช่คำตอบที่ยั่งยืนและสามารถสร้างการเติบโตแบบก้าวกระโดดได้อีกต่อไป วันนี้ “ทิพสมัย” กำลังสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ด้วยการนำคุณค่าดั้งเดิมของแบรนด์ มาต่อยอดผ่านนวัตกรรมและการทรานส์ฟอร์มผลิตภัณฑ์ เพื่อรุกตลาดโมเดิร์นเทรดและการส่งออกอย่างเต็มตัว นับเป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจอย่างยิ่งในแง่ของกลยุทธ์การขยายสเกลธุรกิจ

จาก “สตรีทฟู้ดริมทาง” สู่ครัวโลก

นวัตกรรม Frozen Food และ Cup Noodle ตอบโจทย์ Global Demand

ความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของร้านอาหารระดับตำนานเมื่อต้องการขยายธุรกิจข้ามพรมแดน คือ ทำอย่างไรให้รสชาติตั้งเดิมที่เคยปรุงสด ๆ หน้าร้าน สามารถเดินทางไปถึงมือผู้บริโภคที่อยู่ห่างออกไปนับพันนับหมื่นกิโลเมตรได้โดยไม่สูญเสียคุณภาพและรสสัมผัสที่เป็นอัตลักษณ์ ทิพสมัยได้เริ่มต้นพัฒนาผลิตภัณฑ์กลุ่มอาหารแช่แข็ง (Frozen Food) และบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแบบถ้วย มาตั้งแต่ปีที่ผ่านมา โดยมีเป้าหมายหลักในการเพิ่มขีดความสามารถด้านการส่งออกและการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายในวงกว้าง

จากการสำรวจผลตอบรับ ของตลาด พบว่ากลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามจากผู้บริโภคคือ ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของ “มันกุ้ง” และสูตร “ศีสมุทร” รวมไปถึงเมนูยอดนิยมอย่าง “ยำวุ้นเส้นแช่แข็ง” ซึ่งกลายเป็นกลุ่มสินค้าดาวเด่นที่สร้างการเติบโตอย่างรวดเร็ว การเปลี่ยนผ่านในครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการยืดอายุอาหาร แต่เป็นการสร้าง “สะพานเชื่อมวัฒนธรรม” ให้ต่างชาติและผู้บริโภคในต่างแดนสามารถเข้าถึงรสชาติระดับตำนานได้ง่ายที่สุดผ่านช่องทางซูเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำทั่วโลก

ที่น่าสนใจคือ การพัฒนาสินค้าสำเร็จรูปของทิพสมัยมีกลยุทธ์การตลาดแบบสองทาง กล่าวคือ ในด้านหนึ่งสามารถสร้างความสะดวกสบายให้ลูกค้าซื้อกลับไปรับประทานที่บ้านได้ทันที แต่อีกด้านหนึ่ง สินค้าเหล่านี้ทำหน้าที่เป็นเครื่องมือสร้างการรับรู้เพื่อกระตุ้นและดึงดูดให้ผู้บริโภค โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติ เกิดความต้องการเดินทางกลับมาสัมผัสประสบการณ์การรับประทานอาหารปรุงสดที่หน้าร้านต้นตำรับในประเทศไทยเมื่อมีโอกาส

คอนเซปต์ “Yesterday – Today – Every day”

กลยุทธ์มัดใจ Gen Z และกลุ่มผู้บริโภคยุคใหม่

ความสำเร็จในการรักษาความนึกคิดของแบรนด์ ของทิพสมัยไม่ได้หยุดอยู่แค่กลุ่มลูกค้าดั้งเดิม แต่ยังสามารถแทรกซึมเข้าไปในใจของกลุ่มคนรุ่นใหม่และกลุ่มวัยรุ่นได้อย่างทรงพลัง ผ่านการวางกลยุทธ์การสื่อสารภายใต้แนวคิด “Yesterday – Today – Every day”

  • Yesterday : การสะท้อนคุณค่าทางประวัติศาสตร์ รากเหง้า และเรื่องราวความยาวนานกว่า 84 ปี ที่กลายเป็นสินทรัพย์ที่จับต้องไม่ได้ (Intangible Asset) ซึ่งไม่มีคู่แข่งคนใดสามารถเลียนแบบได้
  • Today : ประสบการณ์ที่ผู้บริโภคสามารถสัมผัสได้จริงในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางไปต่อคิวที่ร้าน หรือการได้รับประทานอาหารคุณภาพเยี่ยมที่ควบคุมมาตรฐานอย่างดีในทุกสาขา
  • Every day: การเปลี่ยนภาพลักษณ์ของผัดไทยจากการเป็น “อาหารมื้อพิเศษที่ต้องไปต่อคิว” ให้กลายมาเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ประจำวัน ผ่านสินค้าพร้อมทาน (Ready-to-Eat) ที่หาซื้อได้ง่ายและรับประทานได้ทุกวัน

แนวคิดนี้สามารถแก้ปัญหา ของกลุ่มคนไทยในต่างแดน หรือกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ต้องการความรวดเร็วแต่ไม่ยอมประนีประนอมกับเรื่องรสชาติ นอกจากนี้ แบรนด์ยังได้ขยายช่องทางการเข้าถึงระดับพรีเมียมด้วยการร่วมมือกับสายการบินระดับชาติอย่าง การบินไทย (Thai Airways) ในการเสิร์ฟเมนูข้าวผัดและผัดไทยบนเที่ยวบิน ซึ่งได้รับเสียงตอบรับที่ดีจากผู้โดยสารทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ช่วยยกระดับภาพลักษณ์ของแบรนด์สู่สายตาประชาคมโลกได้อย่างมีชั้นเชิง

เจาะโครงสร้างรายได้ 60:40

และการทลายกำแพงในสมรภูมิส่งออก

เมื่อพลิกดูตัวเลขและโครงสร้างทางธุรกิจในปัจจุบัน รายได้หลักของทิพสมัยถูกแบ่งสัดส่วนออกเป็น รายได้ภายในประเทศ 60% และรายได้จากการส่งออกไปยังต่างประเทศ 40% โดยมีตลาดหลักในแถบเอเชีย ได้แก่ เกาหลีใต้ สิงคโปร์ และฮ่องกง รวมถึงการส่งออกไปยังมาเลเซีย สหรัฐอเมริกา และประเทศในแถบยุโรปตะวันออกอย่างจอร์เจีย

อย่างไรก็ตาม เส้นทางการเติบโตในตลาดต่างประเทศไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ทิพสมัยยอมรับว่ามีข้อจำกัดและเงื่อนไขด้านกฎระเบียบการนำเข้าอาหารของแต่ละประเทศที่เข้มงวดและซับซ้อน ซึ่งแบรนด์ต้องใช้เวลาในการปรับตัวและเจรจาอย่างละเอียด ยกตัวอย่างเช่น ตลาดเกาหลีใต้ที่ต้องใช้ระยะเวลาในการหารือยาวนานกว่าจะผ่านเกณฑ์มาตรฐาน ในขณะที่ตลาดใหญ่อย่างสหรัฐอเมริกาก็ใกล้ที่จะประสบความสำเร็จในการอนุมัติเพื่อวางจำหน่ายอย่างเต็มรูปแบบในเร็ว ๆ นี้ ซึ่งจะช่วยผลักดันให้สัดส่วนรายได้จากการส่งออกเติบโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

“แบรนด์ดิ้งสำคัญกว่ามาร์จิ้น”

การเติบโตอย่างยั่งยืนเคียงข้างสังคม

สิ่งหนึ่งที่ทำให้ทิพสมัยสามารถยืนหยัดอย่างสง่างามท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลง คือปรัชญาการทำธุรกิจที่เฉียบคม แบรนด์มองว่า “ผลกำไรและมาร์จิ้นในระยะสั้นไม่ใช่สิ่งสำคัญที่สุด เท่ากับการสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักและครองใจผู้บริโภคในระยะยาว” ในสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันที่ต้นทุนวัตถุดิบและค่าครองชีพปรับตัวสูงขึ้น แบรนด์เลือกที่จะบริหารจัดการประสิทธิภาพภายในเพื่อตรึงราคาสินค้าไว้ให้นานที่สุด ควบคู่ไปกับการรักษามาตรฐานคุณภาพที่เข้มงวด โดยไม่เลือกวิธีลดต้นทุนที่อาจส่งผลกระทบต่อคุณค่าของอาหาร

สำหรับกลยุทธ์การขยายสาขา ทิพสมัยยังคงยึดมั่นในนโยบายที่เน้นคุณภาพมากกว่าปริมาณโดยไม่เน้นการเปิดสาขาจำนวนมากเพื่อสร้างยอดขายระยะสั้น แต่ต้องการให้มั่นใจว่าทีมบริหารสามารถควบคุม ดูแล และตรวจสอบคุณภาพในทุกมิติของแต่ละสาขาได้อย่างทั่วถึงจริงๆ

ยิ่งไปกว่านั้น ทิพสมัยยังสร้างโมเดลธุรกิจที่มีความรับผิดชอบต่อสังคม โดยรายได้หลักส่วนหนึ่งที่ได้จากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ผัดไทยแช่แข็ง จะถูกจัดสรรนำไปร่วมทำบุญและบริจาคเงินให้กับองค์กรสาธารณกุศลอย่างสม่ำเสมอ เช่น มูลนิธิรามาธิบดี และมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง สะท้อนถึงการเป็นแบรนด์ธุรกิจที่เติบโตร่วมกับสังคมไทยอย่างแท้จริง

ก้าวต่อไปของทิพสมัย

อาวุธลับกลุ่มเมนูใหม่ที่พร้อมบุกตลาด

หลังจากความสำเร็จของผัดไทยและยำวุ้นเส้นในรูปแบบนวัตกรรมอาหารแช่แข็ง ทิพสมัยไม่ได้หยุดนิ่งอยู่กับที่ แต่เตรียมพร้อมที่จะขยายพอร์ตโฟลิโอสินค้าสำเร็จรูป เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น โดยเตรียมเปิดตัวและวางจำหน่ายกลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารใหม่ ๆ สู่ตลาดโมเดิร์นเทรดในทันที ประกอบด้วย กลุ่มอาหารสุกี้, ต้มยำ, บะหมี่หมูตุ๋น, ผัดพริกเกลือ และข้าวต้ม ซึ่งในปัจจุบันเริ่มมีคู่ค้าทางธุรกิจและผู้บริโภคแสดงความสนใจและสั่งจองเข้ามาเป็นจำนวนมากแล้ว

การทรานส์ฟอร์มธุรกิจของ “ทิพสมัย ผัดไทยประตูผี” ในครั้งนี้ เป็นบทพิสูจน์ที่ชัดเจนสำหรับคนทำธุรกิจว่า แบรนด์ดั้งเดิมที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน ไม่จำเป็นต้องยึดติดอยู่กับกรอบความสำเร็จเดิม ๆ หากรู้จักนำ “คุณค่าของแบรนด์” มาผสานรวมเข้ากับนวัตกรรมและวิสัยทัศน์การตลาดระดับสากล แบรนด์ไทยก็สามารถเติบโตและปักหมุดบนเวทีโลกได้อย่างไร้ขีดจำกัด

I'm a Content Creator and Storyteller, and i love Shooting my daughter :><: