ปี 2568 กลายเป็นปีที่อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศไทยต้องเผชิญกับ บททดสอบ ครั้งใหญ่ที่สุดในรอบทศวรรษ (หากไม่นับรวมช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19) จากข้อมูลล่าสุดของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และการรายงานของสำนักข่าว Bloomberg พบว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติสะสมตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 28 ธันวาคม 2568 อยู่ที่ 32,625,741 คน ซึ่งเมื่อปิดสิ้นปีตัวเลขสรุปอยู่ที่ประมาณ 33 ล้านคน ตัวเลขนี้ไม่ใช่แค่ตัวเลขที่ลดลง แต่นี่คือการติดลบครั้งแรกในรอบหลายปีที่สะท้อนถึงความเปราะบางของภาคบริการไทย

เมื่อปัจจัยลบรุมเร้าเกินต้านทาน
ตลอดปี 2568 อุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยเผชิญกับภาวะ Perfect Storm หรือพายุที่ถาโถมเข้ามาจากทุกทิศทาง การลดลงของจำนวนนักท่องเที่ยวที่ 7.29% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ไม่ได้เกิดขึ้นจากสาเหตุเดียว แต่เป็นผลพวงจากวิกฤตความเชื่อมั่นและเหตุการณ์ไม่คาดฝัน
- วิกฤตความปลอดภัยและภาพลักษณ์: จุดเริ่มต้นของปี 2568 เต็มไปด้วยความยากลำบาก โดยเฉพาะในตลาดจีนซึ่งเป็นตลาดหลัก เหตุการณ์การลักพาตัวนักแสดงชื่อดัง หวัง ซิง ที่ถูกนำไปกักขังในศูนย์มิจฉาชีพในประเทศเพื่อนบ้านหลังจากเดินทางเข้าไทย กลายเป็นข่าวใหญ่ที่ทำลายความเชื่อมั่นอย่างรุนแรง แม้เจ้าตัวจะได้รับความช่วยเหลือ แต่ภาพลักษณ์ความปลอดภัยของไทยในสายตาชาวจีนก็ได้รับความเสียหายอย่างหนัก
- ภัยธรรมชาติและภูมิรัฐศาสตร์: ประเทศไทยยังต้องรับมือกับแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ที่สุดในรอบศตวรรษในเมียนมาที่ส่งผลกระทบถึงไทย, ความขัดแย้งชายแดนไทย-กัมพูชาที่ทวีความรุนแรง, ปัญหาน้ำท่วมหนักในภาคใต้ช่วงปลายปี และสถานการณ์ทางการเมืองภายในประเทศที่นำไปสู่การเปลี่ยนผ่านรัฐบาลชุดใหม่ สิ่งเหล่านี้คือปัจจัยลบที่นักท่องเที่ยวใช้ประกอบการตัดสินใจหลีกเลี่ยงการเดินทาง

ผ่าโครงสร้างตลาดนักท่องเที่ยว
ข้อมูลจากกระทรวงการท่องเที่ยวฯ ระบุกลุ่มนักท่องเที่ยวสูงสุด 5 อันดับแรกไว้อย่างน่าสนใจ
- มาเลเซีย: 4,480,937 คน
- จีน: 4,438,351 คน
- อินเดีย: 2,463,620 คน
- รัสเซีย: 1,870,011 คน
- เกาหลีใต้: 1,544,355 คน
การที่มาเลเซียขึ้นแซงหน้าจีนสะท้อนให้เห็นว่า ตลาดระยะสั้น หรือ Short-haul มีความอ่อนไหวต่อข่าวสารน้อยกว่า แต่ในขณะเดียวกันก็สะท้อนว่าเราไม่สามารถดึงดูดกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพที่มีกำลังซื้อสูงและพำนักยาวอย่างกลุ่มจีนให้กลับมาได้เท่าที่ควร นอกจากนี้ ปัจจัยเรื่อง ค่าเงินบาทที่แข็งตัว ยังเป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้ความคุ้มค่าในการใช้จ่ายของไทยลดลงเมื่อเทียบกับประเทศคู่แข่งในภูมิภาค
ปริมาณลด รายได้หดตัวตาม
ในเชิงรายได้ การท่องเที่ยวจากต่างชาติสร้างเม็ดเงินได้ 1.5 ล้านล้านบาท ลดลง 4.7% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา หากพิจารณารวมรายได้จากนักท่องเที่ยวไทย รายได้รวมอยู่ที่ 2.7 ล้านล้านบาท ลดลง 1.3% ตัวเลขนี้บ่งชี้ว่า การท่องเที่ยวในประเทศ ยังพอเป็นเกราะป้องกันได้บ้าง แต่ไม่เพียงพอที่จะชดเชยการสูญเสียรายได้จากต่างชาติที่มี Margin สูงกว่า
บทเรียนสำคัญจากวิกฤต 2568
สำหรับนักการตลาดและผู้ประกอบการท่องเที่ยว บทเรียนจากปี 2568 คือการที่ Branding ของประเทศไม่ได้ขึ้นอยู่กับเพียงแค่ ทรัพยากรธรรมชาติ อีกต่อไป แต่ขึ้นอยู่กับ Safety & Trust
- Data-Driven Crisis Management: แบรนด์ท่องเที่ยวต้องเรียนรู้การจัดการภาวะวิกฤตบนโลกโซเชียลอย่างรวดเร็ว การปล่อยให้ข่าวลบฝังรากลึกในแพลตฟอร์มอย่าง Weibo หรือ TikTok โดยไม่มีการแก้เกมที่ทรงพลัง คือความผิดพลาดเชิงกลยุทธ์
- Adaptation of Ease of Traveling: มาตรการอำนวยความสะดวกของรัฐบาล เช่น การยกเว้นวีซ่า หรือการอำนวยความสะดวกที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง เป็นเพียงพื้นฐาน แต่ไม่ใช่แม่เหล็กในการดึงคนกลับมาในช่วงวิกฤตความเชื่อมั่น
เป้าหมาย 36.7 ล้านคน และการลงทุนครั้งใหม่
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) โดยผู้ว่าฯ ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ตั้งเป้าหมายในปี 2569 ไว้อย่างท้าทายที่ 36.7 ล้านคน โดยมีแผนยุทธศาสตร์ดังนี้
- Focus on Short-haul: คาดการณ์ว่านักท่องเที่ยวจากตลาดระยะสั้นจะคิดเป็น 70% ของทั้งหมด เนื่องจากพฤติกรรมการเดินทางที่เน้นความคล่องตัวและตัดสินใจเร็ว
- The China Recovery: ตั้งเป้าดึงนักท่องเที่ยวจีนให้กลับมาที่ 6.7 ล้านคน ซึ่งเท่ากับระดับปี 2567 โดยเน้นการสร้างความเชื่อมั่นเรื่องความปลอดภัยเป็นลำดับแรก
- Niche Markets: รัสเซียและอินเดียยังคงเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูงในการเติบโต โดยเฉพาะกลุ่ม Digital Nomad และ Family Travel
Thumbsup มองว่า ปี 2568 คือสัญญาณเตือนว่าความสำเร็จในอดีตไม่ใช่เครื่องการันตีอนาคต ท่ามกลางโลกที่ผันผวนทั้งด้านเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ ภาคการท่องเที่ยวไทยต้องเร่งปรับตัวจากการเน้น ปริมาณ ไปสู่ คุณภาพและความยั่งยืน หากต้องการบรรลุเป้าหมายปี 2569 เราไม่เพียงแต่ต้องการมาตรการจากรัฐ แต่ต้องการการยกระดับมาตรฐานบริการและความปลอดภัยจากภาคเอกชนทั้งหมด เพื่อกอบกู้ความเชื่อมั่นของ Siam Smile ให้กลับมาอย่างแข็งแกร่งอีกครั้ง
อ่านเพิ่มเติม



