กระแส Cat Economy ในไทยตอนนี้ไม่ได้เป็นแค่เทรนด์ชั่วครั้งชั่วคราว แต่กลายเป็นปรากฏการณ์ที่แบรนด์ระดับโลกต้องหันมาขยับตัวครั้งใหญ่ ข้อมูลจาก ttb analytics และ Mars Global Pet Parents Survey เผยให้เห็นตัวเลขที่น่าสนใจว่าประชากรแมวในไทยโตไวถึง 28% ต่อปี และเจ้าของกว่า 71% มองน้องแมวเป็น “สมาชิกในครอบครัว” อย่างเต็มตัว
วิสกัส® (WHISKAS®) ผู้นำตลาดอาหารแมวระดับโลก ภายใต้ มาร์ส เพ็ทแคร์ ได้ตัดสินใจสร้างปรากฏการณ์ “โชคดีที่มีแมว” ผ่านการเปิดตัวประติมากรรม ‘Lucky Cat’ สูง 10 เมตร ณ สยามสแควร์ เพื่อสื่อสาร Message สำคัญที่มากกว่าความน่ารัก
Insight ที่แบรนด์ค้นพบ รักมาก…แต่ยังสับสน
แม้คนไทยจะยอมเปย์ให้ลูกรักสี่ขาเฉลี่ยถึง 50,500 บาทต่อปี แต่จากผลวิจัย WHISKAS® Purr Study ที่สำรวจกลุ่มตัวอย่างกว่า 2,000 คน กลับพบ “ช่องว่าง” ที่น่าตกใจในด้านความรู้
- 71% ของคนเลี้ยงแมวรักแมวเหมือนลูก
- มีเพียง 17% เท่านั้นที่มั่นใจว่าตัวเองมีความรู้เรื่องโภชนาการแมวเป็นอย่างดี
- 39% ยอมรับว่าสับสนกับข้อมูลที่ขัดแย้งกันบนโลกออนไลน์
- 60% เลือกหาความรู้ผ่าน Social Media ซึ่งอาจไม่ได้ถูกต้องตามหลักวิทยาศาสตร์เสมอไป
กลยุทธ์ ‘Lucky Cat’ เปลี่ยนความเชื่อเรื่อง ‘โชค’ ให้เป็น ‘สุขภาพ’
วิสกัส® จึงเลือกใช้สัญลักษณ์ “แมวกวัก” หรือ Lucky Cat มาเป็นตัวแทนในการสื่อสารภายใต้แนวคิด “แมวที่มีสุขภาพดี คือแมวที่โชคดี” เพื่อบอกว่าโชคลาภที่แท้จริงของแมวไม่ได้มาจากดวง แต่มาจากการที่เจ้าของเลือกอาหารที่มีโภชนาการครบถ้วนและสมดุล
ดร. ซูซาน หว่าน ผู้อำนวยการกลุ่มประเทศมาเลเซีย สิงคโปร์ และไทย มาร์ส เพ็ทแคร์ ให้ทัศนะที่น่าสนใจว่า ในฐานะที่ดูแลสัตว์เลี้ยงกว่า 455 ล้านตัวทั่วโลก บทบาทของมาร์สไม่ใช่แค่ขายสินค้า แต่คือการสร้าง Awareness ให้คนเลี้ยงแมวเข้าใจความต้องการทางชีวภาพของแมว เช่น ความต้องการทอรีน กรดอะมิโน และแร่ธาตุที่ต่างจากมนุษย์อย่างสิ้นเชิง

กรุงเทพฯ สู่การเป็น Pet-Friendly City
อีเวนต์นี้ยังได้รับเกียรติจาก คุณชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร มาร่วมยืนยันวิสัยทัศน์ที่อยากให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่เป็นมิตรกับสัตว์เลี้ยง การมีแลนด์มาร์คอย่าง Lucky Cat ไม่เพียงแต่สร้างสีสัน แต่ยังสะท้อนถึงการเป็นชุมชนที่ใส่ใจในสุขภาวะของสัตว์เลี้ยงอย่างรับผิดชอบ
กรณีศึกษาของ วิสกัส® ในครั้งนี้ แสดงให้เห็นว่าการทำ Brand Activation ในยุคนี้ไม่ได้จบแค่การสร้าง Landmark ให้คนมาถ่ายรูปกับดาราแม่เหล็กอย่าง เอิร์ท-มิกซ์ เท่านั้น แต่หัวใจสำคัญคือการหยิบเอา Data/Insight มาเปลี่ยนเป็น Education ที่ย่อยง่าย สนุก และจับต้องได้ เพื่อเปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภคจาก “ทาสที่รักด้วยอารมณ์” ให้เป็น “ทาสที่ดูแลด้วยองค์ความรู้” ซึ่งจะนำไปสู่ Brand Loyalty ที่ยั่งยืนในที่สุด




