ในโลกของการทำงานและการใช้ชีวิตที่หมุนเร็วยิ่งกว่าเดิม หลายคนอาจจะเคยรู้สึกว่าตัวเองกำลังเดินตามกฎที่ใครก็ไม่รู้เป็นคนเขียนขึ้นมา กฎที่บอกให้เราเจียมเนื้อเจียมตัว กฎที่บอกให้เรารอโอกาส หรือกฎที่บอกว่าความสำเร็จมีที่ว่างจำกัด แต่เชื่อไหมว่า ในยุคที่ Disruption เกิดขึ้นทุกวินาที การทำตามกฎเดิม ๆ อาจไม่ใช่ Safe Zone อีกต่อไป แต่มันคือ Killing Zone ที่จะทำให้เราหายไปจากระบบนิเวศทางธุรกิจ
วันนี้ Thumbsup หยิบหนังสือเล่มเล็กแต่ทรงพลังอย่าง WOLFPACK ของ Abby Wambach อดีตนักฟุตบอลหญิงทีมชาติสหรัฐฯ เจ้าของเหรียญทองโอลิมปิกและแชมป์โลก มาสรุปให้เพื่อน ๆ นักการตลาดและคนทำงานได้อ่านกัน หนังสือเล่มนี้ไม่ได้พูดเรื่องการเตะบอล แต่พูดเรื่อง Mindset ของผู้นำ ที่กล้าจะฉีกกฎเก่าทิ้ง แล้วสร้างกฎใหม่ขึ้นมาด้วยสัญชาตญาณของ หมาป่า
ทำไมต้องเป็นหมาป่า? และทำไมเราถึงต้องสนใจแนวคิดนี้? ลองมาเจาะลึกไปพร้อมกัน

เมื่อกฎเก่าใช้ไม่ได้ผลในเกมใหม่
จุดเริ่มต้นของเรื่องราวนี้ น่าสนใจตรงที่ Abby Wambach เล่าถึงชีวิตหลังจากแขวนสตั๊ดในปี 2015 จากที่เคยเป็นซูเปอร์สตาร์ในสนาม มีทีมงานคอยซัพพอร์ต มีเป้าหมายที่ชัดเจนคือชัยชนะ จู่ ๆ เธอก็พบว่าตัวเองต้องเผชิญโลกความจริงเพียงลำพัง ต้องหารายได้ ต้องต่อสู้กับความไม่ยุติธรรม เช่น เรื่องค่าตอบแทนนักกีฬาหญิงที่น้อยกว่าชายมหาศาล
ความรู้สึกนี้ไม่ต่างอะไรกับคนทำงานยุคนี้ที่อาจจะเคยประสบความสำเร็จในตำแหน่งหนึ่ง แต่พอเทคโนโลยีเปลี่ยน หรือต้องย้ายสายงาน เรากลับรู้สึกเหมือนเริ่มจากศูนย์ ความกลัว ความไม่มั่นใจ เริ่มกัดกินความทะเยอทะยานของเรา
สิ่งที่ Abby ค้นพบคือ ตลอดเวลาที่ผ่านมา สังคมสอนให้เรา โดยเฉพาะผู้หญิง แต่จริง ๆ ก็รวมถึงผู้ชายในบางบริบท เป็นเหมือน หนูน้อยหมวกแดง ที่ต้องเดินตามเส้นทางที่กำหนดไว้ ห้ามออกนอกลู่นอกทาง ห้ามเถียง และต้องพอใจกับสิ่งที่ได้รับ แต่ในความเป็นจริง ความสำเร็จในยุคศตวรรษที่ 21 ไม่ได้ต้องการคนที่เชื่อง แต่ต้องการคนที่กล้าที่จะกำหนดเส้นทางของตัวเอง
คุณคือหมาป่าที่ระบบนิเวศขาดไม่ได้
หนึ่งในการเปรียบเปรยที่เฉียบคมที่สุดในหนังสือเล่มนี้ คือเรื่องราวของ หมาป่าในอุทยานแห่งชาติเยลโลว์สโตน
ย้อนกลับไปก่อนปี 1995 อุทยานแห่งนี้ไม่มีหมาป่า หลายคนคิดว่าดีแล้ว ระบบนิเวศจะได้สงบสุข แต่ความจริงคือตรงกันข้าม กวางมีจำนวนมากเกินไปจนกินพืชพันธุ์เสียหาย แม่น้ำตลิ่งพังทลาย สภาพแวดล้อมเสื่อมโทรม จนกระทั่งมีการนำหมาป่ากลับเข้ามา
เชื่อไหมว่า การมีอยู่ของนักล่าอย่างหมาป่า ไม่ได้ทำลายระบบ แต่กลับกอบกู้มัน หมาป่าช่วยควบคุมประชากรกวาง ทำให้ต้นไม้กลับมาเขียวขจี รากไม้ช่วยยึดหน้าดิน แม่น้ำกลับมาไหลเวียนดีขึ้น สัตว์อื่น ๆ ก็กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง
ในโลกธุรกิจและการตลาดก็เช่นกัน เรามักกลัวคนที่เป็นหมาป่า หรือคนที่มีความคิดแตกต่าง คนที่กล้าท้าทายระบบเดิม ๆ เรามักมองว่าพวกเขาเป็นตัวปัญหา แต่จริง ๆ แล้ว องค์กรต้องการคนเหล่านี้ที่สุด คนที่กล้าจะตั้งคำถามว่า ทำไมเราต้องทำแบบนี้? คนที่ไม่กลัวที่จะลองโมเดลธุรกิจใหม่ ๆ หรือแคมเปญการตลาดที่แหวกแนว เพราะคนเหล่านี้แหละคือผู้ที่จะทำให้ระบบนิเวศของบริษัทรอด และเติบโตต่อไปได้
ดังนั้น อย่ากลัวที่จะเป็นหมาป่าในห้องประชุม อย่ากลัวที่จะเสนอไอเดียที่ดูบ้าบิ่น เพราะนั่นอาจเป็นสิ่งที่ทีมของคุณต้องการที่สุดในตอนนี้
ผู้นำที่แท้จริงไม่ได้ยืนอยู่แค่หน้าแถว
อีกหนึ่งประเด็นที่คิดว่าเป็น Pain Point ของคนทำงานหลายคน คือนิยามของคำว่า Leader
เราถูกปลูกฝังมาว่า ผู้นำ ต้องคือคนที่ยืนอยู่ข้างหน้า ต้องเป็น CEO ต้องเป็นคนถือไมค์ หรือเป็นคนยิงประตูชัยเท่านั้น ถ้าไม่ได้เป็นคนคนนั้น แปลว่าเราล้มเหลว?
Abby Wambach เล่าถึงเหตุการณ์ในฟุตบอลโลกครั้งสุดท้ายของเธอ ซึ่งเธอต้องนั่งเป็นตัวสำรอง สำหรับนักกีฬาระดับตำนาน การนั่งข้างสนามคือฝันร้าย มันทำลายอีโก้และความมั่นใจ แต่ในวินาทีนั้น เธอเลือกที่จะเปลี่ยนมุมมอง
“ถ้าคุณเป็นผู้นำตอนนั่งข้างสนามไม่ได้ คุณก็เรียกตัวเองว่าผู้นำตอนอยู่ในสนามไม่ได้เช่นกัน”
นี่คือ Mindset ที่สำคัญมาก ในการทำงานจริง เราไม่ได้เป็น Project Lead ในทุกโปรเจกต์ บางครั้งเราต้องเป็นผู้ตาม บางครั้งเราต้องเป็นฝ่ายซัพพอร์ต แต่การที่เราไม่ได้เป็นคนสปอตไลท์ส่อง ไม่ได้แปลว่าเราไม่มีบทบาท ความเป็นผู้นำคือการดูแลทีม ไม่ว่าจะอยู่ในสถานะไหน การส่งน้ำให้น้องในทีม การให้กำลังใจเพื่อนร่วมงาน หรือการช่วยตรวจสอบความเรียบร้อยอยู่เบื้องหลัง ล้วนเป็น Leadership ที่ทรงพลัง
ถ้าคุณเป็น Senior แล้วต้องมาช่วยงาน Junior อย่ามองว่ามันลดศักดิ์ศรี แต่มองว่านี่คือโอกาสที่คุณจะได้ใช้ประสบการณ์เพื่อทำให้ทีมแข็งแกร่งขึ้นจากม้านั่งสำรอง
เปลี่ยนความล้มเหลวให้เป็นข้อมูล
ในยุคของ Data-Driven Marketing เรามักพูดถึงการทำ A/B Testing การลองผิดลองถูก แต่พอเป็นเรื่องชีวิตจริง เรากลับกลัวความล้มเหลวเสียจนไม่กล้าขยับตัว
Abby แชร์เรื่องราวตอนที่เธอเดินเข้าห้องแต่งตัวทีมชาติ แล้วเห็นรูปทีมชาตินอร์เวย์ที่เคยชนะทีมสหรัฐฯ แปะอยู่หน้าประตู เพื่อเตือนใจก่อนลงสนาม ฟังดูเจ็บปวดใช่ไหม? แต่สำหรับหมาป่า ความพ่ายแพ้ไม่ใช่จุดจบ แต่มันคือเชื้อเพลิง
สุภาษิตญี่ปุ่นกล่าวว่า ล้มเจ็ดครั้ง ลุกแปดครั้ง ในโลกการทำงาน เมื่อแคมเปญแป้ก ลูกค้าปฏิเสธงาน หรือยอดขายไม่เข้าเป้า มันเป็นเรื่องปกติที่จะรู้สึกแย่ อนุญาตให้ตัวเองโกรธได้ เฟลได้ แต่อย่าจมอยู่กับมันนาน
จงมองความล้มเหลวเป็น Data Point จุดหนึ่ง มันบอกเราว่า ถ้าวิธีนี้ไม่ได้ผล แล้ววิธีไหนล่ะที่น่าจะเวิร์ก? เปลี่ยนคำถามจากทำไมต้องเกิดเรื่องนี้กับฉัน เป็นแล้วทีนี้ฉันจะทำอะไรต่อได้บ้าง การเปลี่ยน Perspective แบบนี้จะช่วยให้เราเปลี่ยนตัวเองได้ไวขึ้น ซึ่งเป็นสกิลที่จำเป็นมากในโลกยุค Agile
เลิกมองโลกแบบพายชิ้นเดียว
ข้อคิดสุดท้ายที่เฉียบคมมาก ๆ คือเรื่องของการมองความสำเร็จ Abby บอกว่าเรามักถูกสอนให้แย่งชิง เพราะคิดว่าความสำเร็จเหมือนขนมพายที่มีจำนวนชิ้นจำกัด ถ้าเพื่อนได้กิน เราจะอด
แต่โลกยุคใหม่ไม่ได้ทำงานแบบนั้น ความสำเร็จไม่ใช่ Zero-sum game แต่เป็น Positive-sum game ยิ่งเพื่อนร่วมงานเราเก่ง ทีมเราก็ยิ่งแกร่ง ยิ่งคนในอุตสาหกรรมช่วยกันยกระดับมาตรฐาน วงการก็ยิ่งโต
การที่ใครสักคนในออฟฟิศได้เลื่อนขั้น ไม่ได้แปลว่าโอกาสของคุณหมดไป ทรัพยากรโลกอาจจะมีจำกัด แต่ โอกาส และ ความคิดสร้างสรรค์ นั้นไม่มีที่สิ้นสุด จงหัดที่จะปรบมือให้คนอื่นดัง ๆ การ Celebrate ความสำเร็จของคนอื่น ไม่ได้ทำให้แสงในตัวคุณลดลง แต่มันกลับสะท้อนว่าคุณเป็นคนที่มั่นใจในตัวเองมากพอ
Thumbsup มองว่า หนังสือ WOLFPACK ไม่ใช่แค่คู่มือสร้างแรงบันดาลใจฉาบฉวย แต่มันคือการเขย่ารากฐานความเชื่อเดิม ๆ ของเรา ไม่ว่าคุณจะเป็นนักการตลาด โปรแกรมเมอร์ หรือเจ้าของกิจการ การปลุกสัญชาตญาณหมาป่าในตัวขึ้นมา ไม่ใช่เพื่อไปทำร้ายใคร แต่เพื่อที่จะ ดูแลฝูง ที่หมายถึงทีม และองค์กรของคุณให้ดีที่สุด
เลิกเป็นคนที่รอคำสั่ง เลิกกลัวที่จะแตกต่าง และเลิกคิดว่าต้องเหยียบใครเพื่อขึ้นไปข้างบน แต่มาร่วมกันสร้างกฎใหม่ที่เราทุกคนสามารถเติบโตและล่าความฝันไปด้วยกันได้
คำถามคือ วันนี้… คุณพร้อมที่จะมองกระจกแล้วสบตากับหมาป่าในตัวคุณหรือยัง?
อ่านเพิ่มเติม



