อุตสาหกรรมสื่อและบันเทิงไทยกำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่ท้าทายที่สุดยุคหนึ่ง เมื่อพฤติกรรมผู้บริโภคย้ายฐานจากหน้าจอโทรทัศน์ไปสู่สมาร์ทโฟนและแพลตฟอร์มสตรีมมิง ส่งผลให้เม็ดเงินโฆษณาบนสื่อดั้งเดิมหดตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ ล่าสุด บริษัท เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ จำกัด (มหาชน) ได้ประกาศความเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ ด้วยการแต่งตั้งผู้บริหารลูกหม้ออย่าง ชลากรณ์ ปัญญาโฉม ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม หรือ GROUP CEO เพื่อรับไม้ต่อในการนำพาองค์กรฝ่าคลื่นลมแห่งการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้

จากคนเบื้องหลังสู่หัวเรือใหญ่แห่งการทรานส์ฟอร์ม
การขึ้นมารับตำแหน่ง GROUP CEO ของคุณชลากรณ์ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจสำหรับคนในวงการ เพราะถือเป็นคีย์แมนคนสำคัญที่เติบโตมาพร้อมกับเวิร์คพอยท์ตั้งแต่ปี 2548 จากจุดเริ่มต้นในฝ่ายธุรกิจโทรทัศน์ดาวเทียม ก้าวขึ้นมาดูแลสายงานดิจิทัลตั้งแต่ปี 2557 ซึ่งเป็นยุคบุกเบิกการเปลี่ยนผ่านจากทีวีสู่แพลตฟอร์มออนไลน์ ประสบการณ์ที่ครอบคลุมตั้งแต่การทำรายการทีวี คอนเสิร์ต อีเวนต์ ภาพยนตร์ ไปจนถึงการปลุกปั้นสำนักข่าวออนไลน์อย่าง Today และค่ายเพลง XOXO Entertainment ที่รุกตลาด T-POP
การทำมาหลายอย่างขนาดนี้จึงเห็นภาพรวมและเข้าใจอีโคซิสเต็มของธุรกิจบันเทิงยุคใหม่อย่างทะลุปรุโปร่ง การผลักดันผู้บริหารที่มี DNA ของดิจิทัลและคอนเทนต์อยู่ในตัว สะท้อนให้เห็นว่าเวิร์คพอยท์กำลังเร่งเครื่องเพื่อหนีจากการเป็นแค่สถานีโทรทัศน์ สู่การเป็น Entertainment & Lifestyle Empire อย่างเต็มรูปแบบ
ผ่างบการเงินปี 2568 ที่รายได้ลดลง แต่กำไรขั้นต้นพุ่งกระฉูด
หากมองเผิน ๆ ผลการดำเนินงานในปี 2568 ของเวิร์คพอยท์อาจดูน่ากังวล เพราะรายได้รวม (ไม่รวมรายได้อื่น) ลดลง 11% มาอยู่ที่ 2,077.27 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลกระทบโดยตรงจากภาวะเศรษฐกิจและการชะลอตัวของเม็ดเงินโฆษณาบนทีวี
แต่เมื่อเจาะลึกลงไปในบรรทัดสุดท้าย จะพบว่านี่คือการถอยเพื่อตั้งหลักที่ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม เวิร์คพอยท์สามารถลดผลขาดทุนสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นใหญ่ลงมาเหลือเพียง 21.88 ล้านบาท จากที่เคยขาดทุนหนักถึง 201.02 ล้านบาทในปี 2567 หรือคิดเป็นการฟื้นตัวถึง 89%
ปัจจัยหลักมาจากการรีดไขมันส่วนเกิน บริหารต้นทุนอย่างเฉียบขาด และที่สำคัญคือการปรับโครงสร้างธุรกิจโดยหันมาคัดเลือกเฉพาะโปรเจกต์ที่ทำกำไรได้จริง สิ่งนี้ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นดีดตัวขึ้นจาก 17% เป็น 26% สะท้อนให้เห็นถึงประสิทธิภาพในการดำเนินงานที่แข็งแกร่งขึ้นมาก
4 เสาหลักธุรกิจ ในยุคทีวีไม่ใช่คำตอบเดียวอีกต่อไป
กลยุทธ์การกระจายความเสี่ยงของเวิร์คพอยท์เริ่มผลิดอกออกผลชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ โดยแบ่งเป็น 4 กลุ่มธุรกิจหลักที่ช่วยพยุงและเกื้อหนุนกันในยามที่อุตสาหกรรมหลักผันผวนได้แก่
- ธุรกิจรายการโทรทัศน์ (รายได้ 1,398.01 ล้านบาท ลดลง 15%): แม้รายได้หลักจะหดตัวตามสภาพตลาดโฆษณา แต่เวิร์คพอยท์แก้เกมด้วยการรุกตลาดรับจ้างผลิตมากขึ้น เช่นรายการ GENWIT 2 และ 3FIGHT3 BASKET BOY พร้อมกับดันคอนเทนต์ลงแพลตฟอร์ม OTT และดิจิทัลอย่างเต็มสูบเพื่อกระจายช่องทางหารายได้ นอกจากนี้ยังลดต้นทุนก้อนใหญ่ด้วยการยุติการผลิตละคร ซึ่งช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านลิขสิทธิ์ได้อย่างมหาศาล
- ธุรกิจรับจ้างจัดงาน (รายได้ 256.09 ล้านบาท ลดลง 9%): แม้ตัวเลขจะลดลงเล็กน้อย แต่เวิร์คพอยท์ยังคงยึดหัวหาดอีเวนต์ระดับประเทศได้อย่างเหนียวแน่น ไม่ว่าจะเป็นงานกาชาดประจำปี หรือ ICONSIAM Thaiconic Songkran รวมถึงการนำ IP จากรายการทีวีมาต่อยอดเป็นอีเวนต์ออฟไลน์ เช่น เทศกาลอาหารปัญญา 5 ดาว อีทส์ แฟร์
- ธุรกิจคอนเสิร์ตและละครเวที (รายได้ 273.55 ล้านบาท): รายได้ส่วนนี้ลดลงจากจำนวนคอนเสิร์ตศิลปินต่างประเทศที่น้อยลง แต่บริษัทเลือกโฟกัสไปที่กลุ่มแฟนคลับเฉพาะกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูงและแน่นอน เช่น คอนเสิร์ตของ JAY B, ATLAS และ 4EVE รวมถึงการใช้กลยุทธ์ Space Monetization นำพื้นที่โรงละครเคแบงก์สยามพิฆเนศและสตูดิโอว่างมาจัดกิจกรรมเพื่อสร้างรายได้สูงสุด
- ธุรกิจขายสินค้าและบริการอื่น (รายได้ 149.62 ล้านบาท เติบโตกระโดด 67%): นี่คือพระเอกตัวจริงของปี 2568 การเติบโตทะลุเป้าเกิดจากความสำเร็จของการปั้นศิลปิน T-POP ในสังกัดให้ติดตลาด เมื่อศิลปินดัง ยอดขายสินค้าที่ระลึกก็พุ่งตามไปด้วย รวมถึงงานพรีเซนเตอร์ที่หลั่งไหลเข้ามาหาศิลปินอย่าง 4EVE และ ATLAS บริษัทยังไม่หยุดแค่นั้น เดินหน้าเปิดค่ายเพลงใหม่ BAMBOO BEAT เจาะตลาดลูกทุ่งอีสานอินดี้เพื่อขยายฐานผู้ชมให้ครอบคลุมทุกเซกเมนต์
Thumbsup มองว่า การผลัดใบนำเอาผู้บริหารที่เข้าใจภูมิทัศน์สื่อยุคใหม่อย่างคุณชลากรณ์ขึ้นมากุมบังเหียน ผสานกับผลประกอบการที่พิสูจน์แล้วว่าเวิร์คพอยท์เจ็บแต่จบ สามารถควบคุมต้นทุนและสร้างอัตรากำไรที่สูงขึ้นได้ แสดงให้เห็นว่าองค์กรนี้ผ่านจุดต่ำสุดและพร้อมทะยานขึ้นในทิศทางใหม่แล้ว
สิ่งที่น่าจับตามองต่อไปคือ การผันตัวจากสถานีโทรทัศน์ไปสู่ยุค IP Management และ Talent Management แบบครบวงจร การต่อยอด Fandom Economy จากศิลปิน T-POP และการเสิร์ฟคอนเทนต์ข้ามแพลตฟอร์มจะเป็นอาวุธสำคัญที่ทำให้เวิร์คพอยท์ไม่เพียงแค่เอาตัวรอดได้ในสมรภูมิสื่อที่กำลังถูกดิสรัปต์ แต่จะยังคงเป็นเพื่อนบ้านที่น่ารักที่ปรับตัวเก่งและสร้างผลกำไรได้อย่างยั่งยืนในระยะยาวอย่างแน่นอน
อ่านเพิ่มเติม


