ท่ามกลางสมรภูมิการตลาดในปี 2568 ที่หลายคนบอกว่าเป็นปีที่ ดุเดือดเลือดพล่าน ที่สุด โดยเฉพาะในโลกอีคอมเมิร์ซที่ใคร ๆ ก็ผันตัวมาเป็นผู้ขายจนล้นตลาด รวมถึงผู้ซื้อขาดความมั่นใจและระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แต่ในขณะที่แบรนด์ใหญ่กำลังปวดหัวกับการสร้าง Conversion กลับมีแอปพลิเคชันหนึ่งที่ชื่อว่า Yindii หรือ ยินดี สามารถสร้างปรากฏการณ์ Win-Win-Win ที่น่าสนใจและน่าหยิบมาเป็นอีกกรณีศึกษา

Yindii

วิกฤตขยะอาหาร 4,500 ตันที่กรุงเทพฯ คือโอกาส

คุณเคยรู้ไหมว่าในแต่ละวัน กรุงเทพมหานครต้องเผชิญกับขยะอาหารสูงถึง 4,500 ตันต่อวัน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นอาหารที่ถูกส่งไปฝังกลบ นี่ไม่ใช่แค่ตัวเลขด้านสิ่งแวดล้อมที่น่ากังวล แต่มันคือ “ต้นทุนที่สูญเปล่า” ของผู้ประกอบการร้านอาหารและโรงแรมทั่วเมือง

Yindii มองเห็น Pain Point นี้และเปลี่ยนมันให้กลายเป็นโมเดลธุรกิจที่แข็งแกร่ง ภายใต้แนวคิดการจัดการอาหารส่วนเกินอย่างยั่งยืน โดยในปี 2568 เพียงปีเดียว พวกเขาสามารถกู้คืนมื้ออาหารไปได้มากกว่า 500,000 มื้อทั่วภูมิภาค หรือถ้าให้เห็นภาพชัด ๆ คือมีอาหารอาหารถูกช่วยชีวิตทุก ๆ 1 นาที นี่คือการพิสูจน์ว่าโมเดล Surprise Bag หรือถุงสุ่มอาหารคุณภาพดีในราคาประหยัด ไม่ใช่แค่กระแสชั่วคราว แต่เป็นทางรอดของธุรกิจในยุคข้าวยากหมากแพง

ตัวเลขใช้บริการสะพัด 78 ล้านบาท

สำหรับคนทำงานสายมาร์เก็ตติ้ง ตัวเลขที่น่าตื่นเต้นที่สุดคือเงินกว่า 78 ล้านบาทที่ Yindii สามารถหมุนเวียนกลับคืนสู่ร้านค้าพันธมิตรในไทย สิงคโปร์ และฮ่องกง แทนที่จะปล่อยให้อาหารเหล่านั้นกลายเป็นขยะที่ต้องเสียค่าจัดการทิ้ง

แบรนด์ชั้นนำอย่าง St. Regis, Landhaus และ Tiengna สามารถลดอัตราการทิ้งอาหารลงได้ถึง 70-90% ซึ่งในเชิงกลยุทธ์ นี่คือการทำ Efficiency Optimization ที่ได้ผลลัพธ์สองเด้ง เด้งแรกคือรายได้ที่เพิ่มขึ้นจากของที่เดิมต้องทิ้ง เด้งที่สองคือการสร้างภาพลักษณ์แบรนด์ที่ใส่ใจความยั่งยืน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคยุคใหม่

ส่องพฤติกรรมผู้บริโภคปี 2025

เมื่อเราย้อนกลับมาดูผลสำรวจจากบริษัทวิจัยต่าง ๆ จะเห็นความเชื่อมโยงที่น่าสนใจมากว่าทำไม Yindii ถึงเติบโตได้ดีในกลุ่มคนทุกเจเนอเรชัน

  1. Gen Z: กลุ่มนี้ต้องการสร้างโลกใหม่ที่ยั่งยืนและเท่าเทียม การซื้ออาหารจาก Yindii ไม่ใช่แค่เรื่องความประหยัด แต่เป็นการแสดงออกถึงการเป็น Activist ที่ช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถึง 1,375 ตัน
  2. Gen Y: กลุ่มที่ให้ความสุขตัวเองเป็นที่ตั้ง และชอบ เดี๋ยวนี้นิยม การซื้อ Surprise Bag คือการเติมเต็มความสนุกในราคาที่คุ้มค่า
  3. Gen X & Baby Boomer: กลุ่มที่มีกำลังซื้อสูงแต่ก็มองหาความคุ้มค่าและความเป็นผู้เชี่ยวชาญ การที่โรงแรมหรูอย่าง Conrad หรือ The Athenee เข้าร่วม ทำให้กลุ่มนี้รู้สึกถึงการได้รับการให้เกียรติและการเข้าถึงประสบการณ์พรีเมียมในราคาที่คุ้มค่า

จากสถิติพบว่า 70% ของผู้ใช้ในกรุงเทพฯ มีแรงจูงใจหลักคือ การประหยัดเงิน ซึ่งสอดคล้องกับสภาวะเศรษฐกิจครึ่งปีหลังที่ท้าทาย แต่ความสำเร็จที่แท้จริงคือการที่ Yindii สามารถเปลี่ยนการประหยัดให้กลายเป็น ความภูมิใจ ที่ได้ช่วยโลก

จากถุงสุ่มสู่ Fill & Go

Yindii ไม่หยุดอยู่แค่การเป็นมาร์เก็ตเพลส แต่ยังขยับไปสู่การเป็น Solution Provider ด้วยการทดลองนวัตกรรม Fill & Go ที่โรงแรม The Okura Prestige Bangkok ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคเลือกซื้อได้เองที่หน้าร้าน นี่คือการตอบโจทย์ Human-Centric ที่เข้าใจว่าบางครั้งลูกค้าก็อยากเลือกสิ่งที่ตัวเองชอบจริง ๆ มากกว่าการลุ้น

การที่ประเทศไทยเป็นตลาดต้นแบบในการขยายจากร้านอาหารไปสู่อุตสาหกรรมโรงแรม โดยมีพันธมิตรกว่า 50 แห่ง แสดงให้เห็นว่าศักยภาพของไทยในการเป็นผู้นำด้าน Sustainability Marketing ในภูมิภาคนั้นสูงมาก และพร้อมแล้วสำหรับการขยายบริการไปยังเมืองใหม่อย่างเกาหลีใต้ในอนาคตอันใกล้

Thumbsup มองว่า บทเรียนจาก Yindii คือการใช้ ความเข้าใจ มาปรับใช้กับธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรม

  • Positioning: ชัดเจนในการเป็นผู้ช่วยลดขยะอาหาร
  • Connection before Conversion: สร้างชุมชน Food Hero ที่ผู้คนมีส่วนร่วมในการทำความดี
  • Micro Wins: เริ่มต้นจากการช่วยทีละมื้อ จนกลายเป็นพลังที่ลดคาร์บอนได้มหาศาล

การเติบโตของ Yindii ในปี 2568 ท่ามกลางเศรษฐกิจที่ชะลอตัว เป็นเครื่องตอกย้ำว่า ความคุ้มค่า และ การมีอยู่ คือกุญแจสำคัญที่จะเปิดใจผู้บริโภคยุคนี้ได้ การที่แบรนด์จะอยู่รอดได้นั้น ไม่ใช่แค่การขายสินค้าเก่ง แต่ต้องเป็นการสร้างคุณค่าที่จับต้องได้และตอบโจทย์จิตวิญญาณของผู้คนที่อยากเห็นโลกดีขึ้นไปพร้อม ๆ กัน

อ่านเพิ่มเติม

I'm a Content Creator and Storyteller, and i love Shooting my daughter :><: