ในโลกของการตลาดที่เต็มไปด้วยความผันผวน ข้อมูลล่าสุดจากรายงานผลประกอบการปี 2025 ของ Christie’s สถาบันประมูลระดับโลก ได้พิสูจน์ให้เห็นว่า ความเชื่อมั่น คือสิ่งที่สำคัญที่สุด โดยในปี 2025 Christie’s คาดการณ์ยอดขายรวมทั่วโลกพุ่งสูงถึง 6.2 พันล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 1.94 แสนล้านบาท เติบโตขึ้น 6% จากปีก่อนหน้า สิ่งที่น่าจับตาไม่ใช่เพียงตัวเลขรวม แต่คือ โมเมนตัม ที่พุ่งทะยานขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง ซึ่งโตกว่าช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนถึง 26% สะท้อนถึงการฟื้นตัวของตลาด Luxury ที่เริ่มกลับมาคึกคักอย่างชัดเจน

Auction vs Private Sales
หากดูไส้ในของยอดขาย 1.94 แสนล้านบาทนี้ เราจะพบการแบ่งสัดส่วนที่น่าสนใจและเป็นบทเรียนให้กับแบรนด์ต่าง ๆ ในการบริหาร Portfolio
- Auction Sales (ยอดขายจากการประมูล): มียอดรวม 4.7 พันล้านดอลลาร์ (เพิ่มขึ้น 8%) ซึ่งรวมถึงยอดขายจากหมวดหมู่ใหม่ที่มาแรงอย่าง Automobiles ผ่าน Gooding Christie’s ที่ทำยอดไปได้ 234 ล้านดอลลาร์
- Private Sales (การซื้อขายส่วนตัว): ยังคงเป็นกำลังสำคัญด้วยยอด 1.5 พันล้านดอลลาร์ คิดเป็น 24% ของยอดขายรวม โดยจุดที่น่าสนใจคือ 50% ของผู้ซื้อในช่องทางนี้คือ ลูกค้าใหม่ และงานศิลปะที่แพงที่สุด 3 อันดับแรกของปีนี้ถูกขายผ่าน Private Sales ทั้งสิ้น
ตัวเลข Sell-through rate ที่สูงถึง 88% และดัชนีราคาประมูลที่สูงกว่าราคาประเมินขั้นต่ำถึง 113% ยืนยันว่า Christie’s ไม่ได้แค่ มีของ แต่มีกลยุทธ์การคัดสรร และการกำหนดราคาที่แม่นยำจนดึงเงินจากกระเป๋านักสะสมได้จริง
Gen Z และ Millennials กลายเป็นผู้เล่นสำคัญ
นี่คือประเด็นที่นักการตลาดต้องขีดเส้นใต้ไว้เลย! ในปี 2025 กลุ่มคนรุ่นใหม่ หรือ Millennials กับ Gen Z มีสัดส่วนถึง 33% ของฐานลูกค้าทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากปีก่อนอย่างต่อเนื่อง หากดูเฉพาะกลุ่มผู้ประมูลและผู้ซื้อรายใหม่ ตัวเลขนี้พุ่งสูงถึง 46% เลยทีเดียว
พฤติกรรมของคนกลุ่มนี้สอดคล้องกับเทรนด์ที่เราเห็นในแบรนด์ต่าง ๆ ที่กำลังเดินหน้า Digital-First Experience เพราะ 63% ของผู้ซื้อรายใหม่เริ่มต้นก้าวแรกผ่านช่องทางออนไลน์ และมีการวางคำเสนอซื้อผ่านระบบออนไลน์สูงถึง 81% นี่คือข้อพิสูจน์ว่า ไม่ว่าสินค้าจะราคา 1,500 บาท หรือ 1,500 ล้านบาท ประสบการณ์ดิจิทัลที่ไร้รอยต่อคือ มาตรฐานบังคับ สำหรับยุคไปแล้ว
เจาะกลยุทธ์ “ตก” ลูกค้าใหม่
Christie’s ใช้หมวดหมู่สินค้าหรูหราอย่างนาฬิกา, อัญมณี และกระเป๋าแบรนด์เนม เป็น ประตูบานแรก ในการดึงดูดลูกค้าใหม่ถึง 38% โดยเฉพาะในภูมิภาค APAC ที่ลูกค้ากลุ่มนี้มีส่วนร่วมสูงถึง 37% ในการประมูลสินค้า Luxury ทั่วโลก
ความสำเร็จนี้ยังขยายไปถึงตลาดรถยนต์คลาสสิก โดย Gooding Christie’s ทำสถิติยอดขายสูงสุดในประวัติศาสตร์ 22 ปีของบริษัท ด้วยยอด 234 ล้านดอลลาร์ ไฮไลท์สำคัญคือ 1961 Ferrari 250 GT SWB California Spider Competizione ที่ปิดประมูลไปที่ 25.3 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 800 ล้านบาท) ซึ่งกลายเป็นรถยนต์ที่แพงที่สุดที่เคยขายผ่านบริษัทมา สิ่งนี้สะท้อนว่าตลาดของสะสมไม่ได้ถูกจำกัดอยู่แค่กรอบรูป แต่ขยายไปยังไลฟ์สไตล์และความหลงใหลในยนตรกรรมระดับไฮเอนด์
นวัตกรรม Tech-Immersive ที่มากกว่าแค่การเคาะค้อน
ในการก้าวเข้าสู่ปี 2026 Christie’s ไม่หยุดเพียงแค่วิธีการขายแบบดั้งเดิม แต่มีการลงทุนผ่าน Christie’s Ventures ในสตาร์ทอัพเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง เช่น แอปพลิเคชัน Christie’s Select บน Apple Vision Pro ที่ช่วยให้ลูกค้าสัมผัสประสบการณ์ชมงานศิลปะแบบ Spatial Experience และการจัด Art+Tech Summit ร่วมกับยักษ์ใหญ่อย่าง Nvidia และ Microsoft เพื่อเรียนรู้การประยุกต์ใช้ AI และเทคโนโลยีใหม่ ๆ ในโลกศิลปะ
กลยุทธ์นี้สะท้อนแนวคิด Human-Centric Marketing ที่มุ่งเน้นความเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคเชิงลึก ไม่ใช่แค่การขายของแบบฉาบฉวย แต่เป็นการสร้างประสบการณ์ที่ โดนใจ และเชื่อมโยงกับคุณค่าที่ลูกค้าให้ความสำคัญ
Thumbsup มองว่า เมื่อมองภาพรวมผ่านเลนส์ของคนทำงานการตลาด ความสำเร็จของ Christie’s ในปี 2025 ให้บทเรียนที่สำคัญ 3 ประการ
- Trust & Expertise: ในยุคที่ผู้ขายล้นตลาด (ผู้ขายมืออาชีพ 3 ล้านราย และผู้ขายทั่วไป 9 ล้านราย สิ่งที่จะแยก ผู้ชนะ ออกจากตลาดคือความน่าเชื่อถือและความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน
- Connection before Conversion: Christie’s ให้ความสำคัญกับ Storytelling และความสัมพันธ์ส่วนบุคคล เห็นได้จากการเติบโตของ Private Sales และความสำเร็จของ Collection ส่วนบุคคล
- Adaptive Strategy: การขยายสู่หมวดหมู่ใหม่ ๆ เช่น Automobiles และการเจาะตลาด Gen Z คือการปรับตัวที่รวดเร็วเพื่อรับมือกับความเปราะบางของเศรษฐกิจ
ในสมรภูมิปี 2025 เป็นต้นไป ดาต้าจะบอกเราว่าใครคือลูกค้า แต่ ความจริงใจและคุณค่า จะเป็นสิ่งที่รั้งลูกค้าให้อยู่กับเรา Christie’s พิสูจน์ให้เห็นว่า การนำความเก๋าจากประสบการณ์ มาผสมกับความล้ำของเทคโนโลยี คือสูตรสำเร็จที่ใช้ได้จริงไม่ว่าธุรกิจของคุณจะเล็กหรือใหญ่
ใครที่กำลังมองหาทางลัดสู่ความสำเร็จ ลองนำกลยุทธ์ Micro Wins หรือการสร้าง Community ที่แข็งแกร่งแบบ Tribal Marketing ที่ Gen Z ให้ความสำคัญไปปรับใช้กับแบรนด์ของคุณดู แล้วจะพบว่าโอกาสท่ามกลางวิกฤตมีอยู่เสมอ
อ่านเพิ่มเติม



