ท่ามกลางสมรภูมิแพลตฟอร์มวิดีโอสตรีมมิงที่แข่งขันกันอย่างดุเดือด YouTube ประเทศไทย ยังคงตอกย้ำความเป็นผู้นำอันดับ 1 อย่างแข็งแกร่ง แต่สิ่งที่น่าจับตามองในสเต็ปต่อไปไม่ใช่แค่เรื่องของยอดวิวหรือเวลาที่ใช้บนแพลตฟอร์มอีกต่อไป หากแต่เป็นการปรับตัวเข้าสู่สมรภูมิคอมเมิร์ซอย่างเต็มรูปแบบผ่านกลยุทธ์ Full Funnel ที่เปลี่ยนจาก “การค้นพบ” ไปสู่ “การสั่งซื้อ”  ได้อย่างไร้รอยต่อ

ข้อมูลล่าสุดจากงาน YouTube Works Awards Thailand 2026 เผยให้เห็นทิศทางที่น่าสนใจสำหรับนักการตลาดและแบรนด์ว่า ปัจจุบัน 90% ของคนไทยยกให้ YouTube เป็นแพลตฟอร์มวิดีโอที่น่าเชื่อถือที่สุด และที่สำคัญ แพลตฟอร์มนี้สามารถสร้างผลตอบแทนจากการทำการตลาด (ROI) ได้สูงกว่าสื่อโดยรวมถึง 1.51 เท่า และสูงกว่าทีวีดั้งเดิม (Linear TV) ถึง 1.71 เท่า ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่าแบรนด์ที่เข้าใจและใช้ประโยชน์จากระบบนิเวศของ YouTube ได้อย่างถูกต้อง จะสามารถขับเคลื่อนผลลัพธ์ทางธุรกิจได้จริง

คุณราฟาเอล ซิสโลว์สกี Country Manager, Google ประเทศไทย ได้เน้นย้ำว่าตลอด 12 ปีที่ผ่านมา YouTube ได้เปลี่ยนผ่านจากการเป็นเพียงแพลตฟอร์มวิดีโอ สู่การเป็นศูนย์กลางของวัฒนธรรม การเชื่อมโยงผู้คน และคอมเมิร์ซอย่างเต็มตัว ความน่าสนใจคือการผสานความตั้งใจรับชมของผู้ชม ความไว้วางใจในตัวครีเอเตอร์ โซลูชันการช็อปปิ้ง และขุมพลังของ Google AI เข้าด้วยกัน ทำให้เกิดระบบนิเวศที่ทรงประสิทธิภาพสำหรับแบรนด์ในยุคนี้

3 เสาหลักขับเคลื่อนอนาคตการตลาดดิจิทัลบน YouTube

อิทธิพลของ YouTube ในประเทศไทยกำลังขับเคลื่อนการตลาดดิจิทัลผ่านวิดีโอใน 3 มิติสำคัญ ได้แก่ วัฒนธรรม, การเชื่อมโยงและ คอมเมิร์ซ

  1. Culture: ศูนย์รวมผู้ขับเคลื่อนวัฒนธรรมป๊อปและคอนเทนต์เฉพาะกลุ่ม

YouTube ไม่ได้มีเพียงคอนเทนต์กระแสหลัก แต่ยังเป็นพื้นที่ที่รวมความสนใจเฉพาะกลุ่มไว้อย่างเหนียวแน่น การเติบโตของครีเอเตอร์ไทยยังคงพุ่งทะยาน โดยปัจจุบันมีช่อง YouTube กว่า 90,000 ช่องที่มีผู้ติดตามทะลุ 10,000 คน ในขณะเดียวกัน คอนเทนต์วิดีโอสั้นอย่าง YouTube Shorts ก็เติบโตขึ้นถึง 85% เมื่อเทียบกับปีก่อน

เทรนด์ที่น่าสนใจคือพฤติกรรมของกลุ่ม Gen Z ซึ่ง 94% ยกให้ YouTube เป็นแพลตฟอร์มที่มีคอนเทนต์พอดแคสต์ที่ดีที่สุด นอกจากนี้ การมาถึงของละครสั้น ทำให้ YouTube ต้องเปิดตัวฟีเจอร์ Shorts Series เพื่อให้ครีเอเตอร์จัดระเบียบวิดีโอสั้นเป็นตอนๆ ได้ ฟีเจอร์นี้ไม่เพียงแต่ตอบโจทย์ผู้ชมที่ต้องการรับชมอย่างต่อเนื่อง แต่ยังเปิดโอกาสให้ผู้ลงโฆษณาสามารถแทรกซึมเข้าไปในคอนเทนต์ที่มี Engagement สูงได้อย่างเป็นธรรมชาติ

  1. Connection: สร้างความไว้วางใจผ่านความร่วมมือกับครีเอเตอร์

ความไว้วางใจเป็นสกุลเงินที่มีค่าที่สุดในโลกยุคดิจิทัล 90% ของผู้ชมชาวไทยเชื่อมั่นใน YouTube สูงกว่าแพลตฟอร์มอื่น ปัจจัยสำคัญคือ “อายุของคอนเทนต์” (Long-tail Value) โดย 40% ของยอดวิวเกิดขึ้นหลังจากวิดีโอถูกเผยแพร่ไปแล้วเกิน 1 เดือน แสดงให้เห็นว่าคอนเทนต์บน YouTube มีคุณค่าในระยะยาว ไม่ฉาบฉวย

เพื่อต่อยอดจุดแข็งนี้ YouTube ได้เปิดตัว YouTube Creator Partnerships ในไทยอย่างเป็นทางการ นี่คือชุดเครื่องมือที่ขับเคลื่อนด้วย AI ช่วยให้นักการตลาดสามารถค้นหาและจับคู่แบรนด์กับครีเอเตอร์ได้อย่างแม่นยำ แบรนด์สามารถดูอินไซต์เชิงลึก ทั้งข้อมูลประชากร และระดับการมีส่วนร่วมก่อนตัดสินใจร่วมงาน ซึ่งจะช่วยยกระดับ Influencer Marketing ให้เป็นระบบและวัดผลได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

  1. Commerce: เปลี่ยนผู้ชมที่มีความตั้งใจสูงให้กลายเป็นผู้ซื้อ

นี่คือจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่นักการตลาดรอคอย 87% ของผู้ชม Gen Z ระบุว่า YouTube ช่วยให้พวกเขาตัดสินใจซื้อสินค้าได้อย่างมั่นใจ การมาถึงของ Commerce Media Network ช่วยให้แบรนด์เชื่อมต่อนักช็อปที่มี High Intent จากโฆษณาบนวิดีโอตรงไปยังหน้าชำระเงินของมาร์เก็ตเพลสได้ทันที

แพลตฟอร์มใช้ข้อมูลเชิงลึกแบบเรียลไทม์ (เช่น การค้นหาหรือการหยิบใส่ตะกร้า) เพื่อยิงโฆษณาที่ตรงใจที่สุด ตัวอย่างความสำเร็จที่ชัดเจนคือเคสของแบรนด์ นีเวีย ประเทศไทย ที่ใช้โซลูชันโฆษณาแบบครบวงจร ครอบคลุมตั้งแต่ Awareness ถึง Conversion ผ่าน Commerce Media Network ผลลัพธ์คือสามารถดันยอดสั่งซื้อออนไลน์โตขึ้น 3 เท่า และยอดขายออฟไลน์เพิ่มขึ้น 32% ตอกย้ำภาพการเติบโตแบบ Omnichannel ได้อย่างเป็นรูปธรรม

สรุปผลรางวัล YouTube Works Awards Thailand 2026

เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองให้กับสุดยอดแคมเปญแห่งปี YouTube ได้ร่วมมือกับ Deloitte จัดงานประกาศรางวัลแคมเปญโฆษณาที่ผสมผสานความคิดสร้างสรรค์เข้ากับผลลัพธ์ทางธุรกิจได้อย่างยอดเยี่ยม แคมเปญที่โดดเด่นที่สุดในปีนี้คือ “It’s Dettol Time” จากแบรนด์ Dettol ที่กวาดรางวัลใหญ่ไปครอง

รายชื่อผู้ชนะรางวัลในสาขาต่างๆ มีดังนี้

  • Best of Thailand: Dettol – It’s Dettol Time (พาร์ทเนอร์เอเจนซี: SOUR Bangkok และ Phenomena)
  • The Big Bang: Snack Jack Ring – Mother Strike (พาร์ทเนอร์เอเจนซี: Digital Next Solutions Co., Ltd. และ Choojai and Friends)
  • Multiformat Storytelling: Vivo – vivo V70 (พาร์ทเนอร์เอเจนซี: Initiative Thailand, SOUR Bangkok และ HAPPY ENDING FILM)
  • Masters of Media: L’Oréal Thailand – Scaling an AI-First Media Ecosystem (พาร์ทเนอร์เอเจนซี: WPP Media Thailand, L’Oréal Internal และ Wavemaker Partners)
  • Best of Festive: Dettol – It’s Dettol Time (พาร์ทเนอร์เอเจนซี: SOUR Bangkok และ Phenomena)
  • Media Agency of the Year: Digital Next Solutions Co., Ltd.
  • Creative Agency of the Year: SOUR Bangkok
  • Specialty Agency of the Year: Phenomena

ผู้ชนะเลิศจากเวทีระดับประเทศจะก้าวเข้าสู่การแข่งขันระดับภูมิภาคในเวที YouTube Works Awards Southeast Asia ซึ่งจะประกาศผลในวันที่ 7 ตุลาคม 2569 นี้

บทสรุปจากทิศทางทั้งหมดชี้ให้เห็นว่า YouTube ก้าวข้ามขีดจำกัดของการเป็นเพียงแพลตฟอร์มวิดีโอไปไกลแล้ว แบรนด์ที่มอง YouTube เป็นเพียงเครื่องมือสร้าง Awareness อาจกำลังเสียโอกาสมหาศาล ท่ามกลางเครื่องมือใหม่ๆ อย่าง Creator Partnerships และ Commerce Media Network แบรนด์ที่สามารถวางกลยุทธ์แบบ Full Funnel ได้อย่างแยบยลเท่านั้นที่จะเป็นผู้ชนะในสมรภูมินี้

I'm a Content Creator and Storyteller, and i love Shooting my daughter :><: